Key Takeaway
ประกันสังคมมาตรา 40 คือระบบประกันสังคมภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า เพื่อให้มีหลักประกันด้านสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐ
สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 40 ผู้ประกันตนจะได้รับเงินช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และเงินออมเพื่อชราภาพ โดยสิทธิประโยชน์จะขึ้นอยู่กับทางเลือกการจ่ายเงินสมทบที่สมัครไว้
ประกันสังคมมาตรา 33 สำหรับลูกจ้างที่มีนายจ้าง มาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยอยู่มาตรา 33 และต้องการส่งเงินสมทบต่อเอง ส่วนมาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง
คนทำงานอิสระหรือฟรีแลนซ์ควรรู้จักประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือกสำคัญที่ช่วยสร้างหลักประกันให้กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบลูกจ้าง โดยสามารถสมัครได้ง่ายและได้รับสิทธิประโยชน์หลายด้าน เช่น การรักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ ชราภาพ และค่าตอบแทนในกรณีต่างๆ ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมั่นใจและมีความคุ้มครองในระยะยาว
ประกันสังคมมาตรา 40 คือระบบประกันสังคมสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้า แม่ค้า ฟรีแลนซ์ หรือเกษตรกร ที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งโครงการนี้จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้แรงงานนอกระบบมีหลักประกันด้านสวัสดิการพื้นฐาน เช่น เงินช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และเงินออมเพื่อชราภาพ
ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระในระยะยาว ทั้งนี้หลายคนมักสงสัยว่า ม. 40 เสียชีวิตได้เท่าไร ซึ่งจำนวนเงินจะขึ้นอยู่กับทางเลือกการจ่ายเงินสมทบที่ผู้ประกันตนสมัครไว้
ผู้ที่สมัครประกันสังคมมาตรา 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการพื้นฐาน เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัคร โดยมีสิทธิ์สำคัญดังนี้
สิทธิ์รักษาพยาบาลและเจ็บป่วย จะได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้วันละ 300 บาท (สูงสุดไม่เกิน 30 วันต่อปี)
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีชราภาพ จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีนี้ เพราะไม่ได้รวมอยู่ในแผนการจ่ายสมทบแบบ 70 บาท
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการทุพพลภาพรายเดือน 500 บาท ตลอดชีวิต
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับค่าทำศพจำนวน 25,000 บาท
สิทธิ์รักษาพยาบาลและเจ็บป่วย จะได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้วันละ 300 บาทเช่นกัน โดยสูงสุดไม่เกิน 30 วันต่อปี
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีชราภาพ จะได้รับค่าบำเหน็จชราภาพ 50 บาทต่อเดือน ซึ่งสามารถออมเพิ่มได้ 1,000 บาทต่อเดือน
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนสำหรับการขาดรายได้อยู่ที่ 500 - 1,000 บาทต่อเดือน ไม่เกิน 15 ปี
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับค่าทำศพจำนวน 25,000 บาท แต่จะได้รับเพิ่มอีก 8,000 บาท ถ้าจ่ายเงินสมทบครบ 60 เดือนก่อนเสียชีวิต
สิทธิ์รักษาพยาบาลและเจ็บป่วย จะได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้วันละ 300 บาทเช่นกัน โดยสูงสุดไม่เกิน 30 วันต่อปี
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีชราภาพ จะได้รับค่าบำเหน็จชราภาพ 150 บาทต่อเดือน แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเพิ่มอีก 10,000 บาท นอกจากนี้ ยังสามารถออมเพิ่มได้ 1,000 บาทต่อเดือน
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนสำหรับการขาดรายได้อยู่ที่ 500 - 1,000 บาทต่อเดือน ตลอดชีวิต
สิทธิ์เงินสงเคราะห์บุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร 200 บาทต่อคน ต่อเดือน แต่จะไม่เกิน 2 คนต่อครั้ง
สิทธิ์เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท
เหมาะสำหรับอาชีพ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ไม่ได้อยู่ในระบบผู้ประกันตนมาตรา 33
ผู้สมัครต้องไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และไม่เคยสมัครมาตรา 39 มาก่อน
ผู้ที่สมัครต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปีบริบูรณ์
สมัครผ่านสำนักงานประกันสังคม ทุกสาขาทั่วประเทศ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่) โดยผู้สมัครสามารถ ยื่นเอกสารและรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
สมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม https://www.sso.go.th/section40_regist/ แค่กรอกข้อมูลส่วนตัวและยืนยันการสมัครตามขั้นตอนของระบบ
สมัครผ่านแอปพลิเคชัน ‘SSO Connect’ หรือ แอปทางรัฐ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ทำให้สมัครและตรวจสอบสิทธิ์ได้สะดวก
สมัครผ่านตัวแทนชำระเงิน เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมชำระเงินสมทบตามทางเลือกที่ต้องการ
สมัครผ่านสายด่วนประกันสังคม 1506 โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ Call Center เพื่อสอบถามข้อมูลและให้เจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำขั้นตอนการสมัครประกันสังคมมาตรา 40
ถ้าสมัครเป็นผู้ประกันตนประกันสังคมมาตรา 40 แต่ไม่ได้จ่ายเงินสมทบตามกำหนด สถานะยังคงเป็นผู้ประกันตนอยู่ แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากประกันสังคมในช่วงที่ไม่ได้ส่งเงินสมทบ โดยไม่จำเป็นต้องชำระเงินย้อนหลัง แต่สามารถชำระเงินสมทบล่วงหน้าได้สูงสุด 12 เดือน เพื่อป้องกันการลืมจ่ายเงิน
นอกจากนี้ผู้ประกันตนยังสามารถเลือกหักเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ หรือชำระเงินผ่านจุดบริการต่างๆ เช่น 7-11 โลตัส บิ๊กซี และตู้บุญเติม เพื่อความสะดวกในการส่งเงินสมทบประจำเดือน
ผู้ประกันตนมาตรา 40 จะได้รับเงินทดแทนหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น กรณีเจ็บป่วย สามารถได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ภายในประมาณ 7 วันหลังยื่นคำขอ ส่วนกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนรายเดือนอย่างต่อเนื่อง และถ้าเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการศพจะได้รับเงินค่าทำศพตามสิทธิ์ ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับแผนการส่งเงินสมทบว่าจ่ายประกันสังคมมาตรา 40 เท่าไร และเลือกทางเลือกใดไว้
นอกจากนี้ เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบต่อเนื่องและมีอายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินสมทบที่สะสมไว้ ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน
ถ้าขาดจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 40 จะทำให้ไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ในช่วงเวลานั้น แต่สถานะยังคงเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 อยู่ จึงไม่จำเป็นต้องชำระเงินย้อนหลัง อย่างไรก็ตาม สามารถชำระเงินล่วงหน้าได้สูงสุด 12 เดือน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเอง
ช่องทางชำระเงินสมทบ ได้แก่
เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 ทั่วประเทศ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่)
ธนาณัติที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา
แอปพลิเคชัน ShopeePay
ตู้บุญเติม
หัวข้อเปรียบเทียบ | มาตรา 33 (ม.33) | มาตรา 39 (ม.39) | มาตรา 40 (ม.40) |
กลุ่มเป้าหมาย | พนักงานประจำ (ลูกจ้างเอกชน) | คนเคยทำงานประจำ (ลาออกแต่ส่งต่อเอง) | อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ (แรงงานนอกระบบ) |
เงื่อนไขผู้สมัคร | เข้าทำงานในบริษัท | เคยส่ง ม.33 > 12 เดือน และออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน | อายุ 15-65 ปี ไม่เป็นผู้ประกันตน ม.33/39 |
เงินสมทบ ต่อเดือน | 5% ของเงินเดือน (สูงสุด 750 บาท) | 432 บาท (อัตราเดียว) | 70 / 100 / 300 บาท (เลือกได้ 3 ทางเลือก) |
สิทธิประโยชน์ | 7 กรณี (ครบที่สุด) | 6 กรณี (ยกเว้นว่างงาน) | 3 - 5 กรณี (ตามแพ็กเกจที่เลือก) |
การรักษาพยาบาล | ใช้สิทธิ์ รพ. ตามบัตรรับรองสิทธิ์ | ใช้สิทธิ์ รพ. ตามบัตรรับรองสิทธิ์ | ใช้สิทธิ์ “บัตรทอง” (ม.40 ไม่คุ้มครองค่ารักษา) |
สิทธิประโยชน์ชราภาพ | มีสิทธิ์ได้รับทั้งเงินบำเหน็จ หรือบำนาญ (ตามระยะเวลาที่ส่ง) | มีสิทธิ์ได้รับทั้งเงินบำเหน็จ หรือบำนาญ (ฐานคำนวณ 4,800 บาท) | ได้รับเป็น เงินบำเหน็จ (เงินก้อน) เท่านั้น (เฉพาะทางเลือก 2 และ 3) |
เหมาะกับใคร | พนักงานออฟฟิศ ลูกจ้างประจำ ที่มีบริษัทรองรับและต้องการสวัสดิการที่ครบถ้วนที่สุด | คนว่างงาน ลาออกจากงาน ที่ต้องการรักษาสิทธิ์การรักษาพยาบาลต่อเนื่องจาก รพ. เดิมที่คุ้นเคย | ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ที่อยากมีเงินออม และเงินชดเชยรายได้เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล |
การตรวจสอบสถานะประกันสังคมมาตรา 40 เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้ประกันตนทราบสถานะการส่งเงินสมทบ และมั่นใจว่ายังคงได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
เข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม และเลือกเมนูตรวจสอบสถานะผู้ประกันตน
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Connect เพื่อเช็กสถานะและดูข้อมูลประกันสังคมได้สะดวก
โทรสอบถามผ่านสายด่วนประกันสังคม 1506 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบข้อมูล
ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรง
ติดตามและสอบถามผ่านโซเชียลมีเดียของสำนักงานประกันสังคม เช่น Facebook หรือ Line Official Account
กลุ่มค้าขายหรือบริการ เช่น พ่อค้า-แม่ค้าแผงลอย ร้านขายของชำ ขายของออนไลน์ ช่างตัดผม ช่างเสริมสวย ช่างซ่อมรถ
กลุ่มขนส่ง เช่น คนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไรเดอร์ส่งอาหารหรือพัสดุ รถบรรทุกส่วนตัว
กลุ่มรับจ้างอิสระ (Freelance) เช่น กราฟิกดีไซน์ นักเขียน ติวเตอร์สอนพิเศษ ช่างภาพ ยูทูบเบอร์ (YouTuber) อินฟลูเอนเซอร์ นักเขียน โปรแกรมเมอร์ ถ่ายภาพ
กลุ่มเกษตรกรรม เช่น ทำสวน ทำนา เลี้ยงสัตว์ หรือเกษตรกรรมอื่นๆ
กลุ่มรับเหมาหรืองานฝีมือ เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างก่อสร้างอิสระ งานประดิษฐ์ (Handmade)
อาชีพอื่นๆ ที่มีรายได้ประจำแต่ไม่อยู่ในระบบบริษัท เช่น นักร้องกลางคืน นักดนตรีอิสระ นักแสดงอิสระ พิธีกรงานอีเวนต์ นักกีฬาอิสระ ศิลปิน โค้ชส่วนตัว
มีสิทธิ์รักษาพยาบาลเต็มรูปแบบ
ได้เงินชราภาพเมื่ออายุครบ 60 ปี
คุ้มครองกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิต
สามารถเลือกประเภทการจ่ายเงินสมทบให้เหมาะกับรายได้
ประกันสังคมมาตรา 40 เป็นทางเลือกสำหรับแรงงานนอกระบบหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ต้องการมีหลักประกันด้านสวัสดิการแม้ไม่มีนายจ้าง โดยผู้สมัครต้องมีอายุ 15-65 ปี และส่งเงินสมทบตามทางเลือกที่กำหนด ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์สำคัญ เช่น เงินช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และเงินออมเพื่อชราภาพ
นอกจากนี้ ผู้ประกันตนควรส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสิทธิ์ และสามารถตรวจสอบสถานะหรือชำระเงินผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน SSO Connect หรือช่องทางบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก ทำให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีความมั่นคงและหลักประกันในระยะยาว
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิต อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา เพื่อช่วยเปิดโอกาสให้คุณเติบโตในสายอาชีพได้มากขึ้น
ลาออกจากงานประกันสังคมยังใช้ได้ไหม? อยากรักษาสิทธิต่อทำอย่างไร
คู่มือการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ข้อควรรู้และขั้นตอนง่ายๆ
ประกันสังคมมาตรา 40 มีทางเลือกการจ่ายเงินสมทบหลายแบบ เพื่อให้เหมาะกับรายได้ของผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยทั่วไปมี 3 ทางเลือกหลัก เช่น 70 บาท 100 บาท และ 300 บาทต่อเดือน แต่ละทางเลือกจะได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน เช่น เงินช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และเงินออมเพื่อชราภาพ ผู้สมัครสามารถเลือกแผนที่เหมาะกับตัวเองได้
ประกันสังคมมาตรา 40 จะไม่มีเงินบำนาญรายเดือนแบบมาตรา 33 หรือ 39 แต่จะเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งเป็นเงินก้อนที่ได้รับเมื่ออายุครบ 60 ปี ตามจำนวนเงินสมทบที่จ่ายสะสมไว้ เงินส่วนนี้ช่วยเป็นเงินออมสำหรับใช้ในช่วงหลังเกษียณ
มาตรา 33 สำหรับลูกจ้างที่มีนายจ้าง โดยนายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินสมทบ ส่วนมาตรา 39 เป็นผู้ที่เคยอยู่ในมาตรา 33 มาก่อนและสมัครต่อเองหลังออกจากงาน ขณะที่มาตรา 40 เป็นระบบสมัครใจสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง สิทธิประโยชน์ของมาตรา 40 จึงน้อยกว่ามาตรา 33 และ 39
สามารถสมัครมาตรา 40 ได้ ถ้าไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39 อยู่แล้ว เช่น กรณีลาออกจากงานและไม่ได้สมัครมาตรา 39 ต่อ ผู้ที่ต้องการมีสิทธิ์ประกันสังคมต่อเนื่องสามารถสมัครมาตรา 40 แทนได้ เพื่อยังคงได้รับสวัสดิการพื้นฐานจากประกันสังคม