ไม่มีใครอยากทำงานกับเจ้านายแย่ๆ และความรู้สึกไม่ดีในที่ทำงานส่งผลอย่างยิ่งกับขวัญกำลังใจ, ประสิทธิภาพการทำงาน และความก้าวหน้าในอาชีพของคุณอย่างแน่นอน ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยออกจากที่ทำงานเก่าเพราะเจอเจ้านายที่ไม่ดีและหลายๆ คนปฏิเสธงานนั้นเพราะพวกเขาเห็นธงแดงในตัวของว่าที่เจ้านายในอนาคต
ถ้าคุณคือคนไทยคนหนึ่งที่คิดว่าเจ้านายแย่ๆ สร้างบรรยากาศลบๆ ในที่ทำงานได้อย่างมหาศาล นี่คือห้าคำถามที่คุณควรใช้ เพื่อพิจารณาว่าว่าที่เจ้านายในอนาคตของคุณเป็นคนที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่
ก่อนที่จะไปตัดสินว่าเจ้านายในอนาคตของคุณ "แย่" หรือ "ดี" เราอยากให้คุณเข้าใจคุณสมบัติ, ความสามารถ และวิธีการสื่อสารที่จะทำให้คุณเปล่งประกายได้ดีที่สุดในที่ทำงานเสียก่อน
ตัวอย่างเช่น คุณต้องการเจ้านายที่เป็นสายซัพพอร์ต ที่ให้ความช่วยเหลือ, ช่วยสอนงานให้คุณเติบโต และสื่อสารกับคุณอย่างสม่ำเสมอ หรือคุณต้องการเจ้านายที่เป็นสายปฏิบัติ ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ ที่สื่อสารแบบตรงไปตรงมา มอบโจทย์มาให้คุณและให้อิสระแก่คุณในการทำงาน
ในขั้นแรก คุณควรคิดให้ดีๆ ก่อนว่าผู้นำและการสื่อสารแบบไหนที่ทำให้คุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้คุณเข้าใจว่าคุณต้องการอะไรจากผู้จัดการคนใหม่ที่คุณจะต้องเจอ
การหางานคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทบทวนแนวคิดของตัวเอง ถ้าได้ทำงานกับคนที่มีแนวคิดตรงกับกับเราจะช่วยให้เรารู้สึกเติมเต็มในการทำงานมากขึ้น
แนวคิดที่ว่านี้อาจหมายถึงปัจจัยภายในต่างๆ เช่น ต้องการทำงานที่ได้ช่วยเหลือผู้คน, ทำงานที่ได้ร่วมงานกับคนอื่นในทีม หรือทำงานที่ทำให้คุณได้เติบโตหรือพัฒนาตนเอง รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น เงินเดือนดี, สถานะทางสังคม, มีเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ และเป็นงานที่มั่นคง เป็นต้น
การเช็คแนวคิดว่าตรงกันระหว่างการหางานสามารถทำได้โดยหาตัวอย่างของแนวคิดของคุณว่ามีอยู่ในองค์กรที่คุณจะไปทำงานด้วย 'อย่างเป็นประจำ' หรือไม่
ก่อนที่คุณจะส่งใบสมัคร, ไปสัมภาษณ์งาน หรือตอบรับงานนั้น เราอยากให้คุณลองนึกถึงคุณสมบัติและความสามารถของเจ้านายหรือหัวหน้าคนก่อนๆ ของคุณที่คุณชื่นชม
คิดถึงผู้จัดการคนเก่าและสิ่งที่เขาทำให้คุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในอดีต และดูว่าทักษะการเป็นผู้นำและวิธีการสื่อสารแบบนั้น ยังส่งผลแบบเดียวกันต่อคุณในปัจจุบันหรือไม่ ในการสัมภาษณ์งาน คุณอาจได้รับคำถามว่า "คุณมองหาอะไรในตัวผู้จัดการคนใหม่ที่คุณจะต้องเจอ?" ดังนั้นการเตรียมตัวไว้ก่อนจะช่วยให้คุณตอบคำถามได้อย่างมั่นใจและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
คุณควรนึกอยู่เสมอว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนกับเจ้านาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเจ้านายต้องมาจากความเคารพกันและทำงานร่วมกันได้ นี่คือห้าคำถามที่คุณควรถามว่าที่เจ้านายคนต่อไประหว่างการสัมภาษณ์งาน:
นี่คือคำถามสำคัญที่จะดูว่าแนวคิดของคุณตรงกับสิ่งที่ผู้ว่าจ้างมองหาในตัวพนักงานหรือไม่
ฟังคำตอบนี้เพื่อดูว่าว่าที่เจ้านายคนใหม่ของคุณได้พูดถึงอุปนิสัยหรือแนวคิดใดที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในตำแหน่งงานดังกล่าว
เราถามคำถามนี้เพื่อดูว่าว่าที่เจ้านายคนใหม่สามารถอธิบายวิธีการสื่อสารของตนเองได้หรือไม่ไหมและวิธีการสื่อสารของเขานั้นเหมาะกับคุณหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น เวลาให้ฟีดแบ็คเขาจะพูดอย่างหนักแน่นตรงไปตรงมาหรือถนอมน้ำใจ เป็นต้น
คำถามนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณรู้ว่าผู้จัดการคนใหม่จะให้ฟีดแบ็คบ่อยแค่ไหนรวมถึงวิธีการให้ฟีดแบ็คของเขาด้วย ตัวอย่างเช่น เขาจะมีการนัดคุยฟีดแบ็คเป็นรายสัปดาห์หรือไม่ หรือจะประเมินการทำงานของเราเป็นรายปีทีเดียวเลย ถ้าคุณต้องการให้เจ้านายใหม่ให้ฟีดแบ็คแก่คุณอย่างต่อเนื่อง การถามคำถามนี้ตอนสัมภาษณ์งานจะช่วยให้คุณรู้ว่าคุณจะได้รับฟีดแบ็คบ่อยแค่ไหน
แน่นอนว่าคำถามนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าว่าที่เจ้านายคนต่อไปของคุณสามารถอธิบายความเป็นผู้นำของตัวเองได้ไหมและทำให้คุณรู้ว่าผู้นำในลักษณะดังกล่าวเข้ากับวิธีการทำงานของคุณหรือไม่
ถ้าคุณเจอเจ้านายที่แย่หรือไม่เหมาะกับคุณ มันจะส่งผลอย่างมากต่อความสุขและประสิทธิภาพการทำงาน แต่ถ้าคุณรู้แนวคิดของคุณเองและได้ถามคำถามเบื้องต้นเพื่อตรวจดูธงแดงในตัวเจ้านายคนใหม่ก่อนที่จะตอบตกลงเข้าทำงาน จะทำให้คุณกับเจ้านายคนต่อไปทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นและมีความสุขอย่างแน่นอน