Key Takeaway
อัปเดตเงินเดือนข้าราชการล่าสุด ปี 2568 พร้อมสรุปครบทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ที่เพิ่งบรรจุใหม่จนถึงเพดานเงินเดือนของแต่ละตำแหน่ง รวมถึงการปรับฐานเงินเดือนตามวุฒิการศึกษาและโครงสร้างตำแหน่งในระบบราชการ เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางรายได้ของข้าราชการตลอดทั้งสายอาชีพ นอกจากนี้ยังเจาะลึกเรื่องเงินบำเหน็จ-บำนาญข้าราชการ
ตั้งแต่วิธีคำนวณเงินข้าราชการบำนาญ เงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ ไปจนถึงความคุ้มค่าในระยะยาวของอาชีพราชการ สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเส้นทางอาชีพและต้องการเข้าใจระบบค่าตอบแทนของภาครัฐอย่างครบถ้วน โดยปัจจุบันรัฐบาลมีการปรับเพิ่มฐานเงินเดือน เช่น ข้าราชการวุฒิปริญญาตรีแรกบรรจุเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน พร้อมโครงสร้างเงินเดือนที่เติบโตตามระดับตำแหน่งและประสบการณ์
การปรับฐานเงินเดือนตามนโยบายรัฐบาล คือการปรับเพิ่มเงินเดือนเริ่มต้นและช่วงเงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการ ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยรัฐบาลกำหนดแนวทางผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน ก.พ. เพื่อปรับโครงสร้างเงินเดือนทั้งระบบ
นโยบายในช่วงปี 2567-2568 มีการทยอยปรับเงินเดือนเพิ่มประมาณ 10% ต่อปี เพื่อยกระดับรายได้ข้าราชการ โดยเฉพาะผู้บรรจุใหม่ เช่น เงินเดือนวุฒิ ปริญญาตรีเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเข้ารับราชการและทำให้รายได้ภาครัฐแข่งขันกับภาคเอกชนได้มากขึ้น
วุฒิการศึกษา | อัตราเดิม (ปี 2567) | อัตราใหม่ (เริ่ม 1 พ.ค. 2568) |
ปวช. | 10,340 – 11,380 บาท | 11,380 – 12,520 บาท |
ปวส. | 12,650 – 13,920 บาท | 13,920 – 15,320 บาท |
ปริญญาตรี | 16,500 – 18,150 บาท | 18,150 – 19,970 บาท |
ปริญญาโท | 19,250 – 21,180 บาท | 21,180 – 23,300 บาท |
ปริญญาเอก | 23,100 – 25,410 บาท | 25,410 – 27,960 บาท |
บัญชีเงินเดือนข้าราชการ ถูกกำหนดตามประเภทตำแหน่งและสายงาน เพื่อให้ค่าตอบแทนสอดคล้องกับระดับความรับผิดชอบและความก้าวหน้าในอาชีพ โดยแต่ละตำแหน่งจะมี ช่วงเงินเดือนขั้นต่ำ-ขั้นสูง ตามโครงสร้างที่ภาครัฐกำหนด
ระดับ | ขั้นต่ำ (บาท) | ขั้นสูง (บาท) |
ปฏิบัติการ | 8,340 | 26,900 |
ชำนาญการ | 15,050 | 43,600 |
ชำนาญการพิเศษ | 22,140 | 58,390 |
เชี่ยวชาญ | 31,400 | 69,040 |
ทรงคุณวุฒิ | 43,810 | 76,800 |
ระดับ | ขั้นต่ำ (บาท) | ขั้นสูง (บาท) |
ปฏิบัติการ | 4,870 | 21,010 |
ชำนาญงาน | 10,190 | 38,750 |
อาวุโส | 15,410 | 54,820 |
ทักษะพิเศษ | 48,220 | 69,040 |
ระดับ | ขั้นต่ำ (บาท) | ขั้นสูง (บาท) |
ระดับต้น | 26,660 | 59,500 |
ระดับสูง | 32,850 | 70,360 |
ระดับ | ขั้นต่ำ (บาท) | ขั้นสูง (บาท) |
ระดับต้น | 51,140 | 74,320 |
ระดับสูง | 56,380 | 76,800 |
ก่อนตัดสินใจเกษียณ ข้าราชการต้องพิจารณาเกณฑ์การเลือกรับ “บำเหน็จ” หรือ “บำนาญ” ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์หลังออกจากราชการ โดยรูปแบบการรับเงินจะขึ้นอยู่กับ อายุราชการ ระยะเวลารับราชการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
เงินบำเหน็จข้าราชการ คือเงินตอบแทนหลังออกจากราชการที่จ่ายเป็นก้อนครั้งเดียว ให้กับข้าราชการที่มีสิทธิ์ได้รับตามเงื่อนไข เช่น มีอายุราชการไม่ถึงเกณฑ์รับบำนาญ หรือเลือกไม่รับบำนาญ โดยจำนวนเงินจะคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายและระยะเวลารับราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
เงินบำนาญข้าราชการ คือเงินตอบแทนหลังเกษียณที่จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต สำหรับข้าราชการที่มีอายุราชการครบตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจำนวนเงินจะคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายและระยะเวลารับราชการ เพื่อให้มีรายได้ต่อเนื่องหลังเกษียณ
วิธีคำนวณเงินบำเหน็จหรือบำนาญ จะพิจารณาจากเงินเดือนสุดท้ายและระยะเวลารับราชการ เพื่อกำหนดจำนวนเงินที่ข้าราชการจะได้รับหลังออกจากราชการ โดยมีหลักการคำนวณดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณ
ถ้าเงินเดือนสุดท้าย 30,000 บาท และรับราชการ 25 ปี
รายการ | ผู้รับบำนาญ | ผู้รับบำเหน็จ |
ลักษณะการจ่าย | ได้รับทุกเดือนตลอดชีวิต | ไม่มี (ได้เงินก้อนจบครั้งเดียว) |
สิทธิ์รักษาพยาบาล | คงอยู่ (ตัวเอง คู่สมรส บุตร พ่อแม่) | สิ้นสุดลง ทันทีที่ออกจากราชการ |
บำเหน็จดำรงชีพ | ขอรับล่วงหน้าได้ (15 เท่าของบำนาญ) | ไม่มีสิทธิ์ |
บำเหน็จตกทอด | เมื่อเสียชีวิต ทายาทได้ 30 เท่าของบำนาญ | ไม่มีสิทธิ์ |
ผู้ได้รับสิทธิ์ | ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการหรือพ้นจากราชการตามเงื่อนไข | ข้าราชการที่เกษียณ ลาออก หรือพ้นจากราชการ |
การเลือกระหว่างเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญ ขึ้นอยู่กับแผนการเงินและความต้องการหลังเกษียณของแต่ละคน ถ้าต้องการเงินก้อนเพื่อนำไปใช้หรือลงทุนทันที การเลือกบำเหน็จอาจเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการรายได้ประจำระยะยาวหลังเกษียณ เพื่อช่วยให้มีความมั่นคงทางการเงิน
การเลือกรับบำนาญก็เป็นตัวเลือกที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยควรพิจารณาร่วมกับฐานคำนวณเงินเดือนข้าราชการ ระยะเวลารับราชการ ภาระค่าใช้จ่าย แผนชีวิต และความมั่นคงในระยะยาว เพื่อให้การตัดสินใจสอดคล้องกับความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณมากที่สุด
เงินเดือนข้าราชการปี 2568 มีการปรับฐานตามนโยบายรัฐบาลเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ พร้อมกำหนดบัญชีเงินเดือนตามประเภทตำแหน่งและสายงาน เช่น ข้าราชการพลเรือนสามัญ พลเรือนกลาโหม และตำแหน่งเฉพาะทาง นอกจากนี้ข้าราชการบางตำแหน่งยังมีเงินประจำตำแหน่งเป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติมตามระดับความรับผิดชอบ อีกทั้งยังมีระบบจ่ายเงินเดือน 2 รอบต่อเดือน เพื่อช่วยบริหารสภาพคล่องทางการเงิน
ในระยะยาวข้าราชการยังได้รับสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ เช่น เงินบำเหน็จ (รับเป็นเงินก้อน) หรือ เงินบำนาญ (รับรายเดือนตลอดชีวิต) ซึ่งคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายและระยะเวลารับราชการ การเลือกรับแบบใดจึงควรพิจารณาจากแผนการเงิน ภาระค่าใช้จ่าย และความมั่นคงหลังเกษียณ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตในระยะยาว
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิต อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา ช่วยให้ค้นหางานที่เหมาะกับทักษะและความต้องการของคุณได้สะดวกมากขึ้น
เงินเดือนข้าราชการปี 2568 สามารถเลือกรับเงินเดือนแบบแบ่งจ่าย 2 รอบต่อเดือนได้ เพื่อช่วยบริหารสภาพคล่องทางการเงิน รอบแรกจะโอนช่วงกลางเดือนประมาณวันที่ 15 ของเดือน และรอบที่สองจะโอน ช่วงปลายเดือนประมาณวันที่ 25-28 ของเดือน ถ้าไม่ได้เลือกแบ่งจ่าย ข้าราชการจะได้รับเงินเดือนรอบเดียวช่วงปลายเดือน ตามปกติของระบบราชการ
การปรับเงินเดือนข้าราชการล่าสุดเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 และต่อเนื่องในปี 2568 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อปรับฐานรายได้ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยมีการทยอยปรับเพิ่มประมาณ 10% ต่อปีเป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งส่งผลให้เงินเดือนเริ่มต้นของหลายวุฒิการศึกษาปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งบรรจุใหม่
โครงสร้างเงินเดือนข้าราชการ จะกำหนดตามประเภทตำแหน่งและสายงาน เช่น ข้าราชการพลเรือนสามัญ พลเรือนกลาโหม และตำแหน่งเฉพาะทาง แต่ละประเภทจะมีช่วงเงินเดือนขั้นต่ำ-ขั้นสูง ที่แตกต่างกันตามระดับตำแหน่ง ความรับผิดชอบ และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง เพื่อให้การจ่ายค่าตอบแทนเหมาะสมกับบทบาทงาน
การขึ้นเงินเดือนข้าราชการเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเลื่อนขั้นประจำปี การเลื่อนตำแหน่ง และการปรับฐานเงินเดือนตามนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ยังอาจมีการเพิ่มค่าตอบแทนในรูปแบบเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มพิเศษ สำหรับบางสายงานที่มีความรับผิดชอบสูงหรือมีทักษะเฉพาะทาง
เงินเดือนเริ่มต้นของข้าราชการ อาจใกล้เคียงหรือบางกรณีต่ำกว่าบริษัทเอกชนบางแห่ง แต่จุดเด่นของงานราชการคือความมั่นคงในอาชีพ สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ เช่น เงินบำนาญหรือบำเหน็จ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงระยะยาวมากกว่าการเติบโตของรายได้แบบรวดเร็ว
เงินเดือนเริ่มต้นของข้าราชการขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษาและประเภทตำแหน่ง โดยปัจจุบันข้าราชการวุฒิ ปริญญาตรีเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน ส่วนวุฒิอื่น เช่น ปวช. ปวส. หรือปริญญาโท จะมีอัตราเริ่มต้นแตกต่างกันตามโครงสร้างเงินเดือนของภาครัฐ และสามารถเพิ่มขึ้นตามอายุงานและการเลื่อนตำแหน่งในอนาคต