หลายคนเริ่มต้นสายงานหนึ่ง แต่กลับพบว่าโอกาสที่ใช่หรือความสนใจแท้จริงอยู่ในอีกสายงานหนึ่ง ทำให้การ “สมัครงานไม่ตรงสาย” กลายเป็นเรื่องปกติของตลาดงานปัจจุบัน แต่หลายคนรู้สึกกังวลว่าจะตอบคำถามสัมภาษณ์งานอย่างไรให้มั่นใจ และให้ HR มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ แม้ประสบการณ์หรือวุฒิการศึกษาจะไม่ตรงกับตำแหน่งที่สมัครก็ตาม
บทความนี้มีเทคนิคสำหรับผู้สมัครข้ามสายงาน นำเสนอจุดแข็งอย่างถูกวิธี เชื่อมโยงประสบการณ์เดิมเข้ากับงานใหม่ได้อย่างเป็นมืออาชีพ รู้จักสกิลที่ควรมี เพื่อเพิ่มโอกาสให้คุณสัมภาษณ์ผ่านและได้งานนั้นมา!
หลายคนอาจพบว่าตัวเองทำงานไม่ตรงสายที่เรียนมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือปัจจัยภายนอก ลองมาดู 10 เหตุผลยอดนิยมที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้
สาขาเรียนกับความต้องการของตลาดไม่ตรงกัน อาชีพบางสาขาอาจมีตำแหน่งว่างน้อยกว่าคนเรียนจบ
การแข่งขันสูง ผู้สมัครจำนวนมากทำให้โอกาสเข้าทำงานตรงสายลดลง
ความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน บางอาชีพหายไปหรือเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี
ความสนใจส่วนตัวเปลี่ยนไป บางคนค้นพบว่าตัวเองชอบงานอื่นมากกว่า
ความสามารถที่หลากหลาย มีทักษะหลายด้าน จึงเลือกงานที่ใช้ได้หลายทักษะ
ความจำเป็นด้านรายได้ งานตรงสายอาจรายได้ต่ำ เลือกงานอื่นที่มั่นคงกว่า
การจัดโครงสร้างงานไม่ตรงกับสาขา บางองค์กรไม่มีตำแหน่งตรงสาขาที่จบมา
โอกาสในการเรียนรู้และเติบโต งานอื่นอาจให้โอกาสพัฒนาตนเองมากกว่า
เป้าหมายชีวิตเปลี่ยน ความต้องการเรื่องชีวิตส่วนตัวหรือครอบครัวมีผลต่อการเลือกงาน
ความยั่งยืนของอาชีพ งานบางสายไม่มั่นคงในระยะยาว จึงเปลี่ยนไปทำงานสายอื่น
ถ้าคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนสายงานไปทำงานที่ไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา การเริ่มต้นอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ปรับตัวได้เร็วและมั่นใจมากขึ้น ก่อนลงมือทำควรทำความเข้าใจตัวเองและตลาดงาน พร้อมวางแผนพัฒนาทักษะให้ตรงกับสายงานใหม่ ไปดูกันว่าทำงานไม่ตรงสายเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ก่อนเปลี่ยนสายงาน ควรทำ Inventory Skills หรือการสำรวจทักษะของตัวเอง ทั้งทักษะทางเทคนิค เช่น การใช้โปรแกรมเฉพาะทาง การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเขียนโค้ด และทักษะทั่วไป (Soft Skills) เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา การจัดการเวลา จากนั้นระบุว่าทักษะไหนที่สามารถนำไปใช้กับสายงานใหม่ได้ทันที และทักษะไหนที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม
อ่าน Job Description ของตำแหน่งที่สนใจ วิเคราะห์ความรับผิดชอบและกิจวัตรประจำวันของงานนั้นๆ เข้าใจว่า งานนี้ต้องทำอะไรบ้าง ต้องใช้ทักษะแบบไหน ต้องเจอสถานการณ์แบบไหน การศึกษาลึกแบบนี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวและปรับตัวได้ตรงจุด
ใช้แพลตฟอร์มหางาน ดูว่าตำแหน่งงานไหนเปิดรับอยู่บ้าง และคุณสมบัติที่ตลาดต้องการคืออะไร เช่น ทักษะที่เป็นที่ต้องการสูง ประสบการณ์ขั้นต่ำ ใบรับรอง หรือคอร์สฝึกอบรม การรู้ความต้องการตลาดจะช่วยให้คุณวางแผน Upskill / Reskill ได้ตรงจุด
หากทักษะยังไม่พอ ควรเลือกเรียน คอร์สออนไลน์ เวิร์กช็อป การฝึกปฏิบัติจริง หรือใบรับรองวิชาชีพ ที่ตรงกับสายงานใหม่ เช่น เรียนการเขียนโค้ดถ้าอยากเข้า IT หรือเรียนการตลาดดิจิทัลถ้าอยากเปลี่ยนไปสาย Marketing การเรียนนี้ช่วย ลดช่องว่างระหว่างทักษะปัจจุบันกับที่ตลาดต้องการ
เริ่มทำผลงานตัวอย่าง หรือโปรเจกต์สั้นๆ ที่แสดงถึงความสามารถในสายงานใหม่ เช่น โปรเจกต์ทดสอบ การวิเคราะห์ข้อมูลจริง หรือการออกแบบกราฟิก รวมเข้า Portfolio หรือทำเป็น Case Study เพื่อพิสูจน์ความสามารถจริงแก่ผู้จ้างงาน โดยไม่ต้องรอประสบการณ์ยาวนาน
หลายคนเป็นกังวลการสัมภาษณ์งานไม่ตรงสายตอบอย่างไรดี? แต่ถ้าเตรียมตัวดี คุณก็สามารถสร้างความประทับใจและแสดงศักยภาพได้ ลองใช้แนวทางเหล่านี้
เวลาถูกถามว่า “ทำไมถึงทำงานไม่ตรงสาย?” ควรตอบอย่างมั่นใจและตรงไปตรงมา ใช้ สูตร STAR (Situation, Task, Action, Result) เล่าเรื่องให้ชัดเจน
S (สถานการณ์) – อธิบายว่าตอนนี้คุณทำอะไรอยู่หรืออยู่ในสถานการณ์แบบไหน
T (หน้าที่) – ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของคุณ
A (การลงมือทำ) – เล่ากระบวนการหรือวิธีแก้ปัญหาที่คุณทำ
R (ผลลัพธ์) – เน้นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น งานสำเร็จดีขึ้น มีผลต่อทีมหรือองค์กร
วิธีนี้ช่วยให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจความสามารถและเหตุผลของคุณโดยไม่รู้สึกว่าคุณ “แก้ตัว”
แม้สายงานจะเปลี่ยน แต่ทักษะที่เคยใช้ได้ในงานเก่า ยังสามารถนำไปใช้ในงานใหม่ เช่น การจัดการโปรเจกต์ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม แสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณพร้อมปรับตัวและมีพื้นฐานทักษะที่ใช้ได้ทันที
พูดถึง คอร์ส การอบรม โพรเจกต์ทดลอง หรือความพยายามพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ตรงกับสายงานใหม่ แสดงให้เห็นว่า คุณมีความตั้งใจจริงและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ควรเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่มักเจอ เช่น
การเตรียมคำตอบล่วงหน้า จะช่วยให้คุณตอบมั่นใจ มีเหตุผล และลดความประหม่า
การทำงานไม่ตรงสายอาจเป็นทางเลือกที่หลายคนเลือกเพราะโอกาสหรือความสนใจส่วนตัว แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ไปกันว่าข้อดี-ข้อเสีย ของการทำงานไม่ตรงสายมีอะไรบ้าง
โอกาสเรียนรู้ทักษะใหม่ ได้พัฒนาทักษะหลากหลาย เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน
ขยายเครือข่าย เจอเพื่อนร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญในสายงานอื่นๆ
ค้นพบความสนใจจริง บางครั้งงานใหม่ตรงกับความชอบมากกว่าสาขาที่เรียน
เพิ่มโอกาสเติบโต สายงานบางประเภทอาจให้โอกาสก้าวหน้าและรายได้ดีกว่า
พัฒนาความสามารถปรับตัว ช่วยฝึกความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาในบริบทใหม่
เริ่มต้นช้ากว่าเพื่อนร่วมงานตรงสาย ต้องเรียนรู้พื้นฐานใหม่ ทำให้บางครั้งปรับตัวช้ากว่า
อาจขาดความเชี่ยวชาญลึก ทักษะเชิงลึกของสาขาเดิมอาจไม่ได้ใช้เต็มที่
ถูกถามบ่อยเรื่อง “ทำไมไม่ตรงสาย” ต้องเตรียมคำตอบให้มั่นใจ
การแข่งขันกับผู้ที่ตรงสายสูง ผู้มีประสบการณ์ตรงอาจได้เปรียบในบางตำแหน่ง
เสี่ยงต่อความไม่มั่นคงระยะยาว หากไม่มีทักษะรองรับอาจเปลี่ยนงานบ่อย
หลายคนที่ทำงานไม่ตรงสายอาจรู้สึกท้าทายเมื่อต้องปรับตัว แต่การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องช่วยให้คุณเติบโตและแข่งขันได้ มาดู 8 เทคนิคสำคัญที่ช่วยให้คนทำงานไม่ตรงสายประสบความสำเร็จ
ประเมินทักษะและความรู้ของตัวเอง สำรวจว่าคุณมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรบ้าง เพื่อตัดสินใจว่าควรพัฒนาเพิ่มเติมด้านไหน
ลงเรียนเพิ่มเติม เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เข้าคอร์ส ฝึกอบรม หรือเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะที่ตรงกับสายงานใหม่
ใช้ความรู้เดิมสร้างมูลค่าเพิ่ม นำทักษะหรือประสบการณ์จากงานเดิมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานใหม่
สร้างเครือข่ายและหาที่ปรึกษา พบปะผู้เชี่ยวชาญในสายงานใหม่ เพื่อรับคำแนะนำและโอกาสในการทำงาน
ปรับ Mindset ให้ยืดหยุ่น เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในงาน
เปิดรับโอกาส พร้อมสร้างผลงานอยู่เสมอ ลงมือทำโปรเจกต์หรือทดลองงาน เพื่อแสดงศักยภาพและเพิ่ม Portfolio
ฝึกแก้ปัญหาและคิดเชิงวิเคราะห์ พัฒนาความสามารถคิดอย่างเป็นระบบและหาวิธีแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพ
สอบใบเซอร์ หากมีใบรับรองวิชาชีพ (Certification) ที่เกี่ยวข้องกับสายงานใหม่ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการถูกพิจารณา
1. Soft Skills ที่สำคัญที่สุด
การสื่อสารชัดเจน สามารถอธิบายความคิดและงานให้เข้าใจง่ายทั้งกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า
การเรียนรู้เร็ว (Fast Learner) รับมือกับงานใหม่หรือทักษะใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ความคิดเชิงวิเคราะห์ วิเคราะห์ปัญหาและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมรับมือกับความท้าทายหรือสภาพแวดล้อมใหม่
การจัดการเวลาและงาน วางแผนงานและบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพ
2. Hard Skills ที่ควรเสริมตามสายงานยอดนิยม เช่น
3. ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การมี Growth Mindset และเปิดรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองตามความต้องการของตลาด และปรับตัวกับสายงานใหม่ได้อย่างมั่นใจ
การทำงานไม่ตรงสายอาจเป็นความท้าทาย แต่ก็เปิดโอกาสให้พัฒนาตนเองและค้นพบความสนใจใหม่ๆ ได้ การประเมินทักษะ ศึกษางานใหม่ และเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมช่วยให้ปรับตัวได้เร็วขึ้น การสร้างเครือข่ายและ Portfolio จะเพิ่มโอกาสถูกพิจารณาในงานใหม่ การมี Soft Skills และ Hard Skills ที่เหมาะสมช่วยให้คุณแข่งขันได้ แม้ไม่ตรงสายก็สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิต ไม่ว่าจะอยากลองทำงานไม่ตรงสายหรือเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา พร้อมเครื่องมือช่วยค้นหางานที่ตรงกับทักษะและความสนใจของคุณ ให้คุณเริ่มต้นสร้างเส้นทางอาชีพใหม่ได้ทันทีและมั่นใจมากขึ้น!
ทักษะ Soft Skills คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน
สูตร Excel เบื้องต้น เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล
เรซูเม่สมัครงานจำเป็นแค่ไหน? เขียนอย่างไรให้ดูโปร ได้งานชัวร์!
เน้นทักษะที่โอนย้ายได้ (Transferable Skills) และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานใหม่ ใช้ตัวอย่างความสำเร็จหรือโปรเจกต์ที่แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถปรับตัวและทำงานได้แม้ไม่ตรงสาย
เริ่มจากโพรเจกต์ทดลอง งานอาสา งานฝึกอบรม หรือคอร์สออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับสายงานใหม่ เพื่อแสดงความสามารถและศักยภาพให้ผู้จ้างงานเห็น
มีโอกาสเติบโต หากมีทักษะที่เหมาะสม เรียนรู้ต่อเนื่อง และสร้างผลงานชัดเจน การเติบโตในสายงานใหม่ก็เป็นไปได้เหมือนกับคนที่ตรงสาย
ได้ เพียงแค่เน้นทักษะและความสามารถที่ตรงกับตำแหน่งงาน แสดงความตั้งใจเรียนรู้ และปรับตัวได้เร็ว ผู้จ้างงานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และศักยภาพมากกว่าสาขาที่เรียนมา