การถูกเรียกเข้าไปสัมภาษณ์งานคือขั้นสำคัญของการได้งาน และยังเป็นโอกาสที่คุณจะได้แสดงทักษะ, ประสบการณ์ และอุปนิสัยเพื่อพิสูจน์ว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับงานนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่แปลกที่ผู้สมัครจะรู้สึกกดดันและประหม่า แต่เราอยากให้คุณระวังตัวไม่ให้ทำสิ่งเหล่านี้ที่จะสร้างความประทับใจที่ไม่ดีต่อผู้ว่าจ้าง
นี่คือสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงในการสัมภาษณ์งาน รวมถึงสิ่งที่คุณควรทำเพื่อเพิ่มโอกาสให้คุณได้งานที่ต้องการ
ถ้าคุณไม่ทำการบ้านเรื่องตำแหน่งงาน, บริษัทผู้ว่าจ้าง และอุตสาหกรรมของบริษัทที่คุณเข้าไปสมัครงาน ผู้สัมภาษณ์งานจะมองว่าคุณไม่ได้สนใจงานนั้นอย่างแท้จริงและไม่เตรียมพร้อม
วราวุธ ธำรงรัตน์ ให้คำแนะนำว่า: "คุณควรรู้เรื่องตำแหน่งงานที่คุณไปสมัครอย่างดี" ฐิรญาดา จันทพลให้ความเห็นเสริมว่า "ทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทที่คุณได้สมัครงานให้ละเอียด ทั้งบริษัทนี้ทำเกี่ยวกับอะไร, สินค้าหรือบริการสำคัญของบริษัทนั้น, และสิ่งที่บริษัทนั้นให้ความสำคัญในเชิงธุรกิจ ทำการบ้านเกี่ยวกับบอร์ดบริหารองค์กร, ติดตามข่าวเกี่ยวกับบริษัทนั้น และลองดูว่าคนในอุตสาหกรรมนั้น มองบริษัทนั้นอย่างไร"
เตรียมคำตอบด้วยการอ้างถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของตนเองเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและผลลัพธ์ที่ได้ การรู้ข้อมูลบริษัทรวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเป็นอย่างดีจะแสดงให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าคุณใส่ใจและสนใจในตำแหน่งงานนี้อย่างแท้จริง
การไปสายจะทำให้ความประทับใจที่มีต่อคุณติดลบทันทีและทำให้ผู้ว่าจ้างรู้สึกว่าคุณไม่เตรียมพร้อม วราวุธเสริมว่า "อย่าไปสายเป็นอันขาดถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอ"
ฐิรญาดาให้ความเห็นว่า "การจราจรในกรุงเทพนั้นคาดเดาไม่ได้ จึงต้องวางแผนเผื่อเวลาเอาไว้ คุณควรสำรวจเส้นทางของบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์งานมาอย่างดี และรู้ว่าจะต้องไปที่ตึกไหนในชั้นใด นอกจากนี้ยังต้องเผื่อเวลาสำหรับการแลกบัตรขึ้นตึกและรอลิฟต์อีกด้วย นอกจากนี้ คุณควรเตรียมเอกสารส่วนบุคคลให้พร้อม สำหรับคนไทยคือบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ และสำหรับชาวต่างชาติคือพาสปอร์ตเล่มจริงหรืออย่างน้อยสำเนาของพาสปอร์ตเล่มนั้น"
หากคุณสัมภาษณ์งานทางออนไลน์ คุณควรตรวจสอบความเร็วในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, เว็บหรือแอปที่จะใช้สัมภาษณ์ออนไลน์, แสงไฟ และเรื่องเสียงก่อนสัมภาษณ์ให้เรียบร้อย ถ้าคุณมีเหตุให้ต้องเข้าสัมภาษณ์งานสาย ต้องรีบโทรแจ้งผู้สัมภาษณ์ในทันที
การแต่งตัวที่ไม่เหมาะสมหรือเสื้อผ้าหน้าผมที่ดูรกรุงรังจะทำให้คุณดูไม่น่าเชื่อถือ
ฐิรญดาแนะนำว่า "ต้องแต่งตัวให้เหมาะสมอยู่เสมอ คำว่าเหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจที่คุณไปสมัครงานด้วย คุณควรตรวจสอบอย่างดีว่าต้องแต่งกายแบบใดให้เหมาะสมกับบริษัทนั้นๆ และทำตามกฎของบริษัท"
วราวุธให้ความเห็นเสริมว่า "ถ้าคุณรู้สึกว่าบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์งานให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าออฟฟิศ คุณควรเลือกรองเท้าที่ดูสุภาพและถอดออกได้ง่าย"
คุณควรแต่งตัวให้สุภาพกว่าชุดทำงานปกติของออฟฟิศนั้นๆ เล็กน้อย และสำหรับผู้ที่สัมภาษณ์งานทางออนไลน์ เราขอแนะนำให้ใส่เสื้อที่ไม่มีลวดลายฉูดฉาด และจงให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าหน้าผมอย่างดี สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจ
ยิ่งพยายามขายตัวเองมากเท่าไหร่ คุณยิ่งดูขี้อวดมากขึ้นเท่านั้น
ฐิรญาดาให้ความเห็นว่า "อย่าขี้โม้!" วราวุธเสริมว่า "สุภาพและถ่อมตัว"
แน่นอนว่าความมั่นใจคือสิ่งสำคัญ แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความจริงใจจะสร้างความประทับใจที่ยิ่งกว่า เวลาพูดถึงความสำเร็จคุณจะต้องมาพร้อมกับหลักฐาน ข้อเท็จจริงและผลงานที่จับต้องได้มีน้ำหนักมากกว่าคำกล่าวอ้างลอยๆ เสมอ
เวลาตื่นเต้น คนเราอาจพูดยาวๆ ที่มีแต่น้ำ
ฐิรญาดาและวราวุธแนะนำว่า "โฟกัสอยู่ที่ประเด็น" พูดให้เข้าประเด็นอย่างเจาะจงและใช้คำที่กระชับ เน้นให้คำตอบตรงกับจุดที่สำคัญและสั้นกระชับไม่เยิ่นเย้อ ถ้าเป็นคำถามทั่วๆ ไป เช่น "บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณให้เราฟัง" คำตอบไม่ควรยาวเกิน 3 นาที ถ้าคุณต้องการเวลาคิด ขอให้คุณหยุดคิดเล็กน้อยก่อนให้คำตอบ
การพูดถึงที่ทำงานเก่าหรือหัวหน้าคนเก่าในด้านลบ จะทำให้คุณดูไม่ดีในสายตาผู้ว่าจ้าง
ฐิรญาดาและวราวุธเน้นย้ำว่า "อย่ากล่าวโทษและพูดถึงคนอื่นในแง่ลบ" คุณควรให้ความสำคัญข้อเท็จจริงและพูดในเรื่องที่ดี เช่นถ้าผู้สัมภาษณ์ถามคุณว่าทำไมถึงออกจากที่ทำงานเก่า คำตอบของคุณควรโฟกัสไปที่เป้าหมายในอนาคตแทนที่จะพูดถึงปัญหาในอดีต นอกจากนี้ คุณสามารถพลิกมุมมองให้ประสบการณ์แย่ๆ ในอดีตเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตได้อีกด้วย
ผู้ว่าจ้างต้องสัมภาษณ์คนหลายสิบคนในแต่ละวัน ถ้าคุณไม่มีอะไรโดดเด่น คุณก็มีโอกาสที่จะถูกลืม
ฐิรญาดาย้ำว่า "คุณต้องรู้ว่ามีผู้สมัครมากมายที่ต้องการงานนี้" และวราวุธกล่าวเสริมว่า "จงเป็นตัวของตัวเอง"
คุณควรวางแผนและฝึกการนำเสนอตัวเองก่อนมาสัมภาษณ์งาน เล่าความสำเร็จของคุณในอดีตด้วยความมั่นใจและให้การสัมภาษณ์เปิดเผยคุณสมบัติสำคัญในตัวของคุณ คุณควรมีสักอย่างที่น่าจดจำ คุณไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ แต่จะต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ว่าจ้างจดจำคุณได้
การสัมภาษณ์งานคือโอกาสสำคัญที่คุณจะได้แสดงตัวตนที่ดีที่สุด แต่ข้อผิดพลาดเช่น การไปสาย, ไม่เตรียมตัว หรือการมีทัศนคติในแง่ลบจะทำให้คุณพลาดโอกาสที่ดีไป ฐิรญาดา จันทพลให้ความสำคัญกับการเตรียมตัว, ความสุภาพและความจริงใจ ขณะที่วราวุธ ธำรงรัตน์แนะนำให้ผู้สมัครอ่อนน้อมถ่อมตนและเป็นตัวของตัวเองอย่างจริงใจ
การเตรียมตัวมาให้พร้อม, การนำเสนอตนเองในแง่บวก และการเป็นตัวของตัวเองที่จริงใจจะทำให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ และสร้างโอกาสให้คุณได้งานตามที่ตั้งใจไว้มากขึ้นอย่างแน่นอน