ในการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน สิ่งสำคัญคือการเตรียมว่าจะพูดอะไร คำบางคำควรหลีกเลี่ยงในการสัมภาษณ์งาน แม้ว่ามันจะฟังดูดีก็ตาม ประโยคบางประโยคถูกพูดกันจนเกร่อ ใครๆ ก็พูดกันจนถ้าคุณพูดอีกคุณจะดูไม่น่าเชื่อถือ และผู้ว่าจ้างอาจเคยได้ยินคำนั้นมาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้วก็เป็นได้
นี่คือตัวอย่างของคำและประโยคที่ควรหลีกเลี่ยง และสิ่งที่คุณควรพูด
ฐิรญาดา จันทพล ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ให้คำแนะนำว่า "อย่าพูดถึงที่ทำงานเก่า เจ้านายเก่า หรือเพื่อนร่วมงานเก่าในแง่ลบเป็นอันขาด จงทำตัวสุภาพ, เป็นกันเอง และจริงใจ"
คุณวราวุธ ธำรงรัตน์ ผู้กำกับจาก SoGood House Post-Production ให้ความเห็นเสริมไปว่า "พยายามอย่าใช้คำที่อวดอ้างเกินจริง จงอ่อนน้อมถ่อมตน ควรใช้คำที่แสดงทัศนคติในแง่บวกและแสดงให้เห็นว่าคุณกล้าเผชิญความท้าทาย"
ผู้สมัครหลายๆ อาจรู้สึกอึดอัดเวลาพูดถึงตัวเองในการสัมภาษณ์งาน จนกลายเป็นด้อยค่าตนเองเวลาพูดถึงความสำเร็จในอดีต แต่นี่ไม่ใช่เวลามาถ่อมตน คุณควรใช้ภาษาในแง่บวกเพื่อนำเสนอผลงานเด่นและข้อดีของคุณออกมา
ในภาษาไทย เวลาผู้สมัครรู้สึกประหม่าหรือตื่นเต้น ก็มักจะพูดคำว่า "เอ่อ... คือ... ก็..." เสริมลงไปในคำตอบของตนเอง แต่การมีคำเหล่านั้นในการสัมภาษณ์งาน อาจทำให้ผู้ว่าจ้างรู้สึกว่าคุณไม่มั่นใจและไม่เตรียมตัวมาดีพอก็เป็นได้
ฐิรญาดาแนะนำว่า "ใจเย็นๆ ค่อยๆ ใช้เวลาคิด และฝึกซ้อมเล่าเรื่องของคุณมาอย่างดี ถ้าคุณไม่เข้าใจคำถามของผู้สัมภาษณ์งาน แนะนำให้คุณอย่าอายที่จะขอให้ผู้สัมภาษณ์อธิบายคำถามเพิ่มเติมให้คุณ"
การฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์งานและอัดเสียงไว้ รวมถึงการฝึก role play สัมภาษณ์งานกับเพื่อนจะช่วยให้คุณเห็นการพูด "เอ่อ... คือ... ก็..." ของตัวเอง และพยายามปรับเพื่อลดคำเหล่านั้นลง นอกจากนี้ คุณสามารถหยุดคิดสักเล็กน้อยก่อนตอบคำถามสัมภาษณ์งานได้เสมอ
คำเหล่านี้เป็นคำที่ผู้สมัครมักพูดกันมานักต่อนัก จนทำให้คำเหล่านี้ไม่มีพลังเหมือนแต่ก่อน
ฐิรญาดาให้ความสำคัญกับเรื่องความซื่อสัตย์ "จงนำเสนอปนระสบการณ์และความสามารถที่แท้จริง"
ถ้าคุณบอกผู้สัมภาษณ์ว่าคุณเป็นคนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค คุณต้องเล่าเรื่องอุปสรรคที่คุณก้าวข้ามมาได้, วิธีที่คุณใช้ก้าวข้าวอุปสรรค และทักษะที่คุณได้เรียนรู้จากการก้าวข้ามอุปสรรคนั้น ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียด คุณต้องแสดงให้เห็นว่าในเรซูเม่ของคุณไม่มีจุดผิดพลาดเลย และต้องเล่าตัวอย่างว่าความใส่ใจในรายละเอียดสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาได้อย่างไร ถ้าคุณบอกว่าคุณทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี คุณก็ต้องเล่าประสบการณ์ที่คุณสนับสนุนการทำงานของเพื่อนร่วมงาน และมีส่วนร่วมในความสำเร็จของทีมอย่างไร
เรื่องราวความสำเร็จมีน้ำหนักมากกว่าคำกล่าวอ้างลอยๆ ฐิรญาดาแนะนำให้เล่าเรื่องความสำเร็จของตนเอง โดยเน้นไปที่สถานการณ์, ปัญหา และวิธีแก้ปัญหาดังกล่าว การเล่าด้วยวิธีนี้จะช่วยให้คุณดูจริงใจและได้แสดงความสามารถของตนเองโดยไม่ต้องพูดโม้หรือโอ้อวด
วิธีนี้จะช่วยให้คุณนำเสนอทักษะของคุณไเด้อย่างขัดเจนและทำให้ผู้ว่าจ้างมั่นใจว่าคุณสามารถรับมือกับความท้าทายในงานใหม่นี้ได้
ตัวอย่างการใช้หลักการ สปสผ
สถานการณ์: ทีมของเราพบปัญหาส่งรายงานล่าช้าเพราะการทำรายงานนั้นต้องใช้คนลงมาทำทีละขั้นตอนซึ่งใช้เวลามาก
เป้าหมาย: ผมต้องหาวิธีทำให้รายงานออกมาได้เร็วขึ้นให้ทันเดดไลน์ในไตรมาสหน้า
สิ่งที่ทำ: ผมได้ค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องมือ automation และได้นำเสนอเครื่องมือนี้ไปยังผู้บริหาร และผมได้เทรนคนในทีมให้ใช้เครื่องมือนี้ และผมยังได้ทำคู่มือที่สอนให้คนอื่นทำตามได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน
ผลลัพธ์: สุดท้าย เราสามารถส่งรายงานได้ก่อนกำหนดถึง 2 สัปดาห์ แถมยังเพิ่มความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล และทำให้ทีมประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมงต่อสัปดาห์
การได้เข้าสัมภาษณ์งานถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น การใช้คำที่ถูกต้องจะสร้างความมั่นใจและความประทับใจให้แก่ผู้ว่าจ้าง คุณควรจะทำตัวสุภาพ, หลีกเลี่ยงการโอ้อวดเกินจริง และยกตัวอย่างและหลักฐานเพื่อสนับสนุนจุดแข็งที่คุณนำเสนอ การเตรียมตัวและฝึกซ้อมมาอย่างดี จะทำให้คุณสัมภาษณ์งานได้อย่างราบรื่น, สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ว่าจ้าง และเพิ่มโอกาสในการได้งาน