Key Takeaway
การทำงานในอุตสาหกรรม โรงงานมักแบ่งงานออกเป็นหลายประเภท เช่น วิศวกรควบคุม พนักงานฝ่ายผลิต Quality Assurance (QA) และ Quality Control (QC) แม้ QA และ QC จะทำงานใกล้ชิดกับสายการผลิตและประสานงานกัน แต่หน้าที่ของทั้งสองตำแหน่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับใครที่สงสัยว่าหน้าที่ของ QA และ QC แตกต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับใครที่สนใจหางาน QC / QA และสงสัยว่าหน้าที่ของทั้งสองแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น
ในกระบวนการผลิต โรงงานจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพของสินค้าและผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ผ่านระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System: QMS) ซึ่งครอบคลุมทั้งโครงสร้างการจัดการองค์กร การกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากร กระบวนการทำงาน เอกสารและระเบียบขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงาน และทรัพยากรการจัดการ เพื่อให้การบริหารคุณภาพเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงมีการกำหนดตำแหน่ง QA และ QC ขึ้นมาเพื่อดูแลคุณภาพสินค้าอย่างเป็นระบบ
Quality Assurance (QA) หมายถึงการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างมีระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการสามารถตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพตามที่ตกลงไว้ การประกันคุณภาพช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าว่าพวกเขาจะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น
เป็นการตรวจสอบสินค้าและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน (Standard) ซึ่งสอดคล้องกับแผนที่วางไว้ ทั้งในด้านคุณภาพ (Quality) และปริมาณ (Quantity) การควบคุมคุณภาพ (QC) เป็นส่วนหนึ่งของการประกันคุณภาพ (QA) และการประกันคุณภาพ ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารคุณภาพ (QMS) ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารธุรกิจ ที่มีเป้าหมายหลักเพียงหนึ่งเดียวคือการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า
A (Quality Assurance) จะทำงานเชิงรุกโดยเน้นการวางแผนและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ในขั้นตอนการผลิตที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน QA เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์และมาตรฐานของสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด รวมถึงตรวจสอบสินค้าที่ผ่านการ QC มาแล้วอีกครั้ง
หากเกิดปัญหาในกระบวนการผลิต QA ต้องสามารถวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบ เพื่อนำของเสียหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ลดจำนวนปัญหาในระยะยาว
ในขณะที่ QA ทำหน้าที่วางแผนการทำงาน QC เป็นผู้ปฏิบัติการ ตรวจสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตาม มาตรฐานที่ QA กำหนด QC ต้องมีความ ละเอียดอ่อน ช่างสังเกต และสามารถคัดแยกสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานได้อย่างรวดเร็ว
การทำงานของ QC จำเป็นต้องใช้ ความรู้และประสบการณ์ มีการตรวจสอบทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผลิต โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อรับประกันคุณภาพสินค้า ดังนี้
สำหรับใครที่กำลังหางาน QA/QC อาหาร ความรู้เรื่องการตรวจสอบวัตถุดิบและเอกสารรับรองคุณภาพเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้ทำงานได้อย่างมืออาชีพ เพราะการทำงานด้าน QA และ QC อาหาร จำเป็นต้องตรวจสอบวัตถุดิบทุกตัวที่ใช้ในการผลิต
โดยวัตถุดิบแต่ละชิ้นต้องมี Certificate of Analysis (COA) เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลของผู้นำเข้าและผู้ขายได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องมีการสุ่มตรวจวัตถุดิบ เพื่อรับประกันคุณภาพก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต
การทำงานด้าน QA และ QC บรรจุภัณฑ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่เพียงแต่ตรวจสอบเหมือนวัตถุดิบ แต่ยังต้องใช้หลักการ Sampling Plan เพื่อสุ่มตรวจสอบตามมาตรฐาน AQL เพราะบรรจุภัณฑ์ส่งผลโดยตรงต่อ ความปลอดภัยของสินค้าและความพึงพอใจของลูกค้า การตรวจสอบอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงในการส่งสินค้าที่มีข้อบกพร่อง สำหรับผู้ที่หางาน QA QC การเข้าใจวิธีตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และการใช้มาตรฐาน AQL จะทำให้คุณทำงานได้อย่างมืออาชีพและตอบโจทย์มาตรฐานอุตสาหกรรม
ในการตรวจสอบคุณภาพเนื้อผลิตภัณฑ์ จะแบ่งการทดสอบออกเป็น 2 ลักษณะหลัก
มีตำแหน่งเฉพาะที่เรียกว่า QC Line ทำหน้าที่ตรวจสอบไลน์การผลิตของผลิตภัณฑ์ เช่น สุ่มตรวจ 10 ชิ้นแรกก่อนเริ่มไลน์และดำเนินการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ในไลน์ทุกชั่วโมง รวมถึงตรวจสอบการติดสติ๊กเกอร์ การบรรจุกล่อง และขั้นตอนอื่นๆ ว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ การตรวจสอบนี้ช่วยป้องกันความผิดพลาดระหว่างการผลิต และรับประกันคุณภาพของสินค้า
เป็นการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีสุ่มตรวจ เพื่อตรวจว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ รวมถึงการเก็บ Retain Sample เพื่อตรวจสอบภายหลัง
จะเห็นได้ว่า QA และ QC มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Production และ Operation สิ่งสำคัญในการทำงานคือการประสานงานระหว่างฝ่ายวางแผนและฝ่ายปฏิบัติการ โดยอาศัยความสามารถและความถนัดที่แตกต่างกัน แต่ทุกฝ่ายต้องใช้องค์ความรู้ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันความผิดพลาดในระยะยาว
ความต้องการบุคลากรด้านควบคุมคุณภาพ ในตลาดงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง และการผลิต เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภค องค์กรจึงให้ความสำคัญกับตำแหน่ง QA และ QC มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าและบริการเป็นไปตามมาตรฐาน ลดความเสี่ยงจากข้อบกพร่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
ผู้ที่กำลังหางาน QC/QA ทักษะด้านการตรวจสอบคุณภาพ การวางแผนป้องกันปัญหา และความเข้าใจมาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพและมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพนี้
สำหรับสายงานควบคุมคุณภาพ (QA/QC) ผู้สมัครควรมีทักษะด้านเทคนิค เช่น การตรวจสอบวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบต่างๆ รวมถึงการวิเคราะห์ผลตรวจสอบอย่างแม่นยำ พร้อมทั้งมีความรู้ด้านมาตรฐานคุณภาพ เช่น ISO GMP HACCP หรือ AQL และสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบและประกันคุณภาพได้จริง
นอกจากนี้ยังต้องมีทักษะการทำงานร่วมกับทีม สามารถประสานงานระหว่างฝ่าย QA QC Production และ Operation ได้อย่างราบรื่น การเตรียมตัวให้ครอบคลุมทั้งสามด้านนี้จะช่วยให้ผู้ที่กำลังหางาน QA QC ได้ตรงตามความต้องการขององค์กรและสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพ
เกณฑ์การวัดผลการทำงานของฝ่ายคุณภาพ เช่น QA/QC องค์กรมักใช้ KPI ต่อไปนี้ในการประเมินประสิทธิภาพและคุณภาพของงาน
QA (Quality Assurance) มุ่งเน้นสร้างระบบป้องกันข้อผิดพลาด ส่วน QC (Quality Control) ตรวจสอบคุณภาพสินค้า KPI ของ QA/QC เช่น อัตราข้อผิดพลาด การปฏิบัติตามมาตรฐาน และความพึงพอใจของลูกค้า ทักษะสำคัญ ได้แก่ ความละเอียดรอบคอบ การวิเคราะห์ปัญหา ความรู้ ISO/HACCP และการทำงานร่วมกับทีม งานครอบคลุมฝ่ายผลิต ห้องแล็บ และฝ่ายควบคุมคุณภาพ สามารถต่อยอดไปสายบริหารคุณภาพหรือ Production Operation ได้
ถ้าคุณมองหาโอกาสใหม่ๆ ลองค้นหางาน QA/QC ผ่าน jobsdb ที่รวมงานจากหลายบริษัทไว้ด้วยกัน ปรับแต่งการค้นหาและเชื่อมต่อนายจ้างได้ง่าย พร้อมฟีเจอร์แนะนำงานช่วยเตรียมตัวมั่นใจและสร้างเส้นทางอาชีพได้รวดเร็ว
เด็กจบใหม่สามารถสมัครงาน QA/QC ได้ แม้ว่าจะยังไม่มีประสบการณ์ตรง หลายบริษัทเปิดรับผู้เริ่มต้นเพื่อฝึกอบรมภายในองค์กร สิ่งสำคัญคือมีความตั้งใจเรียนรู้ กระตือรือร้น และมีความละเอียดรอบคอบ งานระดับเริ่มต้นมักเป็นการช่วยตรวจสอบเอกสารหรือทำงานในห้องแล็บก่อนค่อยรับผิดชอบงานที่ซับซ้อนมากขึ้น
โดยทั่วไปงาน QA/QC ต้องการผู้จบสาขาวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม เช่น อาหาร เคมี ชีววิทยา อุตสาหกรรมอาหาร หรือวิศวกรรมคุณภาพ บางตำแหน่งยินดีรับสายอื่นหากมีความรู้หรือทักษะที่เกี่ยวข้อง เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลหรือการจัดการคุณภาพ การมีใบประกาศมาตรฐาน ISO/HACCP จะเพิ่มโอกาสได้งาน
งาน QA/QC อาหาร จำเป็นต้องเข้าใจมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น HACCP, ISO 22000, GMP นอกจากนี้ควรรู้ข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ เช่น อย. และมาตรฐานสากลอื่นๆ การรู้จักและปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยง ป้องกันปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
เริ่มจากตำแหน่งระดับเริ่มต้น เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือแล็บ สามารถเติบโตไปเป็นหัวหน้า QA/QC, ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร อีกทั้งยังมีโอกาสต่อยอดไป Production Operation หรือบริหารโครงการคุณภาพในอุตสาหกรรมอื่นได้ การเติบโตขึ้นอยู่กับทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่สะสม
ทักษะสำคัญ ได้แก่ ความละเอียดรอบคอบ การวิเคราะห์ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกับทีม และความรู้ด้านมาตรฐานอาหารหรือ ISO/HACCP การมีทักษะคอมพิวเตอร์ เช่น Excel การจัดทำรายงาน และการใช้เครื่องมือทดสอบต่างๆ จะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสได้งานง่ายขึ้น