ขอบเขตการทำงานชัดเจน หรือแล้งน้ำใจ

น้ำใจในการทำงาน

          หลายครั้งหลายคราที่ความมี “น้ำใจ” เพื่อช่วยเหลืองานเพื่อนร่วมแผนกมักเป็นปัญหาโลกแตกในสังคมออฟฟิศ บ้างก็หยิบยื่นน้ำใจอย่างเต็มเปี่ยม จนเกินหน้าที่ของตนไปเสีย ซ้ำร้ายบางทีงานของตัวก็ไม่เสร็จอีกต่างหาก ก่อให้เกิดความลำบากต่อกันเป็นลูกโซ่ แต่บางคนก็กลับนิ่งเฉยเย็นชาทำแต่งานในขอบเขตตัวเองเพียงอย่างเดียว เพราะยึดมั่นว่า Job Description ของแต่ละคนระบุหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน

หากอาสายื่นมือเข้าไปช่วย โดยเพื่อนไม่ได้ร้องขอ จะดูเหมือนยุ่มย่ามก้าวก่าย และอาจทำให้งานของเขาล่าช้าเสียอีก แต่เมื่อคิดอย่างนี้ก็กลับถูกคนอื่นตีตราหาว่าแล้งน้ำใจ แล้วจะต้องทำอย่างไรไม่ให้ปัญหาระดับออฟฟิศมาบั่นทอนมิตรภาพระหว่างเพื่อน มาดูคำตอบเหล่านี้สิ แล้วจะรู้ว่า ทางออกที่ดีนั้นไม่ยากเกินกว่าเราจะปฏิบัติกันเลยค่ะ

มุ่งมั่นงานในขอบเขต

          ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือจากใคร หรือหยิบยื่นน้ำใจให้เพื่อนร่วมงาน คุณลองเช็คภาระหน้าที่ตาม Job Description ให้ดีว่า ต้องรับผิดชอบงานส่วนไหน แล้วตั้งใจทำให้เต็มที่เต็มความสามารถเสียก่อน หากเกิดปัญหาที่เกินจะต้านไหว ค่อยขอความช่วยเหลือบ้างคงไม่เป็นไร และไม่ต้องกลัวว่า หากคุณนั่งทำงานแต่ของตัวเองเพียงอย่างเดียว จะถูกเพื่อนมองว่าแล้งน้ำใจหรือไม่ เพราะเขาย่อมเข้าใจดีว่า ทุกคนล้วนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกัน แต่ถ้าคุณมัวนั่งแชท นั่งเมาท์ไปวันๆ นี่ล่ะสิ ก็ไม่ผิดที่คนอื่นจะคิดว่าคุณว่างจากงานที่รับผิดชอบแล้ว แต่กลับไม่มีน้ำใจถามไถ่เพื่อช่วยเหลืองานคนอื่นนั่นเอง

หยิบยื่นน้ำใจ

          แต่หากเมื่อไหร่ที่คุณสะสางงานในความรับผิดชอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมถามเพื่อนข้างๆ ด้วยนะว่า มีงานไหนที่คุณพอจะช่วยเหลือได้บ้าง ถึงแม้เพื่อนจะไม่มีอะไรให้คุณช่วยเลยก็ตาม แต่เชื่อมั้ยว่า เพียงแค่ประโยคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ และมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ในการทำงานได้มากโขเลยทีเดียว

ไม่คาดหวัง

          คุณไม่ควรคาดหวังว่า จะให้เพื่อนที่คุณเคยช่วยงานต้องมาช่วยกลับด้วยทุกครั้ง เพราะบางทีเพื่อนคนนั้นอาจมีงานยากที่ต้องรับผิดชอบอยู่ไม่น้อย หรือจริงๆ แล้ว เขาอาจอยากช่วยเหลือคุณอยู่ แต่ด้วยขอบเขตงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะ เขาเลยกลัวว่าจะยิ่งทำให้งานคุณเสร็จช้ากว่าเดิมเสียอีก ดังนั้น จึงไม่ควรมานั่งน้อยใจ ดราม่ากับเรื่องเหล่านี้ เพราะจะยิ่งบ่อนทำลายความรู้สึกให้ไม่มีความสุข และพลอยไม่ชอบเพื่อนคนนั้นไปเสีย แต่ให้คิดใหม่ว่า งานที่คุณทำอยู่นั้น เป็นงานชิ้นพิเศษที่กำลังทดสอบฝีมือ ความรู้ ความสามารถ ซึ่งหากสำเร็จเมื่อไหร่ คอยดูสิ ความยุ่งและยากที่คุณเคยเจอ จะกลายเป็นความภูมิใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ

ขอความช่วยเหลือ

          แต่เมื่อใดที่งานของคุณคับขัน หรือยากเกินกว่าที่จะทำคนเดียวได้จริงๆ ให้คุณขอความช่วยเหลือจากเพื่อนในแผนกเลยค่ะ รับรองว่า ทุกคนพร้อมจะรวมพลังช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่ตัวคุณเองก็ต้องลิสต์รายละเอียดงานให้ชัดเจนด้วย ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบไปทั้งก้อน โดยไม่แจกแจงข้อมูลความต้องการอะไรเลย ไม่เช่นนั้น คงไม่มีครั้งหน้าสำหรับน้ำใจดีๆ จากเพื่อนของคุณ…ชัวร์

ระดมพล

          บางครั้งคุณหรือเพื่อนอาจได้รับโปรเจ็กต์ใหญ่เกินกว่าที่คนๆ เดียวจะทำได้สำเร็จ ให้ลองนำเสนอหัวหน้าเพื่อแต่งตั้งดรีมทีมเฉพาะกิจช่วยทำงานโปรเจ็กต์นี้ หรือขอระดมความคิดจากเพื่อนๆ เพื่อหาทางออกที่หลากหลาย รับรองเลยว่า นอกจากงานจะสำเร็จอย่างสวยงามแล้ว สัมพันธภาพในแผนกจะแน่นแฟ้นกลมเกลียวมากขึ้นเลยล่ะค่ะ

          แม้ขอบเขตการทำงานของคนๆ หนึ่งจะระบุหน้าที่อย่างชัดเจนมากแค่ไหน เชื่อเถอะว่า น้ำใจดีๆ ยังคงหาได้ในสังคมออฟฟิศอยู่เสมอ หากคุณเป็นคนเริ่มหยิบยื่นให้ผู้อื่นก่อนด้วยความจริงใจ และไม่หวังผลตอบแทน รับรองว่า ออฟฟิศของคุณจะสนุกและน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยทีเดียว

          แล้ววันนี้ คุณหยิบยื่น น้ำใจดีๆ  ให้เพื่อนข้างๆ คุณแล้วหรือยัง…

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

มาตรการจัดการเพื่อนร่วมงานที่ชอบแย่งผลงาน

6 วิธีแสดงศักยภาพในการทำงานให้ถูกที่ ถูกเวลา