ลาออกมาทำธุรกิจหลายปี อยากกลับสู่วงจรงานประจำ

กลับมาทำงานประจำ

          เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว เราจึงมีความสับสนไม่แน่ใจต่อตัวเลือกต่างๆอยู่เสมอ ในโลกการทำงานก็เช่นกัน พอทำงานไปได้สักระยะ คงหนีไม่พ้นความคิดที่ว่าอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เชื่อว่ากว่าหลายๆคนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเริ่มธุรกิจตัวเองก็คงต้องผ่านการคิดเป็นร้อยตลบกว่าจะกล้าตัดสินใจลงมือทำ แต่ที่นี้พอมาทำธุรกิจแล้วมันไม่เวิร์คเท่าที่คิดไว้ล่ะ จะทำอย่างไรดี?

          ว่ากันว่าตอนจะลาออกคิดไปแล้วร้อยตลบ เชื่อเถอะว่า กว่าจะตัดสินใจเลิกรากับธุรกิจที่ตัวเองรักและสร้างมากับมือเพื่อกลับเข้ามาทำงานประจำนั้นกลับต้องคิดหลายเท่ายิ่งกว่า แต่เมื่อจำเป็นต้องทำ ก็มีคำแนะนำดีๆมาฝากดังนี้ค่ะ

1. อัปเดตโปรไฟล์ และเรซูเม่

          การทำธุรกิจส่วนตัวก็เป็นหนึ่งใน Career Path เช่นกัน เขียนเพิ่มเติมเข้าไปในประวัติการทำงานของคุณได้เลย การจะประกอบธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ ต้องใช้ความรู้และความสามารถทั้งนั้นไม่มากก็น้อย ไม่ว่ามันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่นำมาแชร์ในการกลับเข้ามาสมัครงานประจำอีกครั้งได้ นอกจากจะเป็นการแชร์ความรู้ความสามารถของคุณแล้ว ยังเป็นการแสดงให้ว่าที่นายจ้างของคุณเห็นแรงบันดาลใจและ passion ที่คุณมีในชีวิตอีกด้วย เป็นการแชร์พลังงานด้านบวก แล้วนายจ้างที่ไหนจะไม่ชอบล่ะ จริงมั้ย?

2. ทำความเข้าใจกับตัวเอง

          คุณเคยทำการตัดสินใจอันยิ่งใหญ่ด้วยการหันหลังให้งานประจำมาแล้ว แล้วมาถึงวันหนึ่งที่คุณจะหวนกลับไปอีกครั้ง คงต้องทบทวนกันหน่อยล่ะค่ะว่า เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตการทำงานของเรา คิดอย่างเป็นจริงเป็นจังและรอบคอบ เรื่องแบบนี้ไม่มีความคิดใดจะถูกตัดสินใจเป็นเรื่องผิด หรือถูก แค่จังหวะเวลาที่ผ่านมาอาจมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ และมีแต่เพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ดังนั้นควรพินิจพิเคราะห์ให้ดี ว่าเหตุผลที่ทำให้คุณออกมาในครั้งนั้น กลับเหตุผลที่คุณจะตัดสินใจกลับเข้าไปในวงจรงานประจำอีก มันตอบโจทย์ในใจคุณหรือเปล่า ทั้งนี้เป็นไปเพื่อการตัดสินใจอย่างแม่นยำ ถูกต้องและเป็นระบบของคุณ

3. ใช้คอนเนคชั่นให้เป็นประโยชน์

          ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าการที่คุณห่างหายวงการงานประจำไปสักพัก อาจทำให้คุณหลุดออกจากระบบการจัดหางานไปบ้าง ดังนั้นการจะกลับเข้ามาใหม่อีกที อาจต้องออกแรงเป็นพิเศษสักนิด คอนเนคชั่นของคุณที่มีอยู่อย่าลืมเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนร่วมงานเก่า หัวหน้างานเก่า ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ ญาติพี่น้อง ฯลฯ ลองถามดูว่าพอจะมีที่ไหนรับตำแหน่งที่คุณถนัดหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ ฝากเรซูเม่ไป ให้เขาฝากยื่นได้ก็ดี เพราะเขานี่แหละจะเป็น reference สำคัญให้คุณได้เวลามีคนในองค์กรนั้นถามว่า อ้าวแล้วคนนี้หายไปทำอะไรมาตั้งนาน คุณจะมีกระบอกเสียงตอบแทนให้แน่นอน หายห่วงได้เลย

4. มีเป้าหมายที่ชัดเจน

          คำถามที่คุณต้องเจอระหว่างการสัมภาษณ์งานที่แน่ๆเลยคือ คุณตัดสินใจออกไปทำธุรกิจแล้ว ทำไมจึงตัดสินใจกลับมาทำงานประจำอีก และอาจเป็นไปได้ว่า จะโดนคำถามที่ว่า แล้วเป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร ซึ่ง 2 คำถามนี้เป็นอะไรที่ตอบได้ไม่ง่ายเลยจริง ๆ เชื่อว่าคุณคงมีเหตุผลในการตัดสินใจแน่ ๆ แต่อย่าลืมทำเหตุผลของคุณให้เป็นคำตอบในเชิงบวกด้วย ไม่ได้หมายความว่าให้แต่งเรื่องโกหกนะคะ แต่หมายความว่าพยามสื่อสารเป้าหมายที่แท้จริงของเราออกไปในทางบวกต่างหากล่ะ

5. ต้องยอมรับเรื่องเงินเดือน

          การที่คุณหายไปจากระบบงานประจำ อาจทำให้เกิดปัญหาสำคัญขึ้นในเรื่องของการต่อรองเงินเดือน เพราะฐานตอนที่คุณออกจากงานมา กับระยะเวลาที่คุณไปทำธุรกิจส่วนตัว ฐานเงินเดือนในวงการของคุณอาจเปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งคุณออกจากระบบไปนานมากเท่าไหร่ คุณก็จะพบว่ามีช่องว่างในเรื่องฐานเงินเดือนมากขึ้นเท่านั้น คุณอาจต้องยอมรับความจริงที่ว่า ระหว่างที่คุณไปทำธุรกิจส่วนตัวนั้น อาจมีทักษะบางอย่างที่หายไประหว่างทาง จึงไม่ควรสร้างเงื่อนไขในเรื่องค่าตอบแทนมากมายเกินไปนัก เพราะจะสร้างความลำบากใจให้ผู้จ้างงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ คำนวณเงินเดือนที่จะให้จากฐานเงินเดือนเดิม ขอแนะนำว่า ถ้าเขายื่นข้อเสนอให้ที่ไม่ขี้เหร่เกินไปนัก ก็ขอให้รับไว้ก่อน ถ้าคุณอยากกลับมาเข้ามาทำงานประจำจริง ๆ แต่อาจจะทำสัญญาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า หากในช่วงการทดลองคุณมี performance ที่โดดเด่นเกินเงินเดือนที่คุณรับ คุณก็ควรได้รับการปรับให้เหมาะสมกับความสามารถถ้าผ่านช่วงทดลองงานไปแล้ว เชื่อเถอะว่า ทำแบบนี้แฟร์ที่สุด เพราะเป็นการให้โอกาสตัวเองได้กลับเข้ามาทำงานพิสูจน์ความสามารถให้นายจ้างรู้ และแสดงให้นายจ้างได้เห็นว่า แม้ว่าคุณจะหายไปจากวงการในระยะหนึ่ง แต่ศักยภาพในการทำงานยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมนั่นเอง

          ชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงได้เสมอ ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา และโอกาสในช่วงนั้น อย่ากลัวที่จะตัดสินใจ และทำตามความฝันของตัวคุณเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าชีวิตได้ผ่านไปเจอมุมที่ไม่สดใสอย่างที่คิด การหยุด แล้วหันกลับมามองตัวเองอย่างเป็นจริง แล้วถอยเพื่อก้าวต่ออย่างงดงามย่อมเป็นสิ่งที่ทำได้เสมอ ขอเพียงมีกำลังใจต่อสู้ และอย่าคิดสั้นเท่านั้นก็พอ โลกไม่ได้โหดร้ายกับคุณขนาดนั้นค่ะ สู้ ๆ

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เริ่มตั้งเป้าหมายในการทำงาน เพื่ออนาคตอันหอมหวาน

เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้ดีกว่าเดิม