เช็กให้ชัด! เงินเดือนเท่าไรเสียภาษี อัปเดตล่าสุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

เช็กให้ชัด! เงินเดือนเท่าไรเสียภาษี อัปเดตล่าสุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 18 March, 2026
Share

Key Takeaway

  • เงินเดือนเท่าไรเสียภาษี? เงินได้สุทธิ 150,000 บาทขึ้นไป ถึงจะเริ่มเสียภาษีตามอัตราขั้นบันได
  • เงินเดือน 150,001-300,000 บาท เสียภาษี 5% ของส่วนที่เกิน 150,000 บาท, 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% ของส่วนในช่วงนั้น (คิดแบบขั้นบันได) และเมื่อรายได้สูงขึ้น อัตราภาษีจะเพิ่มตามช่วงที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าลดหย่อนช่วยลดเงินได้สุทธิ ทำให้ฐานภาษีลดลง ยิ่งใช้สิทธิ์ครบและถูกต้องภาษีที่ต้องจ่ายยิ่งลดลง และบางกรณีอาจทำให้ได้รับเงินคืน

หลายคนยังไม่แน่ใจว่ารายได้ของตัวเองถึงเกณฑ์เสียภาษีหรือยัง และเข้าใจผิดว่าแค่มีเงินเดือนก็ต้องเสียภาษีทันที ทั้งที่จริงแล้ว การคำนวณภาษีดูจากรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเงินเดือนอย่างเดียว มาเช็กให้ชัดว่าเงินเดือนเท่าไรเสียภาษี พร้อมสรุปเกณฑ์สำคัญที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้ก่อนยื่นภาษี จะได้วางแผนถูกต้องและไม่เสียสิทธิ์

เงินเดือนเท่าไรเสียภาษี?

เงินเดือนเท่าไรเสียภาษี?

การคำนวณว่า จ่ายภาษีเงินเดือนเท่าไร ให้ดูจากรายได้รวมทั้งปีที่ได้รับจากเงินเดือน แล้วหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้จากงานประจำ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จากนั้นหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และสิทธิ์ลดหย่อนอื่นๆ 

เมื่อหักครบแล้วจะเหลือเป็น “เงินได้สุทธิ” หากเงินได้สุทธิทั้งปีไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ถ้าเกิน 150,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได 5-35%

เงินเดือนแต่ละระดับ เสียภาษีประมาณเท่าไร

ก่อนจะรู้ว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไร สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่าฐานเงินเดือนเท่าไรต้องเสียภาษี เพราะแม้ตัวเลขเงินเดือนต่างกัน แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ผลลัพธ์อาจไม่เหมือนกัน โดยแต่ละระดับเงินเดือนมีเกณฑ์พิจารณาดังนี้

  • ไม่เกิน 150,000 บาท ยกเว้นภาษี
  • 150,001 - 300,000 บาท 5%
  • 300,001 - 500,000 บาท 10%
  • 500,001 - 750,000 บาท 15%
  • 750,001 - 1,000,000 บาท 20%
  • 1,000,001 - 2,000,000 บาท 25%
  • 2,000,001 - 5,000,000 บาท 30%
  • 5,000,001 บาทขึ้นไป 35%
รายได้ต่อปี vs รายได้สุทธิ

รายได้ต่อปี vs รายได้สุทธิ

หลายคนเห็นตัวเลขรายได้ทั้งปีแล้วสงสัยว่าทำไมพอคำนวณภาษีจริง ตัวเงินดูเหมือน “หายไป” ความต่างอยู่ที่คำว่า รายได้ต่อปีกับรายได้สุทธิ ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

เงินเดือน ต่อเดือน

รายได้ทั้งปี

หลังหักค่าใช้จ่าย

หลังหักลดหย่อนส่วนตัว

ฐานภาษีโดยประมาณ

15,000 บาท

180,000

100,000

40,000

ยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี

25,000 บาท

300,000

200,000

140,000

140,000

40,000 บาท

480,000

380,000

320,000

320,000

60,000 บาท

720,000

620,000

560,000

560,000

เทคนิคการลดหย่อนพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนมักลืม

เทคนิคการลดหย่อนพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนมักลืม

หลายคนยังสงสัยว่า ฐานเงินเดือนเท่าไรถึงเสียภาษี ทั้งที่ความจริงแล้ว ต่อให้รายได้ไม่ได้สูงมาก หากรู้จักใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้ครบ ก็สามารถประหยัดภาษีได้หลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อปี สามารถลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

ลดหย่อนภาษีหมวดส่วนตัวและครอบครัว

ในหมวดนี้สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 60,000 บาท โดยครอบคลุมค่าลดหย่อนส่วนตัว ซึ่งเป็นสิทธิ์พื้นฐานของผู้มีเงินได้ รวมถึงรายการเกี่ยวกับครอบครัว เช่น ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร และค่าฝากครรภ์หรือค่าทำคลอด เป็นต้น

ควรวางแผนตั้งแต่ต้นปี เช่น หากมีแผนจดทะเบียนสมรส มีบุตร หรือวางแผนมีบุตร ควรศึกษาสิทธิ์ที่จะได้รับล่วงหน้า เพื่อคำนวณภาระภาษีได้แม่นยำขึ้น การจัดเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายและตรวจสอบข้อมูลในระบบก่อนยื่นจริง จะช่วยให้ใช้สิทธิ์ได้ครบ ลดความผิดพลาด และไม่เสียโอกาสประหยัดภาษีโดยไม่จำเป็น

ลดหย่อนภาษีหมวดประกันและการลงทุน

ประกันชีวิต (เฉพาะกรมธรรม์ที่มีอายุความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป) สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่ SSF (Super Saving Fund) และ RMF (Retirement Mutual Fund) ใช้ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี โดย SSF สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และ RMF สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อนำกองทุนเพื่อการเกษียณทุกประเภทมารวมกันต้องไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด

การวางแผนลดหย่อนภาษีกลุ่มประกันชีวิต SSF และ RMF ควรเริ่มจากประเมินฐานภาษีของตนเองก่อน เพราะยิ่งอยู่ในขั้นอัตราสูง การใช้สิทธิ์ลดหย่อนยิ่งช่วยประหยัดได้มาก จากนั้นกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าเน้นความคุ้มครองชีวิต ออมระยะยาว หรือเตรียมเกษียณ แล้วจัดสรรสัดส่วนให้เหมาะกับความเสี่ยงและระยะเวลาถือครองที่รับได้

ไม่ควรลงทุนเพียงเพื่อลดหย่อนปลายปีโดยไม่ดูสภาพคล่อง เพราะกองทุนมีเงื่อนไขระยะยาว หากวางแผนตั้งแต่ต้นปีและทยอยลงทุนสม่ำเสมอ จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำให้การลดหย่อนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงิน ไม่ใช่ภาระชั่วคราว

ลดหย่อนภาษีหมวดเงินบริจาค

เงินบริจาคทั่วไป สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ส่วนเงินบริจาคเพื่อการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือโรงพยาบาลของรัฐ สามารถนำยอดบริจาคมาคำนวณลดหย่อนได้ “2 เท่า” ของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่เมื่อรวมแล้วก็ยังต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเช่นกัน

ดังนั้น การวางแผนควรคำนวณฐานเงินได้สุทธิก่อน เพื่อดูเพดาน 10% ที่ใช้ได้จริง และเลือกบริจาคผ่านช่องทางที่ได้รับสิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมเก็บหลักฐานหรือบริจาคผ่านระบบ e-Donation เพื่อให้ข้อมูลเข้าระบบอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดตอนยื่นภาษี

ลดหย่อนภาษีหมวดกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในแต่ละปี ภาครัฐมักออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้นำค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง นอกจากช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยบริหารภาระภาษีได้อย่างเหมาะสม หากวางแผนและเก็บหลักฐานครบถ้วน

เงินเดือนถึงเกณฑ์เสียภาษีครั้งแรก ต้องทำอะไรบ้าง

หลายคนเริ่มทำงานมาหลายปี พอรายได้ขยับถึงจุดที่ต้องเสียภาษีจริงจัง อาจรู้สึกกังวลหรือไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มตรงไหน ความจริงแล้วขั้นตอนไม่ซับซ้อน หากเตรียมตัวให้ครบตั้งแต่ต้น สิ่งที่เตรียม ได้แก่

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้าง
  • เอกสารค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น ประกันสังคม เบี้ยประกันชีวิตหรือสุขภาพ ดอกเบี้ยบ้าน
  • ข้อมูลกองทุนที่ใช้ลดหย่อน เช่น SSF, RMF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • หลักฐานเงินบริจาค (โดยเฉพาะผ่านระบบ e-Donation)
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน (กรณีมีภาษีคืน)

จากนั้นยื่นแบบผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรภายในกำหนดเวลา ตรวจสอบข้อมูลให้ครบก่อนกดยืนยัน เพียงเท่านี้การยื่นภาษีครั้งแรกก็จะเป็นเรื่องที่จัดการได้อย่างมั่นใจ

สรุป

หลายคนสงสัยว่าจ่ายภาษีต้องมีเงินเดือนเท่าไร ความจริงไม่ได้ดูแค่เงินเดือนต่อเดือน แต่พิจารณาจากรายได้ทั้งปีหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วเหลือเท่าไร โดยทั่วไป หากเป็นพนักงานประจำและมีเพียงค่าลดหย่อนพื้นฐาน รายได้ประมาณหลักสามแสนบาทต่อปีขึ้นไปอาจเริ่มมีภาษีที่ต้องชำระ แต่ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของแต่ละคน ยิ่งมีค่าลดหย่อนมาก ฐานภาษีก็ยิ่งลดลง บางคนเงินเดือนสูงกว่าเกณฑ์แต่ใช้สิทธิ์ครบ อาจเสียภาษีน้อยหรือแทบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ดังนั้น คำตอบจึงไม่ใช่แค่เงินเดือนเท่าไร แต่คือหลังหักทุกอย่างแล้วเหลือเท่าไรต่างหากที่เป็นตัวกำหนดภาษีที่ต้องจ่าย และหากกำลังวางแผนขยับเงินเดือนหรือมองหาโอกาสงานใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ การสำรวจช่วงเงินเดือนในสายงานผ่านแพลตฟอร์มหางานอย่าง Jobsdb ก็ช่วยให้วางแผนทั้งเรื่องรายได้และภาษีได้ชัดขึ้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเงินเดือนเท่าไรเสียภาษี (FAQ)

ส่วนนี้จะช่วยตอบคำถามที่คนสงสัยเกี่ยวกับเงินเดือนเท่าไรเสียภาษี เพื่อให้เข้าใจหลักการคำนวณเบื้องต้นและวางแผนภาษีได้ถูกต้องมากขึ้น

เงินเดือนยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ทำไมบริษัทถึงหักภาษีไว้?

บริษัทคำนวณภาษีแบบเฉลี่ยทั้งปีจากเงินเดือนและรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ จึงอาจมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายล่วงหน้า แม้รายได้บางเดือนจะยังดูไม่ถึงเกณฑ์ หากสิ้นปีคำนวณแล้วเสียภาษีน้อยกว่าที่ถูกหักไว้ สามารถขอคืนได้ตอนยื่นภาษี การหักล่วงหน้าจึงเป็นการกันความเสี่ยงไม่ให้ต้องจ่ายก้อนใหญ่ปลายปี

เงินเดือนอย่างเดียว ไม่มีรายได้อื่น จำเป็นต้องยื่นภาษีไหม?

หากมีเงินได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ควรยื่นแบบภาษีแม้จะมีรายได้ทางเดียว เพราะอาจมีสิทธิ์ขอคืนภาษีจากที่ถูกหักไว้ระหว่างปี การยื่นยังช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และเป็นประวัติทางการเงินที่ดีในระยะยาว แต่ถ้ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์และไม่มีภาษีถูกหักอาจไม่จำเป็นต้องยื่น

เงินเดือนน้อย แต่มีโบนัสปลายปี จะกระทบภาษีไหม?

โบนัสถือเป็นเงินได้และถูกรวมคำนวณภาษีกับเงินเดือนทั้งปี อาจทำให้ฐานภาษีขยับขึ้นชั่วคราว และถูกหักภาษีเพิ่มในเดือนที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม ภาษีจะคำนวณจากรายได้รวมทั้งปีจริง หากมีค่าลดหย่อนเพียงพอ อาจช่วยลดผลกระทบได้ การวางแผนลดหย่อนล่วงหน้าจึงสำคัญในปีที่มีโบนัสก้อนใหญ่

More from this category: คำแนะนำด้านเงินเดือน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา