สัญญาณที่บอกถึงอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก

          เดือนสุดท้ายของปีแบบนี้ พนักงานส่วนใหญ่ก็มักจะมองว่าเป็นเดือนแห่งการพักผ่อนแล้ว เพราะเข้าสู่การส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ พนักงานหลายคนก็เริ่มวางแผนในการเที่ยว พักผ่อนกัน แต่ก็ยังมีพนักงานอีกบางกลุ่มที่ยังต้องเร่งยอด ต้องพยายามปิดงานให้เสร็จจนบางครั้งทำให้ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ

          ยิ่งไปกว่านั้นพนักงานบางคน ทำงานทุ่มเทให้กับองค์กรกันมาตลอดทั้งปี โดยที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยสักนิด พอถามว่าไม่เหนื่อยหรอ บางคนก็ตอบว่า เหนื่อยแต่ก็สนุกกับการทำงาน มันก็เลยทำให้ไม่ค่อยเหนื่อยมากนัก

          เราลองมาดูว่าเรามีสัญญาณเหล่านี้ เกิดขึ้นกับตนเองบ้างหรือไม่ ถ้ามีอย่างน้อย 2 ข้อ ก็แสดงว่า เราทำงานเหนื่อยจนเกินไปแล้ว ต้องรีบหาเวลาพักผ่อน และปรับร่ายการให้เข้าสู่ภาวะปกติก่อนที่จะเริ่มต้นปีใหม่

  • เริ่มสมาธิสั้นลง ปกติคนที่ทำงานขยันขันแข็งนั้นจะมีสมาธิจดจ่อกับงานที่ทำได้เป็นชั่วโมง โดยที่ไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าคนที่เริ่มทำงานได้ไม่นาน ก็เลิกหรือเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น แล้วก็เปลี่ยนอีกโดยที่ไม่มีอะไรสำเร็จสักอย่าง นั่นเป็นสัญญาณแรกที่บอกเราว่า เราเหนื่อยเกินไปแล้ว เราอาจจะทำงานมากเกินไป มีภาระหน้าที่ที่มากเกินไป จนทำให้เราไม่สามารถที่จะจดจ่อทำงานอย่างเดียวได้นาน ๆ
  • เริ่มรู้สึกผิดกับงานที่ไม่สำเร็จมากขึ้น ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่างานที่เรารับผิดชอบนั้นเริ่มไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้ง ๆ ที่เราก็ทุ่มเทอย่างจริงจัง นั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เราเริ่มเหนื่อยกับการทำงาน เหนื่อยมาก ๆ เข้าสมาธิก็หดหาย ไม่จดจ่อ ผลงานที่เคยดี ก็เริ่มไม่ดี เคยเสร็จทันเวลา ก็เริ่มไม่ทันเวลามากขึ้นจนทำให้เรารู้สึกว่าทำไมผลงานของเรามันแย่ลงทั้ง ๆ ที่เราเองก็พยายามทำเหมือนเดิม
  • อารมณ์ปรวนแปร ถ้าเริ่มมีอาการอารมณ์ปรวนแปรมากขึ้นเรื่อย ๆ เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย หรือใครพูดอะไรผิดหูหน่อยก็หงุดหงิดใส่ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย นี่ก็เป็นอีกสัญญาณว่าเรากำลังทำงานเหนื่อยเกินไปแล้วเช่นกัน
  • ปลีกตัว ไม่อยากสุงสิงกับใคร บางคนเคยเฮฮากับเพื่อนร่วมงาน กับลูกน้องของตนเอง แต่กลับกลายเป็นว่าอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากคุยกับใคร เวลามีใครมาคุยด้วย ก็แสดงอาการรังเกียจและไม่อยากคุยด้วย แบบนี้ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าเรากำลังเหนื่อยกับการทำงานมากเกินไป
  • หัวถึงหมอนหลับทันที ปกติคนที่ไม่เหนื่อยมาก จะต้องใช้เวลาในการนอนจากที่หัวถึงหมอนก็ประมาณ 10 นาทีก็จะเริ่มหลับ แต่ถ้าเราเป็นประเภทพอล้มตัวลงนอนปุ๊ป ก็หลับปั๊บเลยนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำงานเหนื่อยจนเกินไป เลยทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
  • เริ่มเจ็บป่วยมากขึ้น คนที่ทำงานเหนื่อยจนเกินไปจะทำให้พักผ่อนน้อย กินน้อย บางคนแทบไม่ได้กินข้าวเลยสักมื้อในหนึ่งวัน บางคนอาหารเช้าไม่เคยได้ทานเลย เพราะเหนื่อย ตอนตื่นสาย ไม่อยากลุกบ้าง พอลุกได้ก็สายแล้วต้องรีบไปทำงาน ก็เลยไม่ได้ทานอาหารเช้า ก็ยิ่งทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็คือ จะมีอาการเจ็บป่วยเข้ามาแทรก แบบเรื้อรังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปวดหัวไมเกรน อาการปวดท้อง ปวดหลัง ปวดตัว ปวดตา คลื่นไส้ อาเจียน มึน ฯลฯ อาการเหล่านี้ถ้าเป็นประจำทุกวัน โดยที่เดิมทีไม่เคยเป็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย นี่ก็แปลง่าย ๆ ว่าเราทำงานหนักเกินไปแล้ว

เหนื่อยล้าจากงาน          อาการเหล่านี้ถ้ามีอย่างน้อย 2 ข้อ ก็ต้องเริ่มระวังตนเองได้แล้วครับ ต้องปรับวิธีการทำงาน ปรับวิธีการใช้ชีวิตใหม่บ้าง ถ้างานเยอะจริง ๆ ก็คงต้องแบ่งเวลาให้ดี และพยายามหาเวลาพักผ่อน นอนหลับให้พอ อีกทั้งพยายามหาเทคนิคให้ร่างกายได้ออกกำลังกายบ้าง โดยอาจจะไม่ต้องไปเข้าฟิตเนส แต่อาศัยกิจกรรมประจำวันของเราเพื่อให้ร่างกายได้ออกแรงบ้าง เช่น     การเดินเร็ว การเดินขึ้นบันไดบ้าง การขยับแข้งขยับขาระหว่างการทำงานบ้าง ฯลฯ

          เพราะถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี มันจะยิ่งทำให้เราไม่สามารถทำงานที่เรารักได้ดี เพราะร่างกายเราอาจจะทนไม่ได้ขึ้นมาสักวันหนึ่ง แล้วคราวนี้เราจะไม่สามารถทำงานได้อีกเลย

ที่มา : ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำตาม

ข้อควรระวังเมื่อมีความรักในที่ทำงาน