5 ขั้นตอนเพื่อการเติบโตในสายงานแบบง่ายๆ

5 ขั้นตอนเพื่อการเติบโตในสายงานแบบง่ายๆ
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 07 July, 2023
Share

ในชีวิตของมนุษย์เงินเดือนหรือคนที่ในโลกของการทำงาน เราเชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่อยากก้าวหน้าหรือเติบโตในสายอาชีพของตัวเองหรอก ทุกคนก็ใฝ่ฝันที่จะเดินทางไปสู่ความสำเร็จหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยกันแทบทั้งนั้น แต่บางครั้งเส้นทางที่ว่านี้มักไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรือบางคนอาจจะยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ว่าเป้าหมายที่แน่ชัดของตัวเองคืออะไร หรือต้องเดินไปในเส้นทางไหนเพื่อประสบความสำเร็จ

เพราะในเรื่องของการเติบโตในที่ทำงานนั้น มักมาพร้อมกับตำแหน่งที่สูงขึ้น ผสานกับเงินเดือนที่มากขึ้น และความรับผิดชอบอันใหญ่ยักษ์ขึ้น บางคนจึงมาพร้อมความคาดหวังหรือความกังวลที่จะเดินไปข้างหน้า ดังนั้นบทความนี้เราจะมาแนะนำทริคดีๆ สำหรับคนที่อยากเติบโตในสายงาน ให้ไปปฏิบัติตามกันได้แบบง่ายๆ รับรองว่าคุณจะมีความสุขในการทำงานไปพร้อมๆ กับการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานแน่นอน

ทำความรู้จัก Career Path

สำหรับคำว่า Career Path หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ทั้งจากหัวหน้างานคุณเอง หรือจาก HR เมื่อตอนที่ไปสัมภาษณ์งาน โดย Career Path ก็คือเส้นทางอาชีพที่เป็นที่หลายคนมักวางแผนให้กับตัวเองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ว่าเขาอยากให้ตัวเองก้าวไปแบบไหนในสายอาชีพของตัวเอง รวมไปถึงการเติบโตหรือความก้าวหน้าในการทำงานในตำแหน่งที่สูงขั้น ซึ่ง Career Path ของแต่ละสายงานนั้นก็มักจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย สถานการณ์ และสไตล์การทำงาน

Career Path สำคัญอย่างไร

การตั้ง Career Path ให้ตนเองนั้น ก็คือการตั้งเป้าหมายเพื่อการเติบโตในสายงานของตนเองนั่นแหละ บางคนก็มักตั้งเป้าหมายให้ตนเองแบบส่วนตัวอยู่แล้ว หรือบางองค์กรก็มีการให้พนักงานตั้ง Career Path กันแบบเป็นกิจลักษณะด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นหรือสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวคุณเองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รับรู้ถึงเป้าหมายว่าเราทำงานในอาชีพไปเพราะอะไร แถมจุดนี้ยังช่วยผลักดันให้องค์กรได้รับผลประโยชน์ไปด้วยเช่นกัน โดยความสำคัญของ Career Path แบ่งได้ดังนี้

  • สามารถกำหนดขั้นตอนการเติบโตในอาชีพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ทำให้มีแรงจูงใจในการผลิตผลงานดีๆ มากขึ้น
  • เป็นเครื่องวัดว่าพนักงานหรือองค์กรให้ความสำคัญกับความก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหน

วิธีเติบโตในสายงานง่ายๆ ใน 5 ขั้นตอน

1. วางแผนชีวิตและการทำงาน

ให้ท่องไว้เสมอว่าการวางแผนที่ดีมักมีชัยไปกว่าครึ่ง ประเด็นนี้สามารถนำมาใช้ได้กับทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะโลกของการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยให้ลองคิดง่ายๆ ว่าอาชีพที่คุณทำอยู่ ก็เปรียบเสมือเป็นธุรกิจของคุณ และคุณก็คือนายจ้างของตัวคุณเองที่จะต้องนำพาธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้และได้รับชัยชนะอย่างที่หวังไว้

หากคุณไม่มีการวางแผนหรือแผนที่ตั้งไว้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าไรนัก ก็อาจทำให้ต้องพบเจอความล้มเหลวในการทำงานได้ แต่ถ้ามีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า กำหนดทุกอย่างไว้อย่างชัดเจน ความสำเร็จในสายอาชีพของคุณ ก็จะเป็นไปในแบบที่คุณตั้งเป้าไว้ ยิ่งวางแผนไว้ดีเท่าไร ชีวิตในการทำงานก็จะยิ่งดีตามไปด้วยมากเท่านั้น

ส่วนใครที่ยังลังเลในเป้าหมายหรือเส้นทางอาชีพของตัวเอง ให้ลองถามตัวเองให้แน่ว่าคุณชอบอะไรและสามารถทำสิ่งไหนออกมาได้ที่สุด ทักษะที่ตนเองมีอยู่สามารถปรับใช้ให้เข้างานลักษณะไหนได้บ้าง หรือถ้ายังไม่สามารถกำหนดเป้าหมายสูงสุดของการทำงานได้ เราแนะนำให้คุณลองค้นหาอาชีพหรือสไตล์การทำงานที่เหมาะกับบุคลิกภาพของคุณมากที่สุด

2. ถามตัวเองเสมอ

นอกจากจะถามตัวเองว่าชอบอะไรหรือถนัดอะไรแล้ว คุณยังควรต้องคุยกับตัวเองอีกว่าการทำงานที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ มีปัญหามากน้อยแค่ไหน มีอุปสรรคอะไรที่ต้องให้คุณรับมือบ้าง แล้วนำเอาปัญหาเหล่านั้นมาประเมินว่า คุณยังสามารถรับมือกับมันได้ไหม แล้วถัวเฉลี่ยออกมาแล้ว อุปสรรคเหล่านี้มันบั่นทอนความสุขในการทำงานของคุณลงบ้างหรือเปล่า

หากลองถามตัวเองแล้วกลับพบว่าคุณไม่มีความสุข ก็ต้องกลับมาคิดอีกว่าคุณจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร จะแก้ไขมันอย่างไร เพราะการปล่อยให้ตัวเองทำงานแบบไม่มีความสุข ก็จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่ ไม่อยากตื่นมาทำงาน กดดันจนก่อให้เกิดความเครียด และไม่มีวันที่จะเติบโตในสายงานได้

ดังนั้นการหมั่นคุยกับตัวเองหรือตั้งคำถามให้ตัวเองอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้คุณรับรู้หรือประเมินได้ตลอดว่าเส้นทางสายอาชีพที่เดินอยู่ แท้จริงแล้วคุณมีความสุขกับมันมากน้อยแค่ไหน

3. พัฒนาทักษะตนเองอยู่เรื่อยๆ

การที่คนเราจะเติบโตได้ ต้องอย่าลืมว่าการพัฒนาตนเองเป็นสิ่งสำคัญ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ที่ไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่พร้อมรับคำแนะนำ หรือการเรียนรู้เพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการหมั่นเพิ่มทักษะต่างๆ ให้ตนเองอยู่เสมอนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานเห็นถึงความพยามของคุณ แต่คนที่ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ ก็คือตัวเองคุณเองนั่นแหละ

เพราะต้องอย่าลืมว่าการจะเลื่อนตำแหน่งไปทำงานในระดับที่สูงขึ้น ความรู้ในตัวคุณก็จะต้องเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังที่รู้กันว่าตำแหน่งสูง เงินเดือนก็สูงขึ้น ทางองค์กรก็ต้องคาดหวังในตัวคุณมากขึ้น พร้อมกับความรับผิดชอบในมือที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเมื่อรู้ว่าตนเองยังขาดทักษะในการทำงานด้านไหนอยู่ ก็ไม่ควรรีรอที่เพิ่มพูนเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่ตนเอง

ยิ่งในปัจจุบันมักมีคอร์สออนไลน์ต่างๆ เปิดให้เรียนกันมากมาย ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน เผลอๆ บางที่ยังมีประกาศนียบัตรรับรองให้อีกต่างหาก นี่ก็จะช่วยเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้คุณพัฒนาตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ตั้งไว้

4. ตั้งเป้าหมายในการทำงาน

จะพบว่าในปัจจุบัน มนุษย์เงินเดือนมักเกิดอาการ Burn Out กันง่ายขึ้น หลายคนมักตื่นไปทำงานกันไปวันๆ นั่งนับวันรอสิ้นเดือนเพื่อรับเงินเดือนแค่ไหน ไม่ได้วางแผนเพื่อการเติบโตในสายอาชีพของตนเองมากเท่าไรนัก ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องราวเหล่านี้ก็มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวกับด้วย เช่น สถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ตก ลามไปจนถึงเรื่องของเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้ผู้คนเกิดความเบื่อหน่ายในสิ่งที่ทำอยู่มากขึ้น

แต่การทำงานไปวันๆ แบบไร้เป้าหมาย โดยไม่มีการวางแผนที่ชัดเจนนั้น จะทำให้เส้นทางอาชีพของคุณเติบโตช้า และอาจไปถึงเป้าหมายได้ช้ากว่าคนอื่นที่เขามีการวางแผนเอาไว้อย่างดิบดี เช่น เพื่อนร่วมงานบางคนอาจได้เลื่อนตำแหน่งไปไกลกว่าคุณ จนได้เป็นหัวหน้าไปแล้ว ในขณะที่คุณยังเป็นพนักงานธรรมดา นั่นก็แปลว่าคุณขาดการวางแผนอนาคต และจัดวางเป้าหมายในการทำงานที่ดี เพราะหากต้องการเติบโตในสายงานได้อย่างรวดเร็ว การสร้างเป้าหมายในการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญมาก

ส่วนใครที่พอมีเป้าหมายอยู่ในใจแล้วบ้าง เราขอแนะนำให้คุณลองจัดทำกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อไปถึงเป้าหมายกันดู แล้วลองหาเวลาคุยกับหัวหน้างานหรือ HR เพื่อให้คุณเข้าใจถึงบทบาทการทำงานหรือความก้าวหน้าในสายอาชีพนั้นๆ มากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าใจบทบาทแล้ว ก็ให้นำกลับมาปรับใช้กับกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาตนเอง

5. หาที่ปรึกษาหรือเมนเทอร์

คนเราบางครั้งก็ต้องอาศัยฟีดแบ็คหรือคำแนะนำต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ เพราะบางครั้งถ้าตัดสินหรือวัดผลด้วยตนเอง เราอาจมองข้ามข้อเสียของเราไปได้ ดังนั้นการมีที่ปรึกษาหรือเมนเทอร์ก็จะช่วยให้คุณเข้าใจรายละเอียดหรือบทบาทการทำงานของคุณได้ดียิ่งขึ้น ลองหารุ่นพี่ เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างาน ที่จะคอยให้แนะนำหรือฟีดแบ็คต่างๆ ให้แก่คุณแบบจริงใจ ว่าคุณมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร มีจุดไหนที่ต้องได้รับการพัฒนาบ้าง

นอกจากคุณจะได้รับคำแนะนำหรือคำติชมเพื่อกลับมาปรับใช้และพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นแล้ว คุณยังอาจได้รับมุมมองที่แปลกใหม่ในสายอาชีพของคุณมาด้วยก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการนำมาปรับใช้กับการวางแผนเส้นทางสายอาชีพของคุณให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สรุปขั้นตอนเพื่อการเติบโตสายงานแบบง่ายๆ

การเติบโตในสายงานไม่ได้หมายถึงการเลื่อนขั้น ปรับตำแหน่ง หรือได้เพิ่มเงินเดือน เพียงเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ถือเป็นแรงกระตุ้นหรือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จะผลักดันคุณให้ก้าวสู่ไปเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อีกด้วย แต่อย่าลืมเรื่องเหล่านี้ต้องอาศัยเวลา อย่าเพิ่งท้อแท้หากต้องพบเจออุปสรรคระหว่างทาง เราเชื่อว่าถ้าคุณมีการวางแผนที่ดี อย่างไรเสียความสำเร็จก็จะต้องรออยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอน แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง คุณจะภูมิใจในตัวเองอย่างที่สุด ว่าคุณสามารถพิชิตสิ่งที่คุณตั้งเป้าหมายไว้ได้แล้ว

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Career Path คืออะไร

5 คำถามที่จะทำให้รู้ว่าบริษัทนั้นมีความก้าวหน้ารอเราอยู่หรือไม่

ความอยู่ดีมีสุขในที่ทำงาน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่ามีผู้สมัครจำนวนเท่าไหร่ที่เตรียมเรซูเม่ที่หาข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของตนโดยการสำรวจด้วยคำค้นหาที่ได้รับความนิยม
สิ่งนี้มีประโยชน์สำหรับคุณหรือไม่
😦
😐
🙂

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
เพียงคลิก 'สมัครสมาชิก' เพื่อยอมรับ คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลของ Jobsdb โดยคุณสามารถยกเลิกอีเมลเมื่อใดก็ได้
สงวนลิขสิทธิ์ 1998-2024 โดย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด