ยื่นภาษี 2568 ได้ถึงวันไหน ต้องรู้อะไรบ้าง เช็กให้ครบ ไม่พลาดแน่นอน

ยื่นภาษี 2568 ได้ถึงวันไหน ต้องรู้อะไรบ้าง เช็กให้ครบ ไม่พลาดแน่นอน
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 17 March, 2026
Share

Key Takeaway

  • ยื่นภาษีได้ถึงเมื่อไร? ยื่นแบบกระดาษได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569
  • คนที่ต้องยื่นภาษี ได้แก่ ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งพนักงานเงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือผู้มีรายได้จากการลงทุนและทรัพย์สินให้เช่า
  • วิธียื่นภาษีทำได้ 2 แบบ คือยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (ระบบ Digital MyTax) หรือยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ

การยื่นภาษี 2568 เป็นเรื่องที่คนมีรายได้ทุกคนควรเตรียมตัวให้พร้อม แค่รวบรวมเอกสารรายได้และค่าลดหย่อนต่างๆ ให้ครบ แล้วตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยื่นแบบ ก็จะช่วยให้ยื่นภาษีได้ง่าย ไม่ผิดพลาด และมีโอกาสได้เงินคืนเร็วขึ้นด้วย มาดูกันว่าใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี มีรายได้ประเภทไหนที่ต้องนำมาคำนวณ และค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง เพื่อเตรียมตัวให้ครบก่อนถึงกำหนดยื่นแบบ

ยื่นภาษี 2568 ได้ถึงวันไหน

กรมสรรพากรเปิดให้ผู้เสียภาษียื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2568 ผ่านระบบ D-MyTax (Digital MyTax) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ยื่นภาษี 2568 ออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นแบบกระดาษ สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี 2568

ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี 2568

กรณีโสด

  • พนักงานเงินเดือน รายได้ตั้งแต่ 120,000 บาท ต่อปีขึ้นไป
  • ผู้มีรายได้อื่นๆ รายได้ตั้งแต่ 60,000 บาท ต่อปีขึ้นไป

กรณีสมรส

  • พนักงานเงินเดือน รายได้ตั้งแต่ 220,000 บาท ต่อปีขึ้นไป
  • ผู้มีรายได้อื่นๆ รายได้ตั้งแต่ 120,000 บาท ต่อปีขึ้นไป

รายได้แบบไหนต้องนำมายื่นภาษี

เงินได้พึงประเมิน คือรายได้ที่กฎหมายกำหนดให้นำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ได้แก่

  • เงินได้ประเภท 1 เงินเดือนและค่าจ้างประจำ เช่น เงินเดือน โบนัส บำเหน็จ บำนาญ หรือค่าจ้างจากนายจ้าง
  • เงินได้ประเภท 2 รายได้จากการรับจ้างทั่วไปหรืออาชีพอิสระ เช่น ค่าบริการ ค่านายหน้า ฟรีแลนซ์ นักแปล นักเขียน นักออกแบบ
  • เงินได้ประเภท 3 ค่าลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ค่าลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ สูตรทางธุรกิจ หรือค่าความนิยม (Goodwill)
  • เงินได้ประเภท 4 ดอกเบี้ย เงินปันผล และผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุน
  • เงินได้ประเภท 5 ค่าเช่าทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่น
  • เงินได้ประเภท 6 ค่าวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี
  • เงินได้ประเภท 7 รายได้จากการรับเหมา เช่น รับเหมาก่อสร้าง หรือรับจ้างทำของที่รวมค่าแรงและค่าวัสดุ
  • เงินได้ประเภท 8 รายได้จากธุรกิจ การค้า หรือกิจการอื่นๆ เช่น ทำธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ เกษตรกรรม
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษี

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษี

ก่อนยื่นภาษี 2568 ควรเตรียมเอกสารให้ครบเพื่อให้กรอกข้อมูลได้ถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมทั้งตรวจสอบการยื่นภาษี 2568 ว่าข้อมูลรายได้และสิทธิ์ลดหย่อนถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เอกสารที่ควรมีแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)

  • สำหรับพนักงานเงินเดือน นายจ้างจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ในช่วงต้นปี
  • สำหรับฟรีแลนซ์หรือผู้ให้บริการ ต้องติดต่อขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ว่าจ้างแต่ละรายเพื่อนำมาใช้ยื่นภาษี

2. เอกสารที่มาของรายได้

  • สรุปรายรับ - รายจ่าย หรือรายงานรายได้จากธุรกิจส่วนตัว
  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุน
  • หลักฐานแสดงรายได้จากค่าเช่า วิชาชีพอิสระ หรือรายได้ประเภทอื่นๆ

3. เอกสารที่เป็นค่าลดหย่อนภาษี

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว และค่าลดหย่อนคู่สมรส
  • ค่าลดหย่อนเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนการออมแห่งชาติ
  • ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต และเบี้ยประกันสุขภาพ
  • ค่าลดหย่อนเงินบริจาค เช่น บริจาคเพื่อการศึกษา หรือสนับสนุนพรรคการเมือง
ค่าลดหย่อนภาษีที่มือใหม่ควรรู้

ค่าลดหย่อนภาษีที่มือใหม่ควรรู้

ค่าลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิ์ที่ช่วยลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้ หากมีหลักฐานครบสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ มีดังนี้

1. ค่าลดหย่อนภาษีภาระส่วนตัวและครอบครัว

  • หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (ล.ย.03) ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท (รวมบิดามารดาของคู่สมรส) โดยต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (ล.ย.04) และหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ (ล.ย.04-1) ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยผู้ถูกอุปการะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส กรณีจดทะเบียนสมรส (กรณีใช้สิทธิ์ลดหย่อนคู่สมรส) และคู่สมรสไม่มีรายได้ ลดหย่อนได้ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตร ต้องใช้เอกสารรับรองบุตร เช่น สูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน เพื่อนำไปยื่น 
    • บุตรตามกฎหมาย ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
    • บุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท (ไม่จำกัดจำนวน)
    • บุตรบุญธรรม ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท รวมกันไม่เกิน 3 คน
  • ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการจ่ายค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรจากสถานพยาบาล สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี

2. ค่าลดหย่อนภาษีส่วนประกัน

    • เงินสมทบประกันสังคม ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 9,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 200,000 บาท และหากไม่ได้ใช้สิทธิ์ประกันชีวิตแบบทั่วไป สามารถใช้สิทธิ์เพิ่มได้อีก รวมลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  • เบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันสุขภาพ ต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิ์ลดหย่อนกับตัวแทนหรือบริษัทประกัน เพื่อให้บริษัทนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา ก็ไม่ต้องยื่นเอกสารเช่นกัน แต่ต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิ์กับบริษัทประกันล่วงหน้าเช่นเดียวกัน ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ไม่จำกัดอายุ 60 ปีขึ้นไป)

3. ค่าลดหย่อนภาษีส่วนการออมและลงทุน

    • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้ทั้งปี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับแบบวันชนวัน)
  • เงินลงทุนในธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

4. ค่าลดหย่อนภาษีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • กู้ซื้อบ้านหรือคอนโด ควรขอหนังสือรับรองการชำระดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษี ได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ที่มีชื่อผู้ยื่นภาษีเป็นผู้ถือหุ้น ณ วันที่จดทะเบียนจัดตั้งหรือเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยสามารถขอเอกสารได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • เงินลงทุนในธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) สำหรับเงินลงทุนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท
  • Easy E-Receipt 2.0 ควรเก็บหลักฐาน e-Tax Invoice และ e-Receipt ไว้ ลดหย่อนได้รวมสูงสุด 50,000 บาท โดยแบ่งเป็นวงเงิน 30,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าหรือบริการทั่วไป และวงเงิน 20,000 บาท สำหรับสินค้า OTOP และสินค้าหรือบริการจากวิสาหกิจชุมชนหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม

5. ค่าลดหย่อนภาษีส่วนบริจาค

    • หากบริจาคผ่านระบบ e-Donation ไม่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากกรมสรรพากร สามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคในระบบได้โดยตรง
    • เงินบริจาคทั่วไป ควรมีใบอนุโมทนาบุญหรือใบเสร็จรับเงิน ที่ระบุชื่อ - นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้บริจาคชัดเจน ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว)
  • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม ประโยชน์สาธารณะ และสถานพยาบาลของรัฐ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น
  • เงินบริจาคให้พรรคการเมือง ต้องมีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานอื่นที่ยืนยันการบริจาค เช่น หลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารการโอนทรัพย์สินให้แก่พรรคการเมือง ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี
ขั้นตอนการยื่นภาษี 2568 แบบ step by step

ขั้นตอนการยื่นภาษี 2568 แบบ step by step

  1. เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th ของกรมสรรพากร แล้วเลือกเมนู Digital My Tax (One Portal)
  2. เข้าสู่ระบบด้วย RD ID โดยกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน หรือเข้าสู่ระบบผ่าน National Digital ID (NDID) แอป ThaID หรือแอปเป๋าตัง
  3. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ระบบจะพาไปที่หน้า My Tax Account (e-Filing) ให้ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง
  4. เลือกเมนู “ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91” และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
  5. ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง จากนั้นกดยืนยันการยื่นแบบ และบันทึกหรือดาวน์โหลดใบเสร็จยืนยันการยื่นภาษีเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ยื่นภาษีไม่ทัน รับมืออย่างไร?

หากยื่นภาษีไม่ทัน ควรรีบยื่นโดยเร็วเพื่อลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม พร้อมเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน โดยเอกสารที่ควรเตรียม มีดังนี้

  • เตรียมแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ให้ตรงกับประเภทเงินได้
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • เอกสารประกอบค่าลดหย่อน เช่น หนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิต หรือหนังสือรับรองเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เอกสารยืนยันสิทธิ์ลดหย่อนบิดามารดา (แบบ ล.ย.03)
  • เตรียมเงินสำหรับชำระภาษีค้าง รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่มกรณียื่นล่าช้า

ข้อควรระวังหากยื่นภาษีไม่ทัน

หากยื่นภาษีไม่ทันตามกำหนด อาจมีบทลงโทษตามกฎหมายภาษีอากร โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าปรับอาญา

  • ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี
      • ยื่นล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับ 100 บาท
      • ยื่นล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับ 200 บาท
      • ค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
  • กรณีจงใจไม่ยื่นแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
    • ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. เงินเพิ่ม

  • เสียเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ
  • คำนวณตั้งแต่วันพ้นกำหนดยื่นแบบจนถึงวันที่ชำระเสร็จ
  • เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน

3. เบี้ยปรับ

  • กรณีเจ้าพนักงานตรวจพบว่าไม่ยื่นแบบ ชำระภาษีขาดหรือต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ต้องเสียเบี้ยปรับ 1 - 2 เท่า ของภาษีที่ต้องชำระ แล้วแต่กรณี

4. โทษทางอาญา

  • กรณีจงใจแจ้งข้อมูลเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
  • มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 - 200,000 บาท

สรุป

การยื่นภาษี 2568 เป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยต้องตรวจสอบประเภทเงินได้และเลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ให้ถูกต้อง พร้อมเตรียมเอกสารรายได้และค่าลดหย่อน เช่น ประกันชีวิต กองทุน ดอกเบี้ยบ้าน และเงินบริจาค เพื่อช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มโอกาสได้เงินคืน ควรยื่นภายในกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่ม

สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสงานใหม่หรืออยากเพิ่มรายได้ให้มั่นคงขึ้น สามารถเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานที่เหมาะกับคุณได้ที่ Jobsdb แพลตฟอร์มหางานยอดนิยม ที่ช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางอาชีพและรายได้ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยื่นภาษี 2568 (FAQ)

ส่วนนี้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่ผู้ยื่นภาษีสงสัย ใครต้องยื่น ใช้เอกสารอะไร หรือทำอย่างไรเมื่อยื่นผิด มาเข้าใจขั้นตอนและเตรียมตัวได้ถูกต้องมากขึ้น

ถ้ายื่นภาษีไม่ทัน แต่ไม่มีภาษีต้องจ่าย ยังต้องยื่นไหม?

ควรยื่นแบบให้เรียบร้อย แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม เพราะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ที่มีรายได้เข้าเกณฑ์ต้องยื่น หากไม่ยื่นอาจมีค่าปรับเล็กน้อยฐานไม่ยื่นแบบ และอาจกระทบประวัติทางภาษีในอนาคตได้ การรีบยื่นย้อนหลังจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องบทลงโทษ

ยื่นภาษีไม่ทัน สามารถยื่นออนไลน์ได้ไหม?

สามารถยื่นย้อนหลังผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรได้ตามปกติ โดยเข้าสู่ระบบและดำเนินการยื่นแบบเหมือนขั้นตอนทั่วไป หากมีภาษีค้างชำระ ระบบจะคำนวณเงินเพิ่มให้อัตโนมัติ ควรรีบดำเนินการโดยเร็วเพื่อลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ยื่นภาษีล่าช้า มีผลกระทบอะไรในอนาคตไหม?

การยื่นล่าช้าอาจมีค่าปรับ เงินเพิ่ม หรือเบี้ยปรับตามกรณี นอกจากนี้ ถ้ามีประวัติยื่นล่าช้าบ่อยครั้ง อาจถูกตรวจสอบข้อมูลภาษีละเอียดขึ้นในอนาคต และอาจกระทบความน่าเชื่อถือทางการเงิน เช่น เมื่อต้องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ดังนั้น ควรรักษาวินัยในการยื่นภาษีให้ตรงเวลา

More from this category: แหล่งข้อมูลและเทมเพลต

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา