5 ความลับที่นายจ้างอยากบอกผู้สมัครงานทุกคนเกี่ยวกับเรซูเม่

5 ความลับที่นายจ้างอยากบอกผู้สมัครงานทุกคนเกี่ยวกับเรซูเม่
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 19 January, 2026
Share

เรซูเม่คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สมัครได้งานที่ใฝ่ฝัน คุณได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำเรซูเม่ให้ออกมาดีสุด และให้เพื่อนๆ และคนในครอบครัวดูว่ามันดีแล้วหรือยัง

แต่คุณรู้ไหมว่าในมุมมองของผู้ว่าจ้าง พวกเขามองเรซูเม่ของคุณอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ผู้ว่าจ้างให้ความสำคัญที่สุดในเรซูเม่ และอะไรคือสิ่งที่จะทำให้เรซูเม่ถูกปัดตกไม่ได้ไปต่อ

นายจ้าง, ผู้ว่าจ้าง และฝ่ายบุคคลรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับอะไรในเรซูเม่ แน่นอนว่า มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่นหรือด้อยกว่าผู้สมัครคนอื่น

นี่คือ 5 ความลับที่นายจ้างอยากบอกผู้สมัครงานทุกคนเกี่ยวกับเรซูเม่

1. อย่าให้ประวัติการทำงานของคุณมีช่วงที่เว้นว่าง

คุณอาจใช้เวลาหลังลาออกจากงานเดิมไปท่องเที่ยว, มีครอบครัว หรือทำกิจกรรมต่างๆ การหยุดพักไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การมีช่วงที่เว้นว่างโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ในเรซูเม่ จะทำให้ผู้ว่าจ้างสงสัยได้ว่าคุณหายไปทำอะไร อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอธิบายเรื่องช่วงที่เว้นว่างลงในจดหมายสมัครงาน (cover letter) อย่างชัดเจน ผู้ว่าจ้างก็จะไม่คลางแคลงใจกับช่วงเวลาที่เว้นว่างของคุณ นอกจากนี้ คุณสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ว่าคุณทำอะไรในช่วงเวลาที่เว้นว่างไปบ้าง เช่น งานอาสาสมัครที่คุณทำ, ทักษะใหม่ๆ ที่คุณได้เรียนรู้, คอร์สที่คุณไปลงเรียน เป็นต้น ถ้ากิจกรรมที่คุณทำนั้นสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่คุณกำลังสมัคร ก็ยิ่งเป็นข้อได้เปรียบให้กับคุณในการสมัครและสัมภาษณ์งาน

2. เขียนให้สั้นและกระชับ

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ายิ่งแสดงข้อมูลเยอะยิ่งมีโอกาสสร้างความประทับใจให้กับผู้ว่าจ้างได้มากขึ้น แต่หน้าที่ที่แท้จริงของเรซูเม่คือทำให้คุณโดดเด่นออกมาจากผู้สมัครคนอื่นและกระตุ้นให้ผู้ว่าจ้างสนใจ และผู้ว่าจ้างคงไม่สนใจคุณแน่ถ้าเรซูเม่คุณเป็นเหมือนเรียงความที่ยาวหลายๆ หน้า

การเรียบเรียงเรซูเม่ให้ผู้ว่าจ้างเข้าใจได้ง่ายว่าคุณมีทักษะ, ประสบการณ์ และความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ในทันทีที่เห็น จะช่วยให้คุณโดดเด่นออกมาจากผู้สมัครคนอื่นๆ และมีประโยชน์มากกว่าเรซูเม่ที่ยาวสี่หน้าเอสี่

ลองมองว่าเรซูเม่คืเอกสารสรุปผลงานที่โดดเด่นของคุณ ไม่ใช่การบันทึกประวัติการทำงานทั้งหมด หลังจากที่คุณทำเรซูเม่เสร็จแล้ว เราอยากให้คุณปรับแก้ให้ข้อมูลสำคัญโดดเด่นออกมามากที่สุด

นอกจากนี้ คุณควรเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ทำล่าสุดก่อนมาสมัครงานนี้ให้มากกว่างานอื่นๆ ที่คุณเคยทำ สำหรับงานอื่นๆ ที่คุณเคยทำมาก่อนหน้านี้ คุณอาจเขียนข้อมูลหลักๆ เป็นบุลเล็ต พอยนต์ ว่าทำตำแหน่งใด, ทำงานในตำแหน่งนั้นมานานเท่าไหร่ และหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบรวมถึงความสำเร็จที่เคยได้รับ

ถ้าคุณอยากเพิ่มรายละเอียดของคุณลงในประวัติการทำงาน สามารถเพิ่มลงไปใน JobsDB profile ของคุณได้ และถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร คุณสามารถเริ่มได้จากเทมเพลตใน JobsDB profile ของคุณ

3. ใส่ใจทุกรายละเอียด

แน่นอนว่าทุกข้อมูลที่เขียนลงไปในเรซูเม่ล้วนสำคัญ และอย่ามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เป็นอันขาด คุณอาจคิดว่าการทำเรซูเม่ให้มีสีสันฉูดฉาดจะทำให้คุณโดดเด่น แต่เราขอแนะนำให้คุณใช้รูปแบบที่เรียบง่ายที่มีเพียงสีขาวและดำจะดีกว่า หรือถ้าคุณสมัครงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ คุณอาจเพิ่มสีเข้าไปด้วยอีกสีหนึ่งให้ดูเหมาะสม นอกจากนี้ ขอให้คุณตรวจดูว่าฟอนต์ที่เลือกใช้มีขนาดใหญ่ที่เพียงพอและอ่านง่ายหรือไม่อีกด้วย

เรซูเม่คือความประทับใจแรกที่ผู้ว่าจ้างจะเห็นจากคุณ และพวกเขาไม่มีเวลามาอ่านเรซูเม่ของคุณเป็นชั่วโมงอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ คุณควรทำเรซูเม่ให้สั้นกระชับและเน้นข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน

และอย่าลืมเลือกใช้อีเมลให้เหมาะสม แม้ว่าคุณจะใช้อีเมล [email protected] มาตั้งแต่เด็กจนเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่อีเมลนี้ดูไม่เป็นมืออาชีพในโลกของการทำงาน เราขอแนะนำให้ใช้อีเมลกลางๆ รูปแบบ ชื่อจริง.นามสกุล@gmail.com จะดีกว่า และคุณสามารถสร้างอีเมลใหม่เพื่อใช้ในการสมัครงานได้โดยเฉพาะอีกด้วย

4. หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เฉพาะในวงการ

การทำเรซูเม่ของคุณเพื่อสมัครงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะเป็นเรื่องสำคัญ และคุณควรทำให้ทักษะและความสามารถของคุณที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัครออกมาโดดเด่น นอกจากนี้ คุณสามารถใส่ข้อมูลลงไปในเรซูเม่ให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าคุณมีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและสายงานที่ทำโดยใช้ศัพท์เฉพาะในวงการ

อย่างไรก็ตาม เราอยากให้คุณตรวจสอบศัพท์เฉพาะในวงการที่คุณใช้ให้ดีๆ เพื่อดูว่าคุณสามารถยกตัวอย่างหรืออธิบายขยายความคำศัพท์นั้นให้ผู้ว่าจ้างเข้าใจได้หรือไม่ ถ้าคุณไม่สามารถยกตัวอย่างหรืออธิบายคำศัพท์เหล่านั้นได้ คุณไม่ควรใส่ลงไปในเรซูเม่ คำแนะนำของเราคือคุณควรทำเรซูเม่เพื่อสมัครงานใดงานหนึ่งอย่างเจาะจงและนำเสนอตนเองให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าคุณมีความเชื่อมโยงกับงานที่พวกเขาเปิดรับสมัครอย่างไร

5. รูปถ่ายของคุณไม่จำเป็นต้องทางการมาก แต่ใช่ว่าจะใส่รูปอะไรก็ได้

ในประเทศไทย ผู้สมัครมักแนบรูปของตัวเองลงไปในเรซูเม่ด้วย และรูปถ่ายของคุณคือความประทับใจแรกที่ผู้ว่าจ้างจะได้เห็น ในปัจจุบันคุณไม่จำเป็นต้องใช้รูปถ่ายแบบทางการที่ใส่สูทดำกับเสื้อเชิ้ตสีขาวกับฉากหลังสีขาวหรือสีฟ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเอารูปตอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนมาใส่ลงในเรซูเม่ได้ รูปของคุณในเรซูเม่ต้องแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ เราจึงขอแนะนำให้คุณใช้รูปถ่ายที่แต่งชุดทางการจะดีที่สุด นอกจากนี้ ถ้าคุณสมัครงานในองค์กรที่มีความเป็นทางการสูง เช่น ธนาคาร หรือ สถาบันการศึกษา การใช้รูปถ่ายที่ดูทางการไว้ก่อนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

More from this category: Resumes

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ
เราไม่สามารถให้ข้อมูลแนวโน้มที่เชื่อถือได้ในขณะนี้

สำรวจหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เลือกสิ่งที่สนใจเพื่อเรียกดูอาชีพที่เกี่ยวข้อง

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา