จดหมายสมัครงาน (cover letter) เปรียบเสมือนความประทับใจแรกที่ผู้ว่าจ้างในอนาคตได้เห็นจากคุณ นอกจากสร้างความประทับใจแล้ว จดหมายสมัครงานยังเป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับงานนี้ แน่นอนว่าทุกคนจะต้องเขียนจดหมายสมัครงาน แต่มีคำบางคำที่คุณควรหลีกเลี่ยง เพราะคำเหล่านั้นจะทำให้สิ่งที่คุณอยากนำเสนอดูดร็อปลง
ผู้จัดหาบุคลากรอย่างฐิรญาดา จันทพล ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ที่มีประสบการณ์ในการสรรหาคนทำงานมายาวนานหลายปี และวราวุธ ธำรงรัตน์ ผู้กำกับจาก SoGood House Post-Production เห็นตรงกันว่าจดหมายสมัครงานควรจะสั้น, ให้เกียรติผู้รับ และตรงประเด็น นี่คือ 8 สิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ใส่ลงไปในจดหมายสมัครงาน
การขึ้นต้นอีเมลด้วยคำดังกล่าวฟังดูลอยๆ และล้าสมัยไปแล้ว
สิ่งที่ควรทำ: ควรขึ้นต้นจดหมายสมัครงานว่า "เรียนผู้จัดการฝ่ายบุคคล" นอกจากนี้หากคุณรู้ชื่อผู้จัดการฝ่ายบุคคลหรือชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คุณควรระบุชื่อและตำแหน่งลงไปในคำขึ้นต้นด้วย ฐิรญาดาให้ความเห็นว่าจดหมายควรเขียนอย่างสุภาพ การขึ้นต้นอย่างมืออาชีพ ทำให้ผู้ว่าจ้างรู้สึกว่าคุณคือคนที่ใช่ในทันที
คำเหล่านี้ถูกใช้กันจนเกร่อ จนมันแทบไม่มีความหมาย และไม่ได้สะท้อนจุดแข็งของคุณที่แท้จริง
สิ่งที่ควรทำ: วราวุธแนะนำให้เขียนอย่างถ่อมตนและเจาะจง แทนที่จะใช้คำใหญ่โต คุณควรยกตัวอย่างสั้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าคุณมีความคิดริเริ่มและพร้อมปรับตัวจะดีกว่า คุณควรใช้การกระทำพิสูจน์ตัวเอง
คำเหล่านี้ทำให้ทักษะความสามารถที่คุณมีดูเป็นข้อคิดเห็นมากกว่าข้อเท็จจริง
สิ่งที่ควรทำ: ใช้คำที่แสดงความมั่นใจ และใช้ภาษาที่เห็นภาพ ตัวอย่างเช่น "ผมเคยบริหารทีมงานจำนวนสี่คน" หรือ "ดิฉันทำยอดขายได้จากเป้าที่ตั้งไว้ 20%" ฐิรญาดาเน้นว่าการให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงสำคัญกว่าการแสดงความรู้สึก
คุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ว่าจ้างไม่ว่าใครก็อยากได้อยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องใส่ลงไปในจดหมายสมัครงาน
สิ่งที่ควรทำ: คุณควรยกตัวอย่างงานที่คุณเคยทำร่วมกับผู้อื่นหรือสิ่งที่คุณเคยช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ตัวอย่างเช่น "ผมได้จัดประชุมทีมในทุกสัปดาห์เพื่อพัฒนาเรื่องการสื่อสาร ที่ช่วยให้เราทำงานในโปรเจกต์ได้เสร็จเร็วขึ้นอีกด้วย"
การพูดเรื่องเงินเดือนเร็วเกินไปจะทำให้ทางเลือกของคุณจำกัด
สิ่งที่ควรทำ: ฐิรญาดาให้ความเห็นว่า "ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาที่พูดถึงเงินเดือน" วราวุธเสริมไปว่าการเจรจาเรื่องเงินเดือนจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น คุณควรโฟกัสไปที่การเขียนทักษะความสามารถที่เหมาะสมกับงานที่สมัครลงไปในจดหมายสมัครงานจะดีกว่า
งานแทบทุกตำแหน่งเป็นงานที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นอยู่แล้ว การเขียนคำนี้ลงไปในจดหมายไม่ได้ช่วยอะไร
สิ่งที่ควรทำ: ยกตัวอย่างที่ชัดเจนในงานที่คุณได้ทำร่วมกับผู้อื่น ตัวอย่างเช่น "ผมได้ทำงานร่วมกับแผนกอื่นๆ เพื่อให้ส่งมอบงานให้ลูกค้าได้ตรงเวลา"
การยกย่องตัวเองเช่น "ผมเป็นนักขายที่สุดยอด" จะทำให้คุณดูเย่อหยิ่ง
สิ่งที่ควรทำ: คุณควรให้ผลงานพูดแทนตัวเอง คุณควรแสดงความสำเร็จที่วัดผลได้ เช่น "ผมสามารถเพิ่มยอดขายได้ 30% ในหนึ่งปี" วราวุธมองว่าผู้สมัครไม่ควรพูดโอ้อวดตัวเองและใช้ภาษาอย่างมืออาชีพ
จดหมายสมัครงานเป็นสิ่งที่คนจะอ่านแบบผ่านๆ ถ้าคุณเขียนมายาวเกินไป คนที่อ่านอาจพลาดสารสำคัญที่คุณต้องการนำเสนอ
สิ่งที่ควรทำ: เขียนให้สั้น, กระชับ และเป็นทางการ ฐิรญาดาให้ความเห็นว่าคุณควรแนบไฟล์เรซูเม่, พอร์ตโฟลิโอ และเกียรติบัตรต่างๆ ให้เอกสารเหล่านี้เล่าความสามารถของคุณ การเขียนจดหมายควรทำให้กระชับ, เริ่มต้นด้วยคำขึ้นต้นที่สุภาพ, อธิบายเรื่องคุณสมบัติของคุณที่เกี่ยวข้องกับงานอย่างตรงจุด และการลงท้ายจดหมายอย่างให้เกียรติ
จดหมายสมัครงานที่ดีไม่ใช่จดหมายที่เต็มไปด้วยคำใหญ่โตที่พูดโอ้อวดความสามารถของผู้สมัครเกินจริง แต่เป็นจดหมายที่ให้เยรติผู้รับ, กระชับ, และสื่อสารข้อมูลที่ตรงจุด คุณควรหลีกเลี่ยงคำใหญ่โตและการให้ข้อมูลที่ไม่จำเป็น แต่ควรเน้นย้ำทักษะที่มีด้วยการยกตัวอย่างอย่างชัดเจน ดังเช่นที่ฐิรญาดาและวราวุธเห็นตรงกันว่าการอ่อนน้อมถ่อมตน, ความเป็นมืออาชีพ และหลักฐานที่แสดงความสามารถของผู้สมัครคือหัวใจสำคัญของจดหมายสมัครงานที่จะสร้างความประทับใจที่ดีต่อผู้ว่าจ้าง