วันต่างๆ ที่คุณเตรียมตัวสัมภาษณ์งานมาอย่างดีผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากสัมภาษณ์งานแล้ว การรอคอยผลการสัมภาษณ์กลับรู้สึกยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ คุณหยิบโทรศัพท์มาเช็คอีเมลครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พบกับความว่างเปล่า
แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณได้งานนี้ รวมถึงคุณจะได้รับฟีดแบคเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานของคุณได้อย่างไร
เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนที่มีประสบการณ์ในการว่าจ้างพนักงาน ฐิรญาดา จันทพล ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ที่มีประสบการณ์ในการสรรหาบุคลากรมายาวนาน และวราวุธ ธำรงรัตน์ ผู้กำกับจาก SoGood House Post-Production ผู้มีประสบการณ์บริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมามากมาย ทั้งสองคนได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการติดตามผลการสัมภาษณ์งานของผู้สมัคร รวมถึงเมื่อไหร่ที่ผู้สมัครควรตัดใจจากงานดังกล่าว
ในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ คุณควรถามผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปและระยะเวลาที่จะทราบผลการสัมภาษณ์
ฐิรญาดาให้ความเห็นว่า "ผู้ว่าจ้างที่ดีจะให้กรอบเวลาที่ชัดเจนแก่ผู้สมัคร โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ถ้าคุณต้องการฟีดแบ็ค อย่างน้อยคุณควรรอประมาณเจ็ดวันก่อนที่จะติดต่อผู้ว่าจ้าง" การทราบข้อมูลในส่วนนี้จะทำให้คุณรับรู้ความคาดหวังและลดความวิตกกังวลในการรอผล
ฐิรญาดาและวราวุธเห็นตรงกันในเรื่องนี้: การติดต่อผู้ว่าจ้างหลังจากจบการสัมภาษณ์ทันทีจะเป็นการเร่งผู้ว่าจ้างจนเกินไป คุณควรรออีกสักพัก
ถ้าคุณได้สัมภาษณ์งานผ่านทางบริษัทจัดหางาน คุณสามารถติดต่อไปทางบริษัทจัดหางานได้
ฐิรญาดาให้ความเห็นว่า "การขอฟีดแบ็คจากบริษัทจัดหางานหลังจบการสัมภาษณ์แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพ ถ้าคุณสัมภาษณ์งานได้ไม่ดี คุณสามารถพูดคุยกับบริษัทจัดหางานเพื่อขอฟีดแบ็คได้ทันที นอกจากนี้พวกเขาอาจจะติดต่อผู้ว่าจ้างเพื่อขอฟีดแบ็คจากผู้ว่าจ้างเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานของคุณอีกด้วย"
นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญของเราทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าหนึ่งสัปดาห์เป็นระยะเวลาที่ดีในการติดตามผลการสัมภาษณ์งาน
ฐิรญาดาให้คำแนะนำว่า "ส่งอีเมลไปอย่างสุภาพหลังจากสัมภาษณ์งานไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ ถ้าไม่มีการตอบกลับ คุณสามารถโทรไปสอบถามได้หลังจากผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ คุณควรส่งอีเมลไปก่อน เพราะการโทรไปถามเลยจะเป็นการจี้ผู้ว่าจ้างมากเกินไป"
วราวุธได้ให้ความเห็นจากมุมมองของผู้ประกอบการ "บริษัทของไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ SME และธุรกิจครอบครัว มักไม่ให้ฟีดแบ็คแก่ผู้สมัคร ถ้าผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์โดยไม่มีการตอบกลับ นั่นแปลว่าคุณไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน"
ถ้าคุณถูกเรียกให้ไปสัมภาษณ์ในรอบที่สอง นั่นคือสัญญาณที่ดี วราวุธให้ความเห็นว่า "ถ้ามีการสัมภาษณ์รอบที่สอง นั่นแปลว่าบริษัทเห็นศักยภาพในตัวของคุณ"
สิ่งสำคัญคือคุณไม่ควรหยุดหางานระหว่างรอผลสัมภาษณ์งาน ฐิรญาดาให้คำแนะนำว่า "คุณไม่ควรหยุดสมัครและไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทอื่น อย่ารอคำตอบจากบริษัทที่ไปสัมภาษณ์งานมาเสียก่อนแล้วค่อยสมัครงานที่อื่น ถ้าไม่มีการตอบกลับในหนึ่งสัปดาห์ แปลว่าคุณควรตัดใจ บางครั้งบริษัทนั้นอาจติดต่อคุณหลังจากการสัมภาษณ์ผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ ถ้าแคนดิเดตคนแรกปฏิเสธงานนั้น แต่คุณก็ไม่ควรไปหวังพึ่งอะไรแบบนั้นตั้งแต่แรก"
การติดตามผลการสัมภาษณ์งานของแต่ละคนอาจให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ในสถานะใด ในมุมมองของบริษัทจัดหางาน ฐิรญาดา จันทพล มองว่าการให้ฟีดแบ็คคือหนึ่งในงานของบริษัท ในการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครและสร้างความไว้วางใจแก่แคนดิเดต ฐิรญาดายังให้คำแนะนำว่าควรรอหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะติดต่อไปยังบริษัทจัดหางาน เพื่อให้บริษัทมีเวลาเตรียมตัวและไม่เป็นการกดดันมากจนเกินไป
ในมุมมองของเจ้าของกิจการ วราวุธ ธำรงรัตน์ ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทย โดยเฉพาะ SME และธุรกิจครอบครัว มักไม่ให้ฟีดแบ็ค เขามองว่า ถ้าบริษัทไม่ตอบกลับภายในหนึ่งสัปดาห์ นั่นแปลว่าผู้สมัครไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน และถ้าผู้สมัครถูกเรียกไปสัมภาษณ์รอบที่สอง นั่นแปลว่าบริษัทผู้ว่าจ้างเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวของผู้สมัคร