Key Takeaway
กลุ่มคน Gen Z อายุประมาณ 13 – 28 ปี เกิดประมาณปี 1997–2012
ลักษณะของกลุ่มคน Gen Z นั้นเติบโตมากับเทคโนโลยี จึงชอบความรวดเร็ว ใส่ใจความหลากหลายและสิ่งแวดล้อม มีความคิดสร้างสรรค์และปรับตัวเร็ว
Gen Z ชอบงานที่มีความหมาย ใช้เทคโนโลยี ชอบความยืดหยุ่น และมุ่งผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ
Gen Z ต้องเรียนรู้การสื่อสารแบบมืออาชีพ จัดลำดับความสำคัญ และสร้างทักษะใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
Gen Z คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัล หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มากขึ้น เพราะกลุ่มคน Gen Z ไม่ได้เป็นแค่พนักงานรุ่นใหม่ แต่คือกำลังหลักในอนาคตขององค์กร บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Gen Z คือใคร? อยู่ในช่วงอายุไหน มีลักษณะเด่นอะไรบ้าง คน Gen Z ต้องปรับตัวกับโลกการทำงานอย่างไรบ้าง? และการบริหารจัดการคน Gen Z อย่างไรให้ได้ผลและยั่งยืนในโลกการทำงานยุคใหม่
กลุ่มคน Gen Z (Generation Z) คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1997 - 2012 เป็น Generation แรกที่เติบโตมาในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า “Digital Natives” ซึ่งหมายถึงการที่กลุ่มคนเหล่านี้คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่เกิด ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของคน Gen Z จึงมีความโดดเด่นและแตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความยืดหยุ่นสูง เป็นตัวของตัวเองสูง ชอบแสดงออกถึงความคิดเห็นและตัวตนที่แท้จริง ไม่กลัวที่จะแตกต่าง และให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียมทางสังคมอย่างมาก
ในแง่ของพฤติกรรมนั้นเป็นผู้บริโภคที่ชาญฉลาด ชอบค้นคว้าข้อมูลและรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ และมักได้รับอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ในวงกว้าง ทั้งนี้ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และมองหาความมั่นคงในอาชีพการงาน ควบคู่ไปกับการมีคุณค่าในตนเองและความหมายของชีวิต
ในโลกการทำงานปัจจุบัน เรามักเห็นคนหลากหลายเจเนอเรชันทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Gen Z (เกิดช่วงปี 1997 – 2012) Gen Y หรือมิลเลนเนียล (เกิดช่วงปี 1981 – 1996) และ Gen B หรือ Baby Boomer (เกิดช่วงปี 1946 – 1964) ซึ่งแต่ละเจนมีมุมมองและสไตล์การทำงานที่แตกต่างกันชัดเจน
คน Gen Z เติบโตมาในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จึงมีความคล่องตัวในการใช้เครื่องมือออนไลน์และการเรียนรู้สิ่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ต่างจาก Baby Boomer ที่มักให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความภักดีต่อองค์กร
Gen X ที่เน้นความเป็นอิสระและการทำงานอย่างสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน และ Gen Y ที่ชื่นชอบการทำงานแบบยืดหยุ่น มีความคิดสร้างสรรค์ และแสวงหาประสบการณ์ที่มีคุณค่า สำหรับ Gen Z นั้น มักมองหางานที่ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาทักษะ การเติบโตส่วนตัว และการทำงานในองค์กรที่มีคุณค่าตรงกับความเชื่อของตนเอง พร้อมทั้งต้องการสภาพแวดล้อมที่เปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆ แตกต่างจากรุ่นก่อนที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างแบบดั้งเดิมและเส้นทางอาชีพที่มั่นคงกว่า
คนกลุ่ม Gen Z ช่วงอายุราว 13 – 28 ปี เติบโตมากับโลกดิจิทัล มีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้มีวิธีคิด การเรียนรู้ และการสื่อสารที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆ ลักษณะเด่นของคน Gen Z มีดังนี้
ชำนาญเทคโนโลยีและดิจิทัลไลฟ์ คน Gen Z คือ Digital Natives หรือกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีมาตั้งแต่เกิด ปรับตัวเข้ากับแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโลกออนไลน์
ชอบความเร็วและความสะดวก ด้วยความที่เติบโตมาในโลกที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว คน Gen Z จึงคุ้นชินกับการเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงได้ทันที Gen Z นิสัยที่เห็นได้ชัดคือไม่ชอบความยุ่งยากและมองหาโซลูชันที่ง่ายและรวดเร็ว
ใส่ใจเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียม คน Gen Z เปิดใจและยอมรับความแตกต่าง ให้ความสำคัญกับ Diversity & Inclusion (ความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง) และสนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการเป็นตัวของตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน
มีจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม คนรุ่นนี้ตระหนักถึงปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม มักมองหาแบรนด์และองค์กรที่มีจุดยืนและลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างจริงจัง และพร้อมที่จะสนับสนุน
ชอบความเป็นตัวเองและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ การแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องปกติสำหรับคน Gen Z ชอบที่จะใช้ช่องทางต่างๆ เพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ความคิดสร้างสรรค์ และจุดยืนที่ชัดเจน
มองหาความมั่นคงและโอกาสทางการเงินที่ชัดเจน แม้จะดูเป็นอิสระ แต่คน Gen Z ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงในชีวิต มักจะมองหางานที่มี Work-Life Balance และมีโอกาสเติบโตทางการเงินที่ชัดเจน
เรียนรู้ด้วยตนเองและเน้นประสบการณ์จริง Gen Z ไม่ได้เรียนรู้แค่ในห้องเรียน แต่ใช้การค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง โดยมองว่าการลงมือทำจริงสำคัญกว่าทฤษฎี และพร้อมที่จะลองผิดลองถูก
ชอบการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการและตรงไปตรงมา คน Gen Z ไม่ชอบการสื่อสารที่ยืดเยื้อหรือซับซ้อน คุ้นชินกับการสื่อสารที่สั้น กระชับ และตรงประเด็น ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน
คน Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้มีมุมมองและความคาดหวังต่อการทำงานที่แตกต่างจากเจนก่อนหน้า มาดูกันว่า Gen Z ให้ความสำคัญกับอะไรบ้างในการทำงาน
Gen Z ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว โดยเชื่อว่าการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น เลือกเวลาทำงานหรือทำงานแบบไฮบริด จะช่วยให้มีสมาธิและประสิทธิภาพสูงขึ้น บริษัทที่ให้โอกาสเรื่องเวลาและวิธีการทำงานที่หลากหลาย มักเป็นที่ดึงดูดสำหรับ Gen Z
สำหรับ Gen Z งานไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือน มักมองหาความหมาย เป้าหมายที่ชัดเจน และผลลัพธ์ที่สร้างคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นงานที่ช่วยสังคม สิ่งแวดล้อม หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ รู้สึกพึงพอใจและมีแรงจูงใจสูงขึ้นเมื่อเห็นว่างานของตนมีผลต่อภาพรวม
Gen Z เป็นกลุ่มที่อยากเติบโตและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มักมองหาโอกาสฝึกฝนทักษะใหม่ๆ ทั้งภายในงานและนอกงาน การเรียนรู้แบบต่อเนื่องและการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกท้าทายและมีคุณค่า
การสื่อสารแบบตรงไปตรงมาและโปร่งใสเป็นสิ่งที่ Gen Z ให้ความสำคัญ ชอบความชัดเจนทั้งเรื่องเป้าหมายงาน ความคาดหวัง และฟีดแบ็ก การที่องค์กรสื่อสารอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาจะช่วยสร้างความเชื่อใจและความผูกพันในการทำงาน
Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยี ทำให้มีความชำนาญการใช้เครื่องมือดิจิทัลทั้งในการทำงานและการสื่อสาร ใช้เทคโนโลยีมาให้เกิดประโยชน์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อน และยังพร้อมเรียนรู้ ปรับตัวกับเครื่องมือใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว
Gen Z มีแนวคิดเชิงผู้ประกอบการแม้จะทำงานประจำ มักเสนอไอเดียใหม่ๆ และคิดหาโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ชอบการลงมือทำและมีความคิดริเริ่ม ซึ่งช่วยให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง
Gen Z ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้อื่นในบรรยากาศที่เปิดกว้างและไม่ตึงเครียด ชอบแลกเปลี่ยนไอเดีย รับฟังมุมมองใหม่ๆ และร่วมแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีมแบบเปิดช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
โลกของการทำงานในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งเทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร และรูปแบบงานที่หลากหลาย สำหรับคน Gen Z การเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เติบโต มีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสในสายอาชีพได้
เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมของงาน ศึกษาวัฒนธรรม วิธีการทำงาน และเป้าหมายขององค์กร เพื่อให้สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับทีมได้อย่างราบรื่น
พัฒนาทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ ใช้ความชำนาญด้านเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน เรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์งานยุคดิจิทัล
ฝึกการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงประเด็น Gen Z ควรเรียนรู้วิธีสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอย่างมืออาชีพ ทั้งการสื่อสารแบบตัวต่อตัว และผ่านช่องทางดิจิทัล
สร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว วางแผนเวลาและตั้งขอบเขตในการทำงานเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและลดความเครียด
เรียนรู้การทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาร่วมกัน พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น รับฟังความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ตั้งเป้าหมายและวางแผนอาชีพชัดเจน มองหาความหมายในงาน วางแผนพัฒนาตัวเอง และติดตามความก้าวหน้าเพื่อสร้างแรงจูงใจและความมั่นคงในอาชีพ
การบริหารคน Gen Z ต้องเข้าใจว่ากลุ่มคนเหล่านี้เติบโตมากับเทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนเร็ว การดึงดูดใจและรักษาพนักงานกลุ่มนี้ให้อยู่กับองค์กรนานๆ จำเป็นต้องปรับวิธีการทำงาน การสื่อสาร และสร้างสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ความต้องการ ลองมาดูเทคนิคบริหารคน Gen Z ที่ช่วยให้องค์กรสร้างความผูกพันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
รับฟังเสียงของ Gen Z อย่างจริงใจ เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ส่งเสริมให้เรียนรู้และเติบโตเสมอ สนับสนุนการพัฒนาทักษะใหม่ๆ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน ปรับเวลาหรือรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์
ใช้การสื่อสารที่รวดเร็ว ตรงประเด็น และโปร่งใส ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และสื่อสารให้ชัดเจน
ตั้งเป้าหมายชัดเจน พร้อมให้อิสระในการทำงาน ให้พนักงานรู้ว่าต้องทำอะไร แต่เลือกวิธีทำเองได้
ให้ความหมายกับงานที่ทำ เชื่อมงานกับคุณค่าและเป้าหมายที่พนักงานเห็นว่าเป็นประโยชน์
ใช้เทคโนโลยีให้ทันกับไลฟ์สไตล์ เลือกเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ใช้ง่ายและทันสมัย
การบริหารแบบโค้ช ไม่ใช่แค่หัวหน้า ช่วยแนะแนวทาง พัฒนาศักยภาพ และสนับสนุนพนักงาน
ให้รางวัลและการยอมรับอย่างตรงจุด ชื่นชมความสำเร็จและความพยายามอย่างเหมาะสม
ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการบริหาร นำไอเดียใหม่ๆ มาปรับใช้กับการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร
เคารพในความหลากหลายและความเป็นตัวเอง สร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและเป็นตัวเอง
ปรับสภาพแวดล้อมให้ทันสมัย ทำพื้นที่ทำงานให้สะดวกและสร้างแรงบันดาลใจ
ให้ฟีดแบ็กแบบ Real-time ไม่รอปลายปี ให้คำแนะนำทันทีเพื่อปรับปรุงและเรียนรู้ได้เร็ว
สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเท่าเทียม ทำให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมและมีค่าในองค์กร
สวัสดิการที่เป็นประโยชน์ ให้ผลตอบแทนที่ยุติธรรม จัดสวัสดิการและผลตอบแทนที่ตอบโจทย์ชีวิตและความต้องการของ Gen Z
Gen Z เป็นกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัล ความสำคัญของคนกลุ่มนี้ต่ออนาคตขององค์กรอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว และมุมมองที่ใส่ใจเรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถ พัฒนานวัตกรรม ปรับตัวเข้ากับตลาดที่เปลี่ยนแปลง และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้
Gen Z ปีเกิดคือช่วง 1997 – 2021 เป็นกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและโลกดิจิทัลที่มีความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวได้เร็ว และใส่ใจเรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน การบริหารคนกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้วิธีการสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส ส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ความยืดหยุ่น และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน เทคนิคเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร Gen Z จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้องค์กรพัฒนานวัตกรรมและปรับตัวเข้ากับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับคน Gen Z ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองและบรรลุเป้าหมายในชีวิต อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา ครอบคลุมทุกระดับอาชีพและความสนใจของคุณ ช่วยให้คุณเริ่มต้นเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นใจและตรงใจ
ไขข้อสงสัยร้อนในเกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้ร้อนในในปากด้วยตัวเอง
ปวดเมื่อยตามตัวจากการนั่งทำงานนาน แก้ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้าน
เรามาดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Gen Z ในเรื่องการทำงานและชีวิตประจำวันกัน!
ด้วยความคิดสร้างสรรค์ มุมมองใหม่ๆ และความกระตือรือร้น Gen Z ช่วยสร้างนวัตกรรม ปรับปรุงกระบวนการ และเสริมวัฒนธรรมองค์กรให้ทันสมัย
Gen Z ใช้เทคโนโลยีอย่างคล่องตัวเพื่อทำงานให้เร็วขึ้น สื่อสารง่ายขึ้น และเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบ่งได้ 7 Generation ดังนี้
Silent Generation เกิดประมาณ 1928–1945
Generation B (Baby Boomer) เกิดประมาณ 1946–1964
Generation X (Gen X) เกิดประมาณ 1965–1980
Generation Y / Millennials (Gen Y / Millennials) เกิดประมาณ 1981–1996
Generation Z (Gen Z) เกิดประมาณ 1997–2012
Generation Alpha (Gen Alpha) เกิดประมาณ 2013–2025
Generation Beta (Gen Beta) เริ่มเกิดประมาณ 2025 เป็นต้นไป
แบรนด์ต้องสนใจ Gen Z เพราะเป็นผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีอิทธิพลสูง ตัดสินใจซื้อเร็ว และให้ความสำคัญกับ คุณค่า ความโปร่งใส และความยั่งยืน การเข้าใจ Gen Z ช่วยสร้างความผูกพัน ยอดขายเติบโต และภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยได้