อัปเดตการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตัวเอง ต้องรู้อะไรบ้าง

อัปเดตการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตัวเอง ต้องรู้อะไรบ้าง
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 31 March, 2026
Share

Key Takeaway

    • สิ่งที่ควรรู้ก่อนคำนวณภาษี คือต้องรู้รายได้รวมทั้งปี ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามประเภทเงินได้ สิทธิ์ลดหย่อนที่ใช้ได้ และโครงสร้างอัตราภาษีแบบขั้นบันได เพื่อคำนวณได้ถูกต้องครบถ้วน
    • ประเภทของค่าลดหย่อนภาษี ได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนจากประกันและการลงทุน ค่าลดหย่อนตามมาตรการของรัฐ และค่าลดหย่อนเงินบริจาค
    • สูตรคำนวณภาษี คือ รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ จากนั้นนำเงินได้สุทธิ × อัตราภาษีขั้นบันได จะได้ภาษีที่ต้องจ่าย แล้วหักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย เพื่อดูว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือขอคืน

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนคิด หากเข้าใจหลักการพื้นฐานและลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการรวมเงินได้ การหักค่าใช้จ่าย การใช้สิทธิ์ลดหย่อน ไปจนถึงการคำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได บทความนี้จะพาอัปเดตสิ่งที่ต้องรู้แบบครบถ้วน ช่วยให้คุณสามารถคำนวณภาษีด้วยตัวเองได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพรวมการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

เมื่อเข้าใจโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และอัตราภาษีแล้ว ขั้นต่อไปคือการนำมาคำนวณตามสูตร หรือใช้เครื่องมือการคำนวณภาษีออนไลน์ เพื่อดูตัวอย่างในแต่ละกรณีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

  • เงินได้ทั้งปี ต้องรวบรวมรายได้ทุกประเภทตลอดปีภาษี ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ฟรีแลนซ์ ค่าคอมมิชชัน หรือรายได้เสริมต่างๆ เพราะภาษีคำนวณจากเงินได้สุทธิทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะเงินเดือนประจำ
  • ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามประเภทเงินได้ รายได้แต่ละประเภทสามารถหักค่าใช้จ่ายได้แตกต่างกัน บางประเภทหักแบบเหมาจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ บางประเภทหักตามจริง การรู้สิทธิ์ตรงนี้ช่วยลดฐานภาษีได้อย่างถูกต้อง
  • สิทธิ์ลดหย่อนที่ใช้ได้ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต กองทุนต่างๆ หรือดอกเบี้ยบ้าน การใช้สิทธิ์ครบถ้วนช่วยลดภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • อัตราภาษีแบบขั้นบันได ประเทศไทยใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้า คือยิ่งเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษียิ่งเพิ่มเป็นช่วงขั้น ไม่ได้คิดเรตเดียวทั้งก้อน ดังนั้นต้องคำนวณตามช่วงรายได้อย่างถูกต้อง
ตารางสรุปอัตราภาษีแบบขั้นบันได

ตารางสรุปอัตราภาษีแบบขั้นบันได

เงินได้สุทธิ (บาท)

อัตราภาษี / วิธีคิดแบบย่อ

0 - 150,000

ได้รับการยกเว้นภาษี

150,001 - 300,000

(เงินได้สุทธิ - 150,000) × 0.05

300,001 - 500,000

[(เงินได้สุทธิ - 300,000) × 0.10] + 7,500

500,001 - 750,000

[(เงินได้สุทธิ - 500,000) × 0.15] + 27,500

750,001 - 1,000,000

[(เงินได้สุทธิ - 750,000) × 0.20] + 65,000

1,000,001 - 2,000,000

[(เงินได้สุทธิ - 1,000,000) × 0.25] + 115,000

2,000,001 - 5,000,000

[(เงินได้สุทธิ - 2,000,000) × 0.30] + 365,000

5,000,001 ขึ้นไป

[(เงินได้สุทธิ - 5,000,000) × 0.35] + 1,265,000

แต่ละขั้นคิดเฉพาะส่วนของเงินได้ที่เกินเข้ามาในช่วงนั้น ไม่ได้นำเงินได้สุทธิทั้งหมดไปคูณอัตราของขั้นสูงสุดทั้งก้อน 

สมมติเงินได้สุทธิ = 400,000 บาท

คำนวณแบบแยกขั้นดังนี้

  • 0 - 150,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี = 0 บาท
  • 150,001 - 300,000 บาท (150,000 บาท) × 5% = 7,500 บาท
  • 300,001 - 400,000 บาท (100,000 บาท) × 10% = 10,000 บาท

รวมภาษีที่ต้องจ่าย = 17,500 บาท

ประเภทของค่าลดหย่อนภาษี

ค่าลดหย่อน คือจำนวนเงินที่นำมาหักออกจากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย เพื่อให้เหลือเป็นเงินได้สุทธิที่ใช้คำนวณภาษี ยิ่งลดหย่อนได้มาก ภาษีก็ยิ่งลดลง โดยแบ่งได้หลักๆ ดังนี้

  • หมวดลดหย่อนส่วนตัว เป็นสิทธิพื้นฐานที่ได้รับตามเงื่อนไขกฎหมาย เช่น ส่วนตัว คู่สมรส บุตร
  • หมวดประกันและการลงทุน ได้สิทธิเมื่อมีการซื้อประกันหรือออมเงินหรือลงทุนตามที่กฎหมายกำหนด
  • หมวดมาตรการภาครัฐ ได้สิทธิ์ตามช่วงเวลาหรือเงื่อนไขที่รัฐประกาศในแต่ละปี
  • หมวดเงินบริจาค ได้สิทธิ์เมื่อบริจาคให้หน่วยงานหรือองค์กรที่กฎหมายรับรอง
สูตรคำนวณภาษีและตัวอย่าง

สูตรคำนวณภาษีและตัวอย่าง

เมื่อเข้าใจโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และอัตราภาษีแล้ว ขั้นต่อไปคือการนำทั้งหมดมาคำนวณตามสูตร โดยตัวอย่างต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นภาพการคำนวณภาษีในแต่ละกรณี

การคำนวณเงินได้สุทธิ

สูตรคำนวณภาษีเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย = ค่าลดหย่อนที่ใช้สิทธิ์ได้

ตัวอย่างการคำนวณ

นางสาว B เป็นพนักงานเงินเดือน มีรายได้ทั้งปี 420,000 บาท

หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 100,000 บาท และมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคม 9,000 บาท

คำนวณเงินได้สุทธิ 420,000 - 100,000 - (60,000 + 9,000) = 251,000 บาท

ดังนั้น เงินได้สุทธิของนางสาว B = 251,000 บาท

ซึ่งอยู่ในช่วง 150,001 - 300,000 บาท

ภาษีที่ต้องจ่าย = (251,000 - 150,000) × 5% = 5,050 บาท

การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได คือการคำนวณในกรณีที่มีเงินได้สุทธิถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี โดยจะคิดภาษีแยกตามช่วงรายได้แต่ละขั้น ไม่ได้ใช้อัตราเดียวคูณทั้งก้อน

สูตรคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

ภาษีที่ต้องจ่าย = [(เงินได้สุทธิ - จุดเริ่มต้นของขั้นภาษีนั้น) × อัตราภาษีของขั้นนั้น] + ภาษีสะสมจากขั้นก่อนหน้า

หลักการคือ คิดภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเข้ามาในขั้นปัจจุบัน แล้วบวกกับภาษีที่คำนวณไว้แล้วจากขั้นก่อนหน้า

การคำนวณภาษีแบบเหมา 0.5% 

นอกจากเงินเดือน ผู้มีรายได้จากงานพิเศษ ฟรีแลนซ์ หรือรายได้บางประเภท อาจต้องคำนวณ ภาษีแบบเหมา 0.5% เพิ่มเติมในบางกรณี

สูตรคำนวณภาษีแบบเหมา

ภาษีแบบเหมา 0.5% = (เงินได้รวมทุกประเภทที่ไม่ใช่เงินเดือน) × 0.005

ใช้คำนวณเฉพาะรายได้บางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด และไม่นำเงินเดือนมารวมในฐานคำนวณส่วนนี้

เทคนิควางแผนให้จ่ายภาษีน้อยลง

เทคนิควางแผนให้จ่ายภาษีน้อยลง

การวางแผนภาษีควรทำล่วงหน้า ไม่ควรรอปลายปี เพราะหลายสิทธิ์มีเงื่อนไขและเพดานวงเงิน ควรเริ่มประเมินตั้งแต่ต้นปีหรือระหว่างปี พร้อมใช้โปรแกรมคำนวณภาษีฟรีเพื่อช่วยวางแผนได้แม่นยำยิ่งขึ้น

  • ใช้สิทธิ์พื้นฐานให้ครบก่อน ตรวจสอบค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัวว่ามีสิทธิ์เท่าไร และใช้ครบถ้วนแล้วไหม ก่อนมองหาทางเลือกเพิ่มเติม
  • เลือกประกันหรือการลงทุนให้ตรงเป้าหมายชีวิต ไม่ควรซื้อเพียงเพื่อลดภาษี ควรดูสวัสดิการที่มีอยู่และเป้าหมายระยะยาว เช่น การเกษียณ แล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม
  • กระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง หากลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี ควรดูนโยบายการลงทุนและสินทรัพย์ที่ถือครอง พร้อมกระจายความเสี่ยงให้เหมาะกับระดับที่รับได้
  • ตรวจสอบเพดานลดหย่อนรวม กลุ่มกองทุนและประกันเพื่อการเกษียณมีวงเงินรวมสูงสุด (เช่น ไม่เกิน 500,000 บาท) ต้องเช็กยอดรวมก่อนใช้สิทธิ์เต็มจำนวน
  • อย่าลดหย่อนจนกระทบสภาพคล่อง การประหยัดภาษีไม่ควรทำให้เงินสดขาดมือ ควรวางแผนให้ยังมีเงินเหลือใช้และสำรองฉุกเฉินเพียงพอ

สรุป

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มจากการรวมรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่าย และหักค่าลดหย่อน เพื่อหาเงินได้สุทธิที่ใช้เป็นฐานคำนวณภาษี ภาษีคิดแบบอัตราก้าวหน้า แยกตามขั้นรายได้ ไม่ได้คิดเรตเดียวทั้งก้อน และบางกรณีอาจต้องพิจารณาภาษีแบบเหมา 0.5% เพิ่มเติม การใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้ครบและวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

และหากต้องการเพิ่มรายได้หรือมองหาโอกาสงานที่ให้เงินเดือนและสวัสดิการดีขึ้น การอัปเดตโปรไฟล์และค้นหางานผ่าน Jobsdb ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณภาษี (FAQ)

ส่วนนี้รวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการคำนวณภาษี เพื่อช่วยให้เข้าใจประเด็นที่หลายคนมักสงสัยได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดจากรายได้ทั้งก้อนไหม? 

ไม่คิดจากรายได้ทั้งก้อนโดยตรง แต่เริ่มจากรวมรายได้ทั้งปี แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนก่อน จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได แต่ละขั้นจะคิดเฉพาะส่วนที่เกินในช่วงนั้น ไม่ได้ใช้อัตราเดียวคูณทั้งจำนวน

ต้องนำรายได้ประเภทไหนมาคำนวณภาษีบ้าง?

ต้องนำรายได้ทุกประเภทที่เกิดขึ้นในปีภาษีมารวมกัน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือรายได้เสริมอื่นๆ รายได้แต่ละประเภทมีวิธีหักค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน จึงควรแยกประเภทเงินได้ให้ถูกต้องก่อนคำนวณ

ค่าลดหย่อนช่วยลดภาษีได้มากแค่ไหน?

ค่าลดหย่อนช่วยลดเงินได้สุทธิ ซึ่งเป็นฐานที่ใช้คำนวณภาษี ยิ่งฐานภาษีลดลง ภาษีที่ต้องจ่ายก็ลดลงตามอัตราก้าวหน้า โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในขั้นภาษีสูง การใช้สิทธิ์ครบถ้วนจะช่วยประหยัดภาษีได้มากขึ้น

More from this category: คำแนะนำด้านเงินเดือน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ
เราไม่สามารถให้ข้อมูลแนวโน้มที่เชื่อถือได้ในขณะนี้

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา