ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสุขภาพคนทำงาน รู้ทันสาเหตุและวิธีป้องกัน!

ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสุขภาพคนทำงาน รู้ทันสาเหตุและวิธีป้องกัน!
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 03 November, 2025
Share

Key Takeaway

  • ออฟฟิศซินโดรมคือกลุ่มอาการปวดเมื่อยและความผิดปกติของร่างกายที่เกิดจากการทำงานซ้ำๆ ท่าทางไม่ถูกต้อง หรือการนั่งหน้าคอมนานเกินไป โดยมักแสดงออกเป็นอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลังตึง มือชา หรือสายตาล้า

  • สาเหตุของการเป็น Office Syndrome มาจากการนั่งทำงานนานโดยไม่พัก ท่าทางผิดสรีระ การใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน รวมถึงความเครียดและการขาดการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อทำงานผิดปกติ

  • วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรมทำได้ด้วยการปรับโต๊ะ-เก้าอี้ให้เหมาะกับสรีระ ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุกชั่วโมง พักสายตาตามหลัก 20-20-20 รวมถึงออกกำลังกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ

  • ออฟฟิศซินโดรมสามารถใช้สิทธิประกันสังคม ประกันสุขภาพส่วนบุคคล หรือสวัสดิการของบริษัทเบิกค่ารักษาได้ โดยครอบคลุมทั้งค่าตรวจ ค่ายา และค่ากายภาพบำบัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครองและเอกสารที่ยื่นเบิกของแต่ละสิทธิ

เคยไหมที่นั่งทำงานทั้งวันจนรู้สึกปวดคอ ปวดหลัง หรือปวดไหล่บ่อยๆ โดยไม่ทันสังเกต? นั่นอาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด เพราะอาการเหล่านั้นอาจเป็นสัญญาณของ “Office Syndrome” ปัญหาสุขภาพยอดฮิตที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตคนทำงานยุคใหม่ พฤติกรรมที่เราทำซ้ำๆ ทุกวันอย่างการนั่งนานๆ ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป อาจกลายเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว หากละเลย ปล่อยไว้ อาจลุกลามจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้เลยทีเดียว ในบทความนี้พาไปรู้จักออฟฟิศซินโดรมให้มากขึ้น พร้อมวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการปวดเมื่อย พร้อมมีทริกดีๆ ทำตามตามได้ง่ายๆ มาฝากชาวออฟฟิศ!

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร ทำไมคนทำงานรุ่นใหม่เจอบ่อย?

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร ทำไมคนทำงานรุ่นใหม่เจอบ่อย?

ชาวออฟฟิศหลายๆ อาจคนสงสัยว่ากลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรมมีอะไรบ้าง? ซึ่งความจริงแล้ว ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ไม่ใช่โรคโดยตรง แต่คือกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่ซ้ำๆ และไม่ถูกหลักสรีรศาสตร์ มักมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลังตึง ชามือ หรือแม้กระทั่งอาการปวดศีรษะและสายตาล้า พบบ่อยในคนทำงานที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เคลื่อนไหวน้อย และพักผ่อนไม่เพียงพอ

ซึ่งหลายคนมักมองว่าเป็นเพียงอาการเล็กน้อย แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่แก้ไขอาจลุกลามจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและประสิทธิภาพการทำงานได้ และอาจเสี่ยงต่อโรคและภาวะสุขภาพเรื้อรังได้ เช่น

  • หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกดทับเส้นประสาท ทำให้ปวดหลังรุนแรงและมีอาการชาร้าวไปถึงแขนขา

  • กระดูกคอเสื่อม ส่งผลให้เคลื่อนไหวลำบาก ปวดคอเรื้อรัง

  • กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome) ทำให้ปวดบ่า ไหล่ หลังเรื้อรังจนรบกวนการนอน

  • อาการชาพร้อมเสี่ยงโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) จากการใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ซ้ำๆ

  • ภาวะสายตาสั้นหรือโรคตาแห้ง จากการใช้คอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน

  • ความเครียดสะสมและไมเกรน ที่อาจรบกวนทั้งการทำงานและคุณภาพชีวิต

การรู้จักออฟฟิศซินโดรมและป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเรื้อรังแล้ว ยังทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วย

อาการของออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างไร?

อาการของออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างไร?

การนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป ท่าทางไม่ถูกต้อง หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อและข้อต่อทำงานผิดปกติ เกิดอาการปวดเมื่อยหรือล้าเรื้อรังได้บ่อย ทั้งนี้ แตกต่างจากภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งมีสาเหตุจากโครงสร้างกระดูกสันหลังผิดปกติหรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท ทำให้เจ็บร้าวและมีอาการชา ชัดเจนมากกว่าความเมื่อยตึงทั่วไปของออฟฟิศซินโดรม แล้วอาการของออฟฟิศซินโดรมมีอะไรบ้าง ไปดูกัน!

กลุ่มออฟฟิศซินโดรมอาการที่พบบ่อย

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เกิดจากการนั่งผิดท่านานๆ กล้ามเนื้อถูกใช้งานเกินไป

  • ปวดหลังส่วนบนหรือล่าง มักสัมพันธ์กับการนั่งเก้าอี้ไม่เหมาะสมหรือการก้มตัวบ่อย

  • ปวดศีรษะบ่อย โดยเฉพาะไมเกรนหรือปวดจากความตึงของกล้ามเนื้อคอ

  • ชาปลายมือ ปลายเท้า นิ้วล็อก จากการกดทับเส้นประสาทหรือใช้ข้อมือซ้ำๆ

  • ปวดตา ตาล้า มัว หรือมองไม่ชัดชั่วคราว จากการจ้องหน้าจอคอมฯ หรือมือถือเป็นเวลานาน

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายขาดการขยับและพักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ข้อมือหรือข้อศอกอักเสบ จากการใช้เมาส์หรือพิมพ์งานติดต่อกันหลายชั่วโมง

  • กล้ามเนื้อตึงตัวหรือเกร็งมากผิดปกติ ทำให้เคลื่อนไหวติดขัดและเจ็บเรื้อรัง

สาเหตุของการเป็นออฟฟิศซินโดรม

สาเหตุของออฟฟิศซินโดรมมักเกิดจากพฤติกรรมการทำงานและวิถีชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบประสาท หากทำซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะสะสมจนกลายเป็นอาการเรื้อรังได้ โดยมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  1. ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง เช่น นั่งหลังค่อม เกร็งคอ หรือวางแขนไม่พอดีกับโต๊ะ

  2. นั่งทำงานนานเกินไปโดยไม่พัก ทำให้กล้ามเนื้อตึงและไหลเวียนเลือดไม่ดี

  3. การใช้คอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน ส่งผลให้ตาล้า ปวดคอ และไหล่เกร็ง

  4. สภาพแวดล้อมการทำงานไม่เหมาะสม โต๊ะ เก้าอี้ หรือแสงสว่างไม่เอื้อต่อการทำงาน

  5. ความเครียดและความกดดันในการทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งมากกว่าปกติ

  6. ขาดการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ร่างกายอ่อนแรงและเสี่ยงบาดเจ็บง่าย

  7. พฤติกรรมการใช้เครื่องมือทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดในตำแหน่งที่ผิดพลาดซ้ำๆ

อาการของออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างไร?

วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมสามารถป้องกันได้ หากเราปรับพฤติกรรมการทำงานและดูแลสุขภาพร่างกายอย่างเหมาะสม การใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดโต๊ะทำงาน การพักสายตา หรือการยืดเหยียดร่างกาย จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จัดโต๊ะและเก้าอี้ทำงานให้ถูกหลักสรีระ

การจัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสรีระเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันออฟฟิศซินโดรม ควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับความสูงได้ มีพนักพิงรองรับแผ่นหลัง และวางเท้าราบกับพื้น โต๊ะทำงานควรอยู่ในระดับที่ทำให้แขนวางได้อย่างสบาย ไม่ยกไหล่หรือก้มหลังมากเกินไป รวมถึงปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตาเพื่อลดอาการปวดคอและหลัง

พักสายตาและเปลี่ยนอิริยาบถ

การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานานทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดคอ และไหล่ตึง ควรใช้หลัก 20-20-20 คือ ทุกๆ 20 นาที มองไปที่วัตถุไกลประมาณ 20 ฟุต (6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที พร้อมกับลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เดินไปดื่มน้ำ ขยับแขนขา หรือหมุนไหล่เพื่อคลายความเมื่อยล้า

ทำท่ายืดเหยียดระหว่างวัน

การยืดเหยียดร่างกายเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อได้ ควรทำท่าเบื้องต้นระหว่างวัน เช่น ก้มศีรษะช้าๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อคอ เหยียดแขนขึ้นเหนือศีรษะ หรือบิดลำตัวซ้าย-ขวาเบาๆ การเคลื่อนไหวเหล่านี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เลือดไหลเวียนดีขึ้น และลดความเสี่ยงของออฟฟิศซินโดรมได้มาก

ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

นอกจากการยืดเหยียดแล้ว การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลังให้มั่นคง การฝึกง่ายๆ เช่น Plank, Bridge หรือโยคะท่าพื้นฐาน จะช่วยให้ร่างกายมีสมดุลที่ดีขึ้น ลดอาการปวดเมื่อย และป้องกันการบาดเจ็บจากการนั่งทำงานนานๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม

แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม

เมื่ออาการปวดเมื่อยจากการทำงานเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือการรู้วิธีดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งด้วยตัวเองและการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาด้วยตัวเอง

ชาวออฟฟิศคนไหนที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถบรรเทาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการทำงานได้ง่ายๆ เช่น

  • ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง นั่งหลังตรง พิงพนัก วางแขนและขาในตำแหน่งที่สบาย ลดแรงกดทับกล้ามเนื้อ

  • ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถเป็นประจำทุกๆ 1 ชั่วโมง ควรลุกขึ้นเดิน ยืดเหยียด หรือขยับร่างกายเล็กน้อย

  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง เน้นกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หลัง และแกนกลางลำตัว เพื่อช่วยพยุงร่างกายและลดอาการเจ็บปวด

  • พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุก 20 นาที มองไปไกลๆ อย่างน้อย 20 วินาที เพื่อผ่อนคลายดวงตาและลดอาการเมื่อยล้า

  • ผ่อนคลายความเครียด ฝึกหายใจลึกๆ ทำสมาธิ หรือฟังเพลงเบาๆ เพราะความเครียดส่งผลต่อการเกร็งของกล้ามเนื้อ

รักษาด้วยทางการแพทย์

หากชาวออฟฟิศที่ลองปรับพฤติกรรมการทำงานแล้ว แต่พบว่าอาการรุนแรงหรือเป็นเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี โดยแพทย์อาจแนะนำวิธีรักษา ดังนี้

  • การใช้ยา แพทย์อาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด หรือยาลดการอักเสบในกรณีที่อาการรุนแรง

  • การฉีดยาเฉพาะที่ ใช้ในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือมีจุดกดเจ็บเฉพาะตำแหน่ง เพื่อช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวด

  • การตรวจเพิ่มเติม หากมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ชา แขนขาอ่อนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ทำ MRI หรือ X-ray เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

  • การผ่าตัด พบได้น้อยมากและจะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล และพบว่ามีภาวะกดทับเส้นประสาทรุนแรง

รวม 15 ทริกดูแลสุขภาพง่ายๆ สำหรับชาวออฟฟิศ

การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันอาจทำให้ร่างกายเมื่อยล้าและเสี่ยงต่อออฟฟิศซินโดรมได้ง่าย การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก แค่ใส่ใจพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ มาลองทำตาม 15 ทริกง่ายๆ เหล่านี้กัน!

  1. ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง หลังตรง เท้าวางราบกับพื้น ปรับเก้าอี้และจอคอมให้ระดับสายตาพอดี

  2. พักสายตา 20-20-20 มองออกไปไกล 20 ฟุต ทุกๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที

  3. ลุกยืดเส้นทุก 1 ชั่วโมง หมุนคอ บ่า ไหล่ หรือเดินเข้าห้องน้ำก็ช่วยได้

  4. ใช้โต๊ะหรือเก้าอี้ที่เหมาะสม รองรับสรีระ ลดแรงกดทับ และลดการโค้งงอของหลัง

  5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ วางแก้วน้ำไว้ใกล้ๆ ตัว คอยจิบบ่อยๆ แทนการกินกาแฟอย่างเดียว

  6. เลือกของว่างเพื่อสุขภาพ ผลไม้ ถั่วไม่ทอด ไม่มัน ลดขนมหวานและน้ำตาล

  7. ออกกำลังกายเบาๆ ระหว่างวัน เช่น นั่งยกขา บีบลูกบอลยาง หรือยืดแขนระหว่างทำงาน

  8. จัดโต๊ะทำงานให้โปร่งสะอาด ลดความเครียดสายตา และช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง

  9. ใส่ใจกับแสงสว่าง ปรับแสงจอคอมฯ ให้สมดุล หลีกเลี่ยงแสงสะท้อน

  10. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับวันละ 6–8 ชั่วโมง ช่วยให้สมองและร่างกายฟื้นตัว

  11. ลดคาเฟอีน จำกัดปริมาณกาแฟไม่เกิน 1–2 แก้วต่อวัน ป้องกันใจสั่นและนอนไม่หลับ

  12. ฝึกหายใจลึกๆ ช่วยลดความเครียดและเติมออกซิเจนให้สมอง

  13. ใช้บันไดแทนลิฟต์ เพิ่มการเคลื่อนไหวเล็กๆ ในแต่ละวัน

  14. จัดเวลาพักจริงๆ ไม่เล่นมือถือระหว่างพักบ่อยเกินไป ให้ดวงตาและสมองได้หยุดพัก

  15. ออกกำลังกายสม่ำเสมอหลังเลิกงาน เดินเร็ว โยคะ ว่ายน้ำ หรือฟิตเนส เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ออฟฟิศซินโดรมใช้สิทธิเบิกค่ารักษาได้ไหม?

ออฟฟิศซินโดรมใช้สิทธิเบิกค่ารักษาได้ไหม?

พนักงานออฟฟิศที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมอาจสงสัยว่าสามารถใช้สิทธิประกันต่างๆ เพื่อเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ โดยการใช้สิทธิเบิกค่ารักษาแต่ละแบบมีเงื่อนไขและขั้นตอนที่แตกต่างกันดังนี้

  • สิทธิประกันสังคม (กองทุนประกันสังคม) ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิรักษาออฟฟิศซินโดรมได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิที่เลือกไว้ ครอบคลุมทั้งค่าตรวจ ค่ายา และค่ากายภาพบำบัด หากแพทย์วินิจฉัยว่าอาการที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการทำงาน โดยผู้รับบริการเพียงแสดงบัตรประชาชนและแจ้งสิทธิประกันสังคมก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที

  • สิทธิรักษาพยาบาลของบริษัท หรือองค์กร สำหรับพนักงานบริษัทที่มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล จะสามารถเบิกค่ารักษาออฟฟิศซินโดรมได้ตามวงเงินที่องค์กรกำหนด ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจ ค่ายา หรือค่ากายภาพบำบัด โดยพนักงานจำเป็นต้องยื่นใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ และเอกสารเบิกสวัสดิการของบริษัทเพื่อประกอบการเบิกจ่าย

  • ประกันสุขภาพส่วนบุคคล สำหรับผู้ที่ทำประกันสุขภาพส่วนบุคคล สามารถใช้สิทธิในการเบิกค่ารักษาออฟฟิศซินโดรมได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) หรือผู้ป่วยใน (IPD) ทั้งนี้ต้องยื่นใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ และสำเนากรมธรรม์ประกันเพื่อประกอบการเบิกค่าใช้จ่ายตามที่บริษัทประกันกำหนด

สรุป

ออฟฟิศซินโดรมคือกลุ่มอาการที่พบมากในคนทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ เคลื่อนไหวน้อย และพักผ่อนไม่เพียงพอ มักมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลังตึง มือชา หรือตาล้า ซึ่งแม้จะดูเล็กน้อย แต่หากละเลยอาจลุกลามเป็นโรคเรื้อรัง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบ หรือพังผืดกดทับเส้นประสาทได้

หากมีอาการออฟฟิศซินโดรมรุนแรง ปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัดไม่หาย แนะนำให้ไปพบแพทย์ การรู้จักและป้องกันตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยง รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทริกง่ายๆ ที่ชาวออฟฟิศทำตามได้คือปรับท่านั่งให้ถูกต้อง เปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเหยียดร่างกาย พักสายตา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ 

ถ้าคุณกำลังมองหางานใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และบรรยากาศการทำงานที่ไม่กดดัน Jobsdb ได้รวบรวมตำแหน่งงานจากหลากหลายองค์กรที่ใส่ใจพนักงาน ช่วยให้คุณก้าวหน้าในอาชีพไปพร้อมกับการมีเวลาสำหรับครอบครัว สุขภาพ และสิ่งที่คุณรัก หางานที่ใช่และใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ!

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรม (FAQ)

หลายคนที่เผชิญหรือกังวลเรื่องออฟฟิศซินโดรม มักมีข้อสงสัยว่าจริงๆ แล้วรักษาได้หรือไม่ ใครเสี่ยงเป็นบ้าง และควรดูแลตัวเองอย่างไร ลองมาหาคำตอบกันเลย

ออฟฟิศซินโดรมรักษาหายขาดไหม?

ออฟฟิศซินโดรมสามารถดีขึ้นและหายได้ หากปรับพฤติกรรมการทำงาน ควบคู่กับการออกกำลังกายและรักษาอย่างเหมาะสม แต่ถ้ายังนั่งทำงานผิดท่าหรือละเลยการดูแลตัวเอง อาการก็มีโอกาสกลับมาได้

ทำงานหน้าคอมทุกวัน มีโอกาสเป็นออฟฟิศซินโดรมทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกคน แต่ถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งผิดท่า นั่งนานๆ โดยไม่พัก หรือใช้สายตาหนัก อาจทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรมได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

อาการออฟฟิศซินโดรมแบบไหน ต้องทำกายภาพบำบัด?

หากมีอาการปวดเรื้อรัง กล้ามเนื้อตึงจนขยับยาก หรือเริ่มมีผลกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์และทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

ออฟฟิศซินโดรมหายเองได้ไหม?

อาการเล็กน้อยบางครั้งสามารถดีขึ้นเอง หากได้พักผ่อน ยืดเหยียด และปรับท่าทางการทำงานให้ถูกต้อง แต่หากอาการไม่ทุเลาหรือเป็นบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

More from this category: ความอยู่ดีมีสุขในที่ทำงาน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา