เคยสงสัยไหมว่าการเปลี่ยนงานแต่ละช่วงเวลา ส่งผลต่อโอกาสได้งานใหม่และเงินเดือนแค่ไหน? การเลือกเวลาที่เหมาะสมในการยื่นใบสมัคร ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีจังหวะของตลาดงานที่นักหางานมือโปรใช้เพื่อเพิ่มโอกาสได้งานและต่อรองเงินเดือนอย่างชาญฉลาด ในบทความนี้ จะพาไปดูเดือนและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการหางาน พร้อมเทคนิควางแผนเปลี่ยนงานให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด และลดความเสี่ยงพลาดโอกาสสำคัญ
จังหวะเวลาในการหางานหมายถึงการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นค้นหางานหรือยื่นใบสมัคร ไม่ใช่แค่การส่งเรซูเม่ไปโดยไม่สนใจว่าองค์กรกำลังเปิดรับหรือมีการแข่งขันสูงหรือไม่ จังหวะเวลาที่ดีช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เช่น การสมัครในช่วงที่บริษัทวางแผนขยายทีม หรือหลังงบประมาณใหม่เริ่มใช้ จะมีตำแหน่งว่างมากกว่า
นอกจากนี้ การเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมยังช่วยให้ผู้หางานสามารถวางแผนเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งการปรับเรซูเม่ สกิล และการฝึกสัมภาษณ์ ทำให้สามารถนำเสนอความสามารถได้เต็มที่ การหางานอย่างมีจังหวะเวลาจึงเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ ลดการแข่งขันที่ไม่จำเป็น และทำให้การเปลี่ยนงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
ในแต่ละช่วงของปีมีโอกาสและตำแหน่งงานที่แตกต่างกัน บางคนอาจมีความกังวลว่าหางานใหม่ช่วงไหนดี? ควรสมัครงานช่วงไหน? การเข้าใจฤดูกาลหางานจะช่วยให้การวางแผนสมัครงานได้ตรงจุด เพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ และได้งานที่เหมาะกับตัวเอง
ช่วงต้นปีถือเป็น “ฤดูทอง” ของการหางาน เพราะหลายบริษัทเริ่มวางแผนงบประมาณและโครงการใหม่ ทำให้มีตำแหน่งงานเปิดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้หลายองค์กรยังประเมินผลการทำงานปีที่ผ่านมาและปรับทีมงานให้เหมาะสมกับเป้าหมายปีใหม่ ทำให้ตำแหน่งงานว่างเยอะ การสมัครงานช่วงต้นปีจึงมีข้อดีหลายด้าน เช่น
ช่วงกลางปีหลายบริษัทประเมินผลงานครึ่งปีแรก และปรับโครงสร้างทีมเพื่อรองรับเป้าหมายครึ่งปีหลัง ทำให้เกิดตำแหน่งว่าง โดยเฉพาะโปรเจกต์ใหม่หรือทีมที่กำลังขยาย การหางานในช่วงนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงานเร็วและไม่อยากรอถึงต้นปีหน้า ข้อดีของการสมัครช่วงกลางปี ได้แก่
ปลายปีหลายบริษัทเริ่มวางแผนงบประมาณและโครงการของปีถัดไป ตำแหน่งงานอาจเปิดน้อย แต่ผู้สมัครช่วงนี้ได้เปรียบ เพราะมีเวลาเตรียมตัวสำหรับเริ่มงานต้นปีหน้าได้ การสมัครปลายปียังช่วยให้ HR จดจำผู้สมัครได้ดี และแสดงถึงความตั้งใจและความพร้อม ข้อดีของการสมัครช่วงปลายปี ได้แก่
หลายคนอาจสงสัยเช่นเดียวกันว่าช่วงไหนคนลาออกเยอะเพื่อที่จะไม่ให้ช่วงที่ตัวเองหางานใหม่เกิดการแข่งขันสูงในตลาดงาน คำตอบคือช่วงเวลาที่คนมักลาออกเยอะมักสัมพันธ์กับฤดูกาลและวัฏจักรการทำงานของบริษัท ซึ่งจะอยู่ในช่วงต้นปี กลางปี และปลายปี เช่นเดียวกับฤดูกาลสมัครงาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลส่วนตัวและความพร้อมในการหางานใหม่ของแต่ละคนด้วยเช่นกัน การรู้ช่วงเวลานี้ช่วยให้ผู้หางานวางแผนสมัครงานและเตรียมตัวได้ทัน และสำหรับบริษัทก็ช่วยวางแผนสรรหาคนทดแทนได้ดี
แม้จะดูเหมือนว่าบริษัทเปิดรับสมัครงานตลอดทั้งปี แต่ในความจริงแล้ว “วัฏจักรการเปิดรับสมัครในแต่ละสายงาน” จะชัดเจนและสัมพันธ์กับรอบงบประมาณ แผนธุรกิจ หรือฤดูกาลของตลาด การรู้ว่าช่วงไหนบริษัทเริ่มหาคน จะช่วยให้วางจังหวะสมัครงานได้ตรงเวลาและเพิ่มโอกาสได้งานมากขึ้น
สายงานการตลาดและดิจิทัลมักเปิดรับสมัครตลอดทั้งปี แต่จะพีกช่วงต้นปี (มกราคม – มีนาคม) ซึ่งเป็นเวลาที่หลายองค์กรเริ่มเปิดงบประมาณใหม่ อีกทั้งสายการตลาดถือเป็นหนึ่งในสายงานที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และวางกลยุทธ์แคมเปญประจำปี นักการตลาดจึงเป็นที่ต้องการสูงในช่วงนี้ ตั้งแต่ตำแหน่ง Digital Marketer, Content Strategist, Graphic Designer ไปจนถึง Performance Marketing Specialist
ช่วงกลางปี (มิถุนายน – สิงหาคม) ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวะที่บริษัทเริ่มเร่งทำแคมเปญไตรมาส 3–4 เพื่อปิดยอดปลายปี ใครที่อยากเปลี่ยนงานหรือเลื่อนตำแหน่งในสายนี้ ควรอัปเดตโปรไฟล์ให้พร้อมในสองช่วงนี้ เพราะ HR จะค้นหาผู้สมัครมากที่สุด
สาย IT และเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ “ความต้องการไม่เคยลดลง” โดยเฉพาะช่วงกลางปีถึงปลายปี (พฤษภาคม – พฤศจิกายน) ที่หลายบริษัทเริ่มลงทุนปรับปรุงระบบเทคโนโลยี พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ เพื่อรองรับแผน Digital Transformation
ตำแหน่งยอดนิยมที่มีการเปิดรับต่อเนื่อง เช่น Software Developer, Data Engineer, AI Engineer, Cloud Specialist และ Cybersecurity Analyst ซึ่งเป็นอาชีพที่องค์กรแทบทุกขนาดต้องการ คนที่มีทักษะเฉพาะทางด้าน Coding หรือ Data จะมีแต้มต่อสูงมากในตลาดงานช่วงนี้
สำหรับสายการเงินและบัญชี “ปลายปีถึงต้นปี” (พฤศจิกายน – มีนาคม) คือช่วงเวลาที่ต้องเตรียมปิดงบการเงิน วางแผนงบประมาณปีใหม่ ทำให้ตำแหน่งทางบัญชีและการเงินขาดแคลนและเริ่มเปิดรับตำแหน่งใหม่เพิ่มขึ้น เช่น Accountant, Financial Analyst, Auditor หรือ Credit Officer เพื่อรองรับการขยายสาขาหรือโครงการใหม่
ในช่วงนี้หลายองค์กร โดยเฉพาะบริษัทมหาชนและธนาคาร จะมองหาคนที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การวางแผนภาษี และการตรวจสอบบัญชี หากมีใบอนุญาตวิชาชีพ เช่น CPA หรือ CFA ก็จะเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้โดดเด่นกว่าผู้สมัครทั่วไป
สาย HR มักจะมีความเคลื่อนไหวมากในช่วงต้นปี (มกราคม – มีนาคม) และปลายปี (ตุลาคม – ธันวาคม) เพราะเป็นช่วงที่บริษัทต้องวางแผนกำลังคน ประเมินผลการทำงาน ปรับโครงสร้างทีม จัดทำโครงสร้างเงินเดือน และสรรหาพนักงานใหม่เพื่อเริ่มงานในปีถัดไป
ตำแหน่งยอดนิยม เช่น Talent Acquisition, HRBP, Learning & Development Specialist และ Compensation & Benefits Officer โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีแผนขยายทีม มักเปิดรับเพิ่มในช่วงปลายปี เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่รอบประเมินและการจ้างงานปีใหม่
สายบริการเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มี “ฤดูกาลจ้างงาน” ชัดเจน โดยช่วงที่เปิดรับมากที่สุดคือ มีนาคม – พฤษภาคม และ กันยายน – พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลจับจ่ายปลายปี รวมถึงช่วง High Season ของการท่องเที่ยว
บริษัทโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ และแบรนด์ค้าปลีก มักเปิดรับตำแหน่ง Sales Executive, Customer Service, Tour Operator, Call Center Agent และ Front Office Staff เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงพีก หากมีบุคลิกดี ชอบงานบริการ หรือพูดได้หลายภาษา นี่คือช่วงเวลาทองที่ไม่ควรพลาดในการสมัครงาน
ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง การ “เตรียมตัวล่วงหน้า” คือข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้พร้อมคว้าโอกาสก่อนใคร โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเริ่มกลับมาคึกคัก การมีเรซูเม่ที่พร้อม สกิลที่อัปเดต และเป้าหมายที่ชัดเจน ช่วยโดดเด่นกว่าในสายตานายจ้าง
บางครั้ง “สัญญาณ” ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนงานอาจไม่ได้มาในรูปแบบชัดเจน การสังเกตตัวเองให้ทันจะช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกจังหวะ ไม่ต้องรอให้หมดไฟหรือพลาดโอกาสดีๆ ไปก่อน มาดูสัญญาณที่บอกว่าอาจถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้ว
ทุกการเปลี่ยนงานคือ “โอกาส” ที่จะทำให้ได้เรียนรู้ เติบโต และสร้างเส้นทางอาชีพที่ตอบโจทย์ชีวิตมากกว่าเดิม หากเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ อาจถึงเวลาทบทวนอนาคต และเตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไปในโลกการทำงานที่เปิดกว้างเสมอ
การหางานไม่ใช่แค่เรื่องของความพร้อมแต่ยังเป็นเรื่องของจังหวะเวลาด้วย เพราะบางช่วงของปีหรือตลาดงานอาจเปิดโอกาสมากกว่าที่คิด การรู้ว่าช่วงไหนเหมาะกับสายงานเรา จะช่วยให้สมัครงานได้ตรงจุดและเพิ่มโอกาสสัมภาษณ์มากขึ้น ระหว่างรอจังหวะดีๆ อย่าลืมอัปเดตโปรไฟล์ อัปสกิล และเตรียม Resume ให้พร้อมที่สุด ที่สำคัญคือฟังเสียงหัวใจตัวเองเสมอ ถ้าเริ่มรู้สึกเบื่อ หมดไฟ หรืออยากลองสิ่งใหม่ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณให้คุณก้าวออกจากจุดเดิม เพื่อเจอโอกาสที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า เพราะบางครั้งงานที่ใช่ก็เริ่มจากการกล้าลองอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิตในช่วงต้นปี กลางปี หรือปลายปี และไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา พร้อมให้คุณค้นหางานที่ตรงกับทักษะ ความสนใจ และจังหวะเวลาที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง!
หลายคนอาจยังคงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องหางานช่วงไหนดี เราได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจ พร้อมคำตอบมาให้แล้ว!
การไปสมัครงานตอนบ่ายทำได้ แต่ควรไปช่วงต้นบ่าย หรือแจ้งล่วงหน้าให้ HR รับรู้ จะช่วยเพิ่มโอกาสที่เอกสารและตัวคุณจะได้รับการพิจารณาอย่างเต็มที่
ติดตามประกาศรับสมัครงานได้จากเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรง แพลตฟอร์มหางานอย่าง Jobsdb ก็เป็นอีกช่องทางที่สะดวก เพราะรวมตำแหน่งงานจากหลายอุตสาหกรรม แนะนำให้เซฟตำแหน่งที่สนใจ และเปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดโอกาส
แม้พลาดช่วง Peak Season ก็ไม่ต้องกังวล เพราะหลายตำแหน่งยังเปิดรับตลอดปี สามารถใช้เวลานี้ในการอัปสกิล ปรับ Resume และเตรียม Portfolio ให้พร้อม เมื่อมีตำแหน่งว่าง ก็พร้อมสมัครทันทีและได้เปรียบผู้สมัครคนอื่น
ควรเริ่มเตรียม Resume และ Portfolio ล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือนก่อนเริ่มหางาน เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน และสามารถปรับแก้ผลงานหรือเพิ่มทักษะใหม่ๆ ได้ การเตรียมล่วงหน้ายังช่วยให้มั่นใจเวลาเข้าสัมภาษณ์และเสนอตัวเองได้อย่างมืออาชีพ