ทำงานไม่ตรงสาย เตรียมตัวและทักษะอย่างไร ให้พร้อมก่อนย้ายสายงาน

ทำงานไม่ตรงสาย เตรียมตัวและทักษะอย่างไร ให้พร้อมก่อนย้ายสายงาน
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 19 October, 2025
Share

Key Takeaway

  • ทำงานไม่ตรงสายก็สามารถไปต่อและเติบโตได้ หากมีความตั้งใจ เรียนรู้ทักษะใหม่ และสามารถสื่อสารความสามารถที่ใช้ข้ามสายงานได้

  • เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ทำงานไม่ตรงสายมักเกิดจากโอกาสในตลาดงาน ความสนใจส่วนตัว การเติบโตในสายงาน หรือการปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

  • ทำงานไม่ตรงสายควรเตรียมตัวศึกษางานใหม่ สร้างเรื่องราวเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม เตรียมตอบคำถามสัมภาษณ์ และโชว์ทักษะที่เกี่ยวข้อง

  • หากทำงานไม่ตรงสายควรอัปสกิลเพิ่มทักษะเฉพาะสายงานใหม่ เช่น การใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี หรือความรู้ด้านอุตสาหกรรม และทักษะทั่วไปเช่น การสื่อสาร การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา

หลายคนอาจเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยเส้นทางที่ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เรียนมา หรือเริ่มรู้ตัวว่าต้องการเปลี่ยนสายงานในช่วงกลางทางของอาชีพ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความสนใจ ไลฟ์สไตล์ หรือโอกาสที่เปิดกว้างขึ้น

การทำงานไม่ตรงสายจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในด้านทักษะ ความเข้าใจในสายงานใหม่ และการนำเสนอศักยภาพให้โดดเด่นตั้งแต่รอบสัมภาษณ์ บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร มีสกิลอะไรที่ต้องเร่งอัปเกรด และควรใช้ทริกอะไรเพื่อคว้าตำแหน่งในสายงานใหม่ให้ได้

ทำงานไม่ตรงสายได้ไหม

ทำงานไม่ตรงสายได้ไหม?

ทำงานไม่ตรงสายก็สามารถไปต่อได้ หากคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง การทำงานในสายที่ต่างออกไปอาจช่วยเปิดโอกาสให้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตรงสายของงานเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ

การเรียนรู้ต่อเนื่องและความสามารถในการนำประสบการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเป้าหมายในอนาคต แม้จะเริ่มต้นในสายงานที่ไม่ตรงกับความถนัดเดิม แต่หากมุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเติบโตและไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้เช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่ทำงานไม่ตรงสาย

สาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่ทำงานไม่ตรงสาย

หลายคนพบว่าตัวเองทำงานไม่ตรงสายกับสาขาที่เรียนมา ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งด้านการตัดสินใจตั้งแต่ช่วงเรียนและปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป ลองมาดูสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ทำงานไม่ตรงสายกัน

  1. เลือกเรียนตามกระแสหรือครอบครัวแนะนำ หลายคนตัดสินใจเรียนตามสิ่งที่คนรอบตัวสนับสนุน หรือความนิยมในช่วงนั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความชอบส่วนตัวจริงๆ

  2. ค้นพบตัวเองช้า บางครั้งคนเราเพิ่งรู้ว่าชอบหรือถนัดอะไรหลังจากเรียนจบ ทำให้ต้องเปลี่ยนสายงาน

  3. ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงเร็ว ความต้องการแรงงานในบางสาขาอาจลดลง ทำให้สายงานที่เรียนมาไม่ตอบโจทย์ตลาด

  4. โอกาสในสายงานที่เรียนมีน้อย บางสาขามีตำแหน่งงานจำกัดหรือหายาก ทำให้ต้องไปทำงานสายอื่น

  5. ต้องการรายได้หรือความมั่นคงมากกว่า บางคนเลือกงานที่ให้รายได้และสวัสดิการดี แม้ไม่ตรงสายเรียน

  6. อยากมีไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นขึ้น งานบางสายอาจเข้มงวด เวลาไม่อิสระ คนจึงเลือกงานอื่นที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน

  7. ความชอบเปลี่ยนไปเมื่อโตขึ้น ความสนใจและแรงบันดาลใจเปลี่ยนไปตามประสบการณ์ชีวิต

  8. ไม่พึงพอใจในประสบการณ์ทำงานสายเดิม การทำงานตรงสายบางครั้งไม่สนุกหรือไม่ท้าทาย จึงหาสายอื่น

  9. สายงานที่เรียนมามีการแข่งขันสูง มีคนจำนวนมากทำให้โอกาสก้าวหน้าและได้รับงานลดลง

  10. มีโอกาสที่ดีกว่าในสายงานอื่น บางครั้งพบว่าสายงานอื่นเปิดโอกาสเรียนรู้และเติบโตมากกว่า

  11. โลกยุคใหม่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ข้ามสาย การเรียนรู้และเปลี่ยนสายงานทำได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล

  12. อิทธิพลของเทรนด์ใหม่ๆ และสื่อออนไลน์ การมองเห็นเทรนด์และแรงบันดาลใจจากโลกออนไลน์ทำให้คนอยากลองทำงานใหม่

ทำงานไม่ตรงสาย ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ทำงานไม่ตรงสาย ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การทำงานไม่ตรงสายไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดอยู่กับที่ หากอยากเปลี่ยนงานไปสายใหม่ แม้จบไม่ตรงสาย ก็สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ไปดูกันว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1. ประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ตัวเองอย่างชัดเจน ทั้งความสนใจ ความสามารถ และจุดแข็ง-จุดอ่อน เพื่อดูว่าสายงานใหม่เหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ การประเมินตัวเองช่วยให้รู้ว่าต้องพัฒนาทักษะหรือความรู้ส่วนไหนเพิ่มเติม และสามารถตั้งเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

2. ศึกษาตำแหน่ง สายงานใหม่อย่างละเอียด

ก่อนเปลี่ยนสายงานควรศึกษาตำแหน่งงานและความต้องการของสายงานนั้นอย่างรอบด้าน ทั้งหน้าที่รับผิดชอบ คุณสมบัติที่ต้องการ แนวโน้มตลาดแรงงาน และโอกาสเติบโต การมีข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้วางแผนการเตรียมตัวได้ตรงจุด

3. เพิ่มทักษะใหม่ให้ตรงสาย

เมื่อรู้ว่าต้องการทำงานในสายงานไหน ให้โฟกัสที่การเรียนรู้ทักษะหรือความรู้ที่จำเป็น อาจเป็นคอร์สออนไลน์ เวิร์กช็อป หรือการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคุณมีความสามารถเพียงพอและพร้อมสำหรับตำแหน่งงานใหม่

4. สร้างพอร์ตหรือผลงาน

การมีพอร์ตหรือผลงานที่แสดงความสามารถจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าทำงาน แม้ว่าจะจบไม่ตรงสาย การทำโปรเจกต์ส่วนตัว การฝึกงาน หรือทำงานอาสาในสายงานใหม่ สามารถเป็นตัวพิสูจน์ทักษะและประสบการณ์ของคุณให้ผู้จ้างเห็น

5. ปรับ Resume และโปรไฟล์ให้โดน

ปรับเรซูเม่และโปรไฟล์ออนไลน์ให้เน้นทักษะและผลงานที่เกี่ยวข้องกับสายงานใหม่ แม้จบไม่ตรงสายก็สามารถโชว์ความสามารถและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับงานใหม่ การเน้นจุดเด่นที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งช่วยให้ผู้ว่าจ้างสนใจ

6. เตรียมตัวสัมภาษณ์ให้พร้อม

ทำงานไม่ตรงสายสัมภาษณ์งานอย่างไรให้ผ่าน? เตรียมตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่เปลี่ยนสายงาน พร้อมยกตัวอย่างทักษะและผลงานที่เกี่ยวข้อง ฝึกตอบให้มั่นใจ และแสดงความมุ่งมั่นที่จะเติบโตในสายงานใหม่ จะช่วยให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าพร้อม และเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น

อัปสกิลใหม่ๆ ก่อนย้ายสายงาน

อัปสกิลใหม่ๆ ก่อนย้ายสายงาน

ทำงานไม่ตรงสายทักษะเฉพาะทางคือความรู้หรือความสามารถที่จำเป็นตรงกับสายงานใหม่ ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถทำงานได้จริงทันทีเมื่อย้ายสายงาน โดยมีสกิลที่ควรเสริมมีดังนี้

ทักษะเฉพาะทาง (Hard Skills)

ความรู้หรือความสามารถที่จำเป็นตรงกับสายงานใหม่คือทักษะเฉพาะทางที่ต้องมี เช่น การใช้โปรแกรมเฉพาะด้าน การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโค้ด หรือการออกแบบสิ่งต่างๆ การอัปสกิลด้านนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเรียนคอร์สออนไลน์ การเข้าร่วมเวิร์กช็อป การฝึกปฏิบัติจริง หรือแม้แต่การทำโปรเจกต์ส่วนตัว การมีทักษะเฉพาะทางที่ชัดเจนจะช่วยให้ทำงานได้อย่างมั่นใจ และเป็นจุดเด่นที่ผู้ว่าจ้างมองเห็น

ทักษะด้านพฤติกรรมและการปฏิสัมพันธ์ (Soft Skills)

การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการจัดการเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้จะมีทักษะเฉพาะทางแล้วแต่ไม่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น ก็อาจเจออุปสรรคในการทำงาน การฝึกฝน Soft Skills ทำได้โดยการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม อาสาสมัคร หรือโปรเจกต์ที่ต้องร่วมมือกับคนอื่น การพัฒนาทักษะเหล่านี้ช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับองค์กรใหม่ได้ง่ายและสร้างความน่าเชื่อถือ

ทักษะดิจิทัลพื้นฐาน (Digital Literacy)

การใช้เครื่องมือออนไลน์ โปรแกรมสำนักงาน การจัดการไฟล์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น หรือการใช้งานแพลตฟอร์มสื่อสารออนไลน์ เป็นสิ่งจำเป็นแทบทุกสายงาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยให้ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ง่าย การอัปสกิลด้านดิจิทัลสามารถทำได้ด้วยคอร์สออนไลน์ การฝึกใช้งานเครื่องมือใหม่ หรือทดลองทำโปรเจกต์ส่วนตัว

ทักษะการสร้างคอนเนคชั่น (Networking Skill)

การสร้างเครือข่ายหรือคอนเนคชั่นกับผู้คนในสายงานใหม่เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงโอกาสและข้อมูลที่มีค่า การเข้าร่วมงานสัมมนา การเข้ากลุ่มมืออาชีพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการพูดคุยกับผู้มีประสบการณ์ จะช่วยให้เรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมและเข้าใจตลาดงานมากขึ้น การมีคอนเนคชั่นยังช่วยให้ได้รับคำแนะนำหรือโอกาสงานใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว

การมี Growth Mindset

Growth Mindset คือความสามารถของเราสามารถพัฒนาได้ด้วยความพยายาม การเรียนรู้ และการฝึกฝน การมี Mindset แบบนี้ช่วยให้ไม่กลัวความล้มเหลว พร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง การฝึก Mindset ด้วยการตั้งเป้าหมายเล็กๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง อ่านหนังสือหรือเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ และสะท้อนความก้าวหน้าของตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเปลี่ยนสายงานและเติบโตในอาชีพใหม่

เขียนจดหมายสมัครงานอย่างไร ให้ HR เรียก

Cover Letter หรือจดหมายสมัครงานมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำตัวให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลรู้จักผู้สมัคร สรุปประวัติพื้นฐาน และอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงสนใจสมัครตำแหน่งนี้ การเขียนให้ดึงดูดใจจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ว่าจ้างอ่าน Resume ต่อ และนัดสัมภาษณ์งานในที่สุด โดยปกติ Cover Letter จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

  1. ส่วนแนะนำ (Introduction) เริ่มด้วยการแนะนำตัวสั้นๆ ระบุชื่อและประวัติพื้นฐาน พร้อมระบุตำแหน่งงานที่ต้องการสมัคร ทำให้ฝ่าย HR เข้าใจเบื้องต้นว่าคุณสมัครตำแหน่งใดและมาจากพื้นเพอย่างไร

  2. เนื้อหาหลัก (Body) เป็นส่วนที่เล่าถึงคุณสมบัติ ประสบการณ์ ทัศนคติในการทำงาน และเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับตำแหน่งนี้ หากไม่ได้เรียนตรงสาย ควรอธิบายถึงความมุ่งมั่นและความสามารถที่พัฒนามา เช่น ผลงานเด่น ฝึกงาน เวิร์กชอป หรืองานอดิเรกที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น เรียนจบกราฟิกดีไซน์ แต่สมัครงาน Copywriter ก็สามารถเน้นทักษะการเขียน ความเข้าใจด้านการสื่อสาร และยกตัวอย่างผลงานที่สอดคล้องกับความต้องการของบริษัท ทั้งนี้ควรเขียนอย่างกระชับ ชัดเจน และไม่โอ้อวดเกินจริง เพราะส่วนนี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณถูกคัดเลือกเข้าสัมภาษณ์

  3. ส่วนปิดท้าย (Closing) สรุปเหตุผลว่าทำไมถึงอยากร่วมงานกับบริษัทนี้ พร้อมอธิบายว่าหากได้เข้าร่วมทีม จะช่วยผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างไร การปิดท้ายควรสุภาพ กระชับ และสร้างความประทับใจแก่ผู้ว่าจ้าง

7 ทริกสัมภาษณ์งานสำหรับคนย้ายสายงานให้โดดเด่น

7 ทริกสัมภาษณ์งานสำหรับคนย้ายสายงานให้โดดเด่น

ก่อนเข้าสัมภาษณ์งานสำหรับคนที่ย้ายสายงาน การเตรียมตัวอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องพิสูจน์ว่าทักษะและประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถนำไปปรับใช้กับงานใหม่ได้ การเตรียมตัวอย่างเป็นระบบจะช่วยให้คุณดูมั่นใจ น่าสนใจ และโดดเด่นในสายตาผู้สัมภาษณ์

  1. เตรียม “Story” ที่เชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับงานใหม่ เล่าเรื่องราวการทำงานที่ผ่านมาให้เห็นว่าประสบการณ์เดิมช่วยสนับสนุนความสำเร็จในสายงานใหม่อย่างไร

  2. สื่อสารความกระตือรือร้นและความเข้าใจในงานใหม่ แสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าสนใจและเข้าใจความท้าทายในงานใหม่จริงๆ

  3. โชว์ “Skill Transfer” หรือทักษะที่ใช้ข้ามสายได้ ชี้ให้เห็นทักษะที่มีจากงานเดิมซึ่งสามารถนำมาใช้ในงานใหม่ได้ เช่น การบริหารเวลา การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการสื่อสาร

  4. ตอบคำถาม “ทำไมถึงเปลี่ยนสาย?” อย่างมั่นใจ เตรียมคำตอบที่ชัดเจนและสร้างแรงจูงใจ ทำให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจว่าการเปลี่ยนสายงานเป็นการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

  5. ศึกษาบริษัท ตำแหน่ง คำศัพท์ในสายงานใหม่ ทำความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร หน้าที่งาน และศัพท์เฉพาะ เพื่อสื่อสารได้อย่างมืออาชีพ

  6. เตรียม Portfolio หรือผลงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีงานที่สามารถแสดงทักษะหรือความสามารถที่เกี่ยวข้องกับงานใหม่ ควรนำมาโชว์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

  7. แสดงทัศนคติของนักเรียนรู้ (Growth Mindset) ย้ำให้เห็นว่าพร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์มั่นใจว่าสามารถเติบโตในสายงานใหม่ได้

ทำงานไม่ตรงสาย ได้อะไรมากกว่าที่คิด

การทำงานไม่ตรงสายไม่ได้หมายความว่าจะเสียเปรียบ ตรงกันข้ามการเปลี่ยนสายงานสามารถเปิดโอกาสและประโยชน์ที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่น

  1. เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และมุมมองหลากหลาย

  2. พัฒนาความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีขึ้น

  3. ค้นพบความสนใจและความถนัดจริงๆ ของตัวเอง

  4. สร้างเครือข่ายและโอกาสใหม่ๆ

  5. เพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน

  6. สร้างความมั่นใจและความกล้าในการเรียนรู้สิ่งใหม่

สรุป

การทำงานไม่ตรงสายเป็นโอกาสให้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ พัฒนาความยืดหยุ่น และค้นพบความสนใจหรือความถนัดที่แท้จริงแม้จะไม่ได้จบตรงสาย รวมทั้งการอัปสกิล เพิ่มประสบการณ์ สร้างผลงาน และเตรียมตัวอย่างรอบด้านจะช่วยปรับตัวและแข่งขันได้ในสายงานใหม่ การเตรียม Cover Letter, Resume, Portfolio และเทคนิคการสัมภาษณ์อย่างมีระบบจะทำให้คุณโดดเด่นในสายตาผู้ว่าจ้าง อีกทั้งยังเปิดโอกาสสร้างเครือข่ายและความมั่นใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเป็นเส้นทางสู่การเติบโตและโอกาสใหม่ๆ อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังอยากเปลี่ยนสายงาน และกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา แม้จะทำงานไม่ตรงสายเราพร้อมช่วยให้คุณก้าวไปสู่เป้าหมายในชีวิตอย่างมั่นใจ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทำงานไม่ตรงสาย (FAQ)

หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับการทำงานไม่ตรงสายว่าจะมีผลอย่างไรต่ออาชีพและโอกาสในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและเตรียมตัวได้ดียิ่งขึ้น

จะอยู่รอดอย่างไรในสายงานที่ไม่ตรงกับที่เรียน?

การอยู่รอดในสายงานใหม่ต้องอาศัยการเรียนรู้และปรับตัว พัฒนาทักษะที่จำเป็นในสายงานนั้น สร้างผลงานหรือโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง และรักษาทัศนคติที่พร้อมเรียนรู้ (Growth Mindset) จะช่วยให้ทำงานได้อย่างมั่นใจและก้าวหน้า

ควรเรียนต่อเพื่อให้ตรงสายไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากสามารถอัปสกิลหรือเรียนรู้ผ่านคอร์สออนไลน์ เวิร์กชอป หรือฝึกงาน ก็สามารถสร้างความเชี่ยวชาญได้ การเรียนต่อเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชิงลึกหรือสายงานที่ต้องมีวุฒิการศึกษาที่เฉพาะเจาะจง

ทำงานไม่ตรงสายผิดไหม?

การทำงานไม่ตรงสายไม่ผิด และเป็นเรื่องปกติในยุคปัจจุบัน หลายคนพบว่าการเปลี่ยนสายงานช่วยให้ค้นพบความสนใจจริงๆ พัฒนาทักษะใหม่ และสร้างโอกาสเติบโตในอาชีพได้มากขึ้น

สมัครงานไม่ตรงสายจะถูกมองข้ามไหม?

ไม่เลย หากสามารถสื่อสารทักษะ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นได้ชัดเจน การเขียน Resume, Cover Letter และเตรียม Portfolio อย่างรอบด้าน จะช่วยให้ผู้ว่าจ้างเห็นศักยภาพที่แท้จริง แม้ไม่ได้จบตรงสายก็สามารถโดดเด่นและได้รับโอกาสสัมภาษณ์ได้


เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา