Key Takeaway
ช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาการว่างงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ลาออกเองเพราะอยากหาทางเลือกใหม่ หรือผู้ที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่คาดคิด ปัญหานี้ส่งผลต่อรายได้และความมั่นคงทางการเงินอย่างมาก สำหรับผู้ที่มีประกันสังคม จึงควรตรวจสอบเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการลงทะเบียนคนว่างงานออนไลน์ เพื่อให้สามารถรับเงินชดเชยตามสิทธิ์ของตัวเองได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
การลงทะเบียนคนว่างงานออนไลน์ต้องเตรียมเอกสารให้ครบ โดยแบ่งเป็น 2 กรณีหลัก คือ
การลงทะเบียนคนว่างงานออนไลน์สามารถทำได้ 2 วิธีหลัก ดังนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถขึ้นทะเบียนและรายงานตัวรับสิทธิประโยชน์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
1. เข้าสู่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน ที่ https://e-service.doe.go.th
2. เลือกเมนู ‘รายงานตัว’
3. กรอกข้อมูลสถานะการทำงานปัจจุบัน
4. บันทึกข้อมูลและสามารถตรวจสอบสถานะการรับสิทธิประโยชน์ได้ในระบบ
เงินสมทบคนว่างงานตามประกันสังคมขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท และสามารถแบ่งตามสาเหตุการลาออกออกเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้
ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 90 วันต่อปี
ตัวอย่างการคำนวณ
เงินชดเชยตามจำนวนวันที่ว่างงานในรอบปีปฏิทิน
ผู้ประกันตนที่ว่างงานจากกรณีถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 180 วันต่อปี
ตัวอย่างการคำนวณ
เงินชดเชยตามจำนวนวันที่ถูกเลิกจ้างในรอบปีปฏิทิน
ผู้ที่ลงทะเบียนว่างงานและรายงานตัวเรียบร้อย จะได้รับเงินทดแทนภายใน 7-14 วันทำการ หลังสำนักงานประกันสังคมอนุมัติ สามารถตรวจสอบสถานะการจ่ายเงินได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
หลายคนอาจสงสัยว่าหากลาออกจากงาน ประกันสังคมยังใช้ได้ไหม คำตอบคือสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้อย่างต่อเนื่อง แค่เปลี่ยนสถานะจากผู้ประกันตนมาตรา 33 (พนักงานบริษัทเอกชน) เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สมัครใจ) ภายใน 6 เดือนหลังลาออก
หากดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ผู้ประกันตนจะยังคงสามารถใช้ สิทธิ์การรักษาและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้โดยไม่สะดุด แม้จะไม่ได้ทำงานในระบบแล้วก็ตาม
การลาออกจากงานอาจทำให้ขาดรายได้ แต่ผู้ประกันตนยังมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม โดยสามารถลงทะเบียนคนว่างงานได้ทันที สำหรับกรณีลาออกด้วยตัวเอง ประกันสังคมจะจ่ายเงินชดเชย 45% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 90 วัน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องมีประวัติการ จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ผู้ประกันตนต้องรายงานตัวคนว่างงานเมื่อครบ 1 เดือน หลังจากขึ้นทะเบียนว่างงาน โดยสามารถรายงานตัวล่วงหน้า 7 วันก่อนหรือหลังวันที่กำหนด (รวมวันหยุดราชการ) หากไม่สามารถรายงานตัวตามกำหนดได้ด้วยเหตุจำเป็น เช่น เจ็บป่วย ญาติในทะเบียนบ้านเสียชีวิต หรือเดินทางไปต่างประเทศ สามารถนำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประกันสังคมเพื่อรับเงินที่เป็นสิทธิประโยชน์ต่อได้
ผู้ที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้างและมีประกันสังคม สามารถขึ้นทะเบียนรับเงินชดเชย ด้วยตัวเองได้ภายใน 30 วันหลังลาออก โดยต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีประวัติการจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงาน หลังจากลงทะเบียนคนว่างงานแล้ว ผู้ประกันตนต้องนำสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคม เพื่อให้โอนเงินชดเชยเข้าบัญชี
หากต้องการแก้ไขข้อมูลในระบบประกันสังคม สามารถดำเนินการได้โดยยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลที่สำนักงานประกันสังคมที่เลือกไว้ สำหรับข้อมูลที่ส่งมาจากนายจ้าง ผู้ประกันตนสามารถประสานให้นายจ้าง ส่งหนังสือขอแก้ไขข้อมูลไปยังสำนักงานประกันสังคมได้เช่นกัน
เดือนแรกหลังขึ้นทะเบียน ผู้ประกันตนที่เป็นคนว่างงานต้องแสดงความพยายามในการหางานก่อน โดยยังไม่นับเป็นการได้รับสิทธิ์ เมื่อรายงานตัวครั้งแรกต้องนำหลักฐานการหางาน ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน หรือยืนยันผ่านเว็บไซต์ หากยังไม่ได้งานหลังครบ 1 เดือน เจ้าหน้าที่จะอนุมัติสิทธิ์และเงินชดเชยจะถูกโอนเข้าบัญชีภายใน 5-7 วันทำการ
ผู้ประกันตนมีสิทธิ์รับเงินทดแทน กรณีหมดสัญญาจ้างตามกำหนดหรือถูกเลิกจ้าง โดยต้องไม่เป็นการเลิกจ้างด้วยสาเหตุต่อไปนี้
ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนตามระยะเวลาการว่างงานจริง โดยสำนักงานประกันสังคมจะคำนวณจากข้อมูลที่ผู้ประกันตนและนายจ้างทั้งเก่าและใหม่ส่งมา หากผู้ประกันตนได้งานใหม่ สามารถแจ้งสำนักงานประกันสังคมเพื่อบันทึกข้อมูลทันที
ในหนึ่งปีปฏิทิน ผู้ประกันตนมีสิทธิ์รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 180 วัน แต่หากเป็นการว่างงานเพราะลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างและยื่นขอรับสิทธิ์มากกว่า 1 ครั้งในปีเดียวกัน จะได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 90 วัน
ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลาออก ในกรณีลาออกจะมีสิทธิ์รับเงินทดแทนไม่เกิน 90 วัน ส่วนกรณีถูกเลิกจ้างจะได้รับไม่เกิน 180 วัน ทั้งนี้จำนวนวันที่มีสิทธิ์รับเงินทดแทนจะลดลงตามระยะเวลาที่ได้รับไปแล้ว จนครบตามกำหนด
กรณีว่างงานทั่วไป สามารถขึ้นทะเบียนได้ภายใน 1 ปี สำหรับกรณีลาออกจะได้รับสิทธิ์ 90 วัน หากผู้ประกันตนได้งานใหม่และถูกเลิกจ้าง จะได้รับสิทธิ์เพิ่มจนครบ 180 วัน ในปีนั้น หากสิทธิ์ต่อเนื่องข้ามปี จะคิดรวมให้ครบตามสิทธิ์ และในปีถัดไปผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิ์ใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
การยื่นขอสิทธิ์กรณีว่างงาน ของผู้ประกันตนอาจได้รับผลกระทบ หากมีข้อผิดพลาดหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน จึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่จะต้อง ติดตามการจ่ายเงินสมทบและตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้สิทธิ์ของผู้ประกันตนถูกต้องครบถ้วนและได้รับเงินทดแทนตามกำหนด
เมื่อว่างงานไม่ว่าจะลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถขึ้นทะเบียนคนว่างงานออนไลน์ เพื่อรับเงินทดแทนจากประกันสังคม ได้ภายใน 30 วันหลังว่างงาน กรณีลาออกจะได้รับ 30-45% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 90 วัน ส่วนกรณีถูกเลิกจ้างได้รับ 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 180 วัน
ผู้ประกันตนต้องรายงานตัวและแสดงหลักฐานการหางาน ผ่านเว็บไซต์หรือสำนักงานจัดหางาน พร้อมตรวจสอบสถานะการรับสิทธิ์ได้หลายช่องทาง เอกสารสำคัญ ได้แก่ แบบคำขอ สปส.2-01/7 บัตรประชาชน รูปถ่าย หนังสือรับรองการออกจากงาน และสำเนาบัญชีธนาคาร หากลาออกแล้วต้องการสิทธิ์ประกันสังคมต่อ สามารถเปลี่ยนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือน
ผู้ประกันตนควรวางแผนการเงิน ใช้เวลาว่างพัฒนาทักษะ มองหารายได้เสริม และอัปเดตโปรไฟล์อาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานใหม่ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนงานหรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ ใช้ jobsdb ค้นหาตำแหน่งงานที่หลากหลายและตรงกับความสนใจ
ผู้ประกันตนที่ลาออกจะได้รับเงินชดเชย 30-45% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 90 วันต่อปี ส่วนกรณีถูกเลิกจ้างจะได้รับ 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 180 วัน การคำนวณเงินชดเชยขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท และจำนวนวันที่ว่างงานจริง
หลังจากขึ้นทะเบียนว่างงาน ผู้ประกันตนต้องรายงานตัว ต่อเจ้าหน้าที่หรือผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน พร้อมแสดงหลักฐานความพยายามหางานในเดือนแรก การรายงานตัวเป็นประจำทุกเดือนจะช่วยให้สิทธิประโยชน์ต่อเนื่องไม่สะดุด
หากผู้ประกันตนได้งานใหม่ ต้องแจ้งสำนักงานประกันสังคมทันที เพื่อปรับสถานะและบันทึกข้อมูลการจ่ายเงินสมทบใหม่ การแจ้งนี้ช่วยให้เงินชดเชยคำนวณถูกต้อง และหลีกเลี่ยงปัญหาการรับสิทธิ์ทับซ้อน
จำนวนวันที่ได้รับเงินทดแทนจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการว่างงาน กรณีลาออกสูงสุด 90 วัน ส่วนกรณีถูกเลิกจ้างสูงสุด 180 วัน หากได้รับสิทธิ์มากกว่าหนึ่งครั้งในปีเดียวกัน จะถูกคำนวณรวมไม่เกินวันสูงสุดตามประเภทการว่างงาน และสิทธิ์จะต่อเนื่องข้ามปีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด