กองทุนลดหย่อนภาษีคืออะไร เลือกอย่างไรให้คุ้ม กองทุนไหนเหมาะสุด

กองทุนลดหย่อนภาษีคืออะไร เลือกอย่างไรให้คุ้ม กองทุนไหนเหมาะสุด
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 31 March, 2026
Share

Key Takeaway

  • กองทุนลดหย่อนภาษี คือเครื่องมือวางแผนการเงินที่ช่วยลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมสร้างวินัยการออมและโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

  • ประเภทของกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ ThaiESG, SSf และ RMF ซึ่งแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและระยะเวลาถือครองแตกต่างกัน

  • วิธีเลือกกองทุนที่เหมาะสมทำได้โดยพิจารณาเป้าหมายการเงิน ระยะเวลาลงทุน อายุ ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และฐานภาษีของตัวเอง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนชีวิต

  • ข้อควรรู้ก่อนลงทุน เช่น ศึกษาหนังสือชี้ชวน ตรวจสอบเงื่อนไขการถือครองและเพดานลดหย่อน รวมถึงลงทุนให้ทันภายในปีภาษีเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน

การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ใช่แค่เรื่องของการ “จ่ายภาษีน้อยลง” ในปีนั้นๆ แต่ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการวางแผนการเงินระยะยาว เพราะเงินที่นำไปลงทุนสามารถเติบโตต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงให้อนาคต และช่วยจัดระบบวินัยทางการเงินได้ไปในตัว 

หากเราเข้าใจว่ากองทุนแต่ละประเภทมีเงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และระยะเวลาการถือครองแตกต่างกันอย่างไร ก็จะสามารถเลือกได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับเป้าหมายชีวิตของตัวเองมากที่สุด ทั้งในมุมของการลดภาษีวันนี้ และความมั่งคั่งในวันข้างหน้า

ทำความเข้าใจ กองทุนลดหย่อนภาษีคืออะไร?

กองทุนลดหย่อนภาษี คือเครื่องมือทางการเงินที่ภาครัฐออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้คนไทยออมเงินและลงทุนในระยะยาว โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่จ่ายลงทุนไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดชัดเจน

กองทุนรวมลดหย่อนภาษีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนี้ เช่น RMF, SSF รวมถึง PVD ซึ่งแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขแตกต่างกัน แต่ล้วนเน้นให้ประชาชนเตรียมความพร้อมทางการเงินระยะยาว โดยเฉพาะเพื่อการเกษียณหรือเป้าหมายในอนาคต นอกจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแล้ว ผู้ลงทุนยังมีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ที่เลือก จึงถือเป็นทางเลือกที่ช่วยทั้งลดภาระภาษีในปัจจุบัน และสร้างวินัยการออมเพื่ออนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาเดียวกัน

ประโยชน์ของการลงทุน ในกองทุนลดหย่อนภาษี

ประโยชน์ของการลงทุน ในกองทุนลดหย่อนภาษี

  • ช่วยลดภาระภาษีได้จริง เงินที่ลงทุนใน RMF หรือ SSF สามารถนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องชำระลดลง และช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละปีภาษี

  • สนับสนุนการออมระยะยาวอย่างมีระบบ กองทุนประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อการลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว จึงช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และเตรียมเงินก้อนไว้สำหรับเป้าหมายสำคัญในอนาคต เช่น วัยเกษียณ

  • เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเงินออม นอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว เงินลงทุนยังมีโอกาสเติบโตจากผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่กองทุนถือครอง ช่วยให้มูลค่าเงินออมงอกเงยมากกว่าการฝากออมแบบทั่วไป

  • กระจายความเสี่ยงได้อย่างมืออาชีพ การลงทุนผ่านกองทุนรวมช่วยกระจายเงินไปยังสินทรัพย์หลายประเภท ภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทุน จึงช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการเลือกลงทุนเพียงสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งด้วยตัวเอง

  • ยืดหยุ่นและตอบโจทย์หลายรูปแบบรายได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ กองทุนลดหย่อนภาษีสามารถปรับแผนการลงทุนให้เหมาะกับระดับรายได้และเป้าหมายชีวิตของแต่ละคนได้อย่างลงตัว

กองทุนลดหย่อนภาษีมีกี่ประเภท?

กองทุนลดหย่อนภาษีมีกี่ประเภท?

กองทุนลดหย่อนภาษีมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การออม เงื่อนไขการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายกำหนด โดยกองทุนลดหย่อนภาษีหลักๆ ที่คนไทยนิยมลงทุน ได้แก่

1. กองทุน ThaiESG (Thailand Environmental, Social, and Governance)

Thai ESG Fund หรือกองทุนรวมลดหย่อนภาษีไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) โดยอัปเดตเกณฑ์ปี 2569 ผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี 

ทั้งนี้วงเงินดังกล่าวไม่ถูกรวมกับเพดาน 500,000 บาทของกลุ่ม RMF, SSF และกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ เงื่อนไขสำคัญคือต้องถือครองหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ หากขายก่อนกำหนดจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมาย กองทุนประเภทนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งลดหย่อนภาษีและสนับสนุนการลงทุนที่เน้นความยั่งยืนในระยะยาว

ข้อดีของกองทุน SSF

  • ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ช่วยลดภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่ลงทุน

  • ไม่บังคับซื้อต่อเนื่องทุกปี จึงมีความยืดหยุ่นมากกว่ากองทุนเพื่อเกษียณบางประเภท

  • มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ หรือผสม ช่วยเลือกให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเอง

  • ระยะเวลาถือครองกำหนดชัดเจน (ถือครบตามเงื่อนไขจึงขายได้โดยไม่เสียสิทธิ์ภาษี) ช่วยสร้างวินัยการออมระยะกลาง-ยาว

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งวางแผนภาษีและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดทุนในระยะยาว

ข้อจำกัดของกองทุน SSF

  • ต้องถือครองหน่วยลงทุนครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ) หากขายก่อนกำหนดจะถูกเรียกคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • วงเงินลดหย่อนมีเพดานสูงสุด และต้องนับรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้ใช้สิทธิ์ได้จำกัดในบางกรณี

  • มีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด เพราะผลตอบแทนขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุน

  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น เนื่องจากเงินลงทุนไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้อย่างอิสระ

  • ผลตอบแทนไม่การันตี ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและการบริหารจัดการของกองทุนในแต่ละช่วงเวลา

2. กองทุน SSF (Super Savings Fund)

SSF คือกองทุนรวมเพื่อการออมที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปลงทุนและใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ โดยไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีเหมือน RMF จึงมีความยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนออมเงินระยะกลาง–ยาว พร้อมเลือกนโยบายลงทุนได้หลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุด 200,000 บาทต่อปี โดยวงเงินนี้นับรวมอยู่ในเพดานกองทุนเพื่อการเกษียณรวมไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ต้องถือครองหน่วยลงทุนอย่างน้อย 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ หากขายก่อนกำหนดจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมาย

ข้อดีของกองทุน SSF

  • ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูง และมีเงื่อนไขการถือครองตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวมากกว่า RMF

  • สามารถนำเงินลงทุนใน SSF ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน ภายใต้วงเงินที่กฎหมายกำหนด

  • มีความยืดหยุ่นสูง เพราะไม่บังคับให้ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี ผู้ลงทุนสามารถเลือกปีที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะกลางถึงระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องผูกเป้าหมายไว้กับการเกษียณเท่านั้น

ข้อจำกัดของกองทุน SSF

  • การลงทุนใน SSF ต้องถือครองหน่วยลงทุนตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงจะคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้

  • หากขายคืนหรือถอนเงินก่อนครบกำหนด จะต้องคืนสิทธิ์การลดหย่อนภาษีและอาจมีภาระภาษีเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

  • ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับนโยบายและประเภทสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ซึ่งในบางช่วงเวลาอาจให้ผลตอบแทนแตกต่างจาก RMF

3. กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)

RMF คือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมเงินระยะยาวสำหรับใช้หลังเกษียณ โดยลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือกองทุนผสม เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปี ลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และถือครองจนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จึงจะขายคืนได้โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี

เงินลงทุนใน RMF ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อดีของกองทุน RMF

  • ช่วยสร้างวินัยการออมและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ตั้งเป้าเก็บเงินเพื่อวัยเกษียณ

  • เงินลงทุนใน RMF ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน ภายใต้วงเงินที่กฎหมายกำหนด

  • มีโอกาสรับผลตอบแทนเติบโตในระยะยาว จากการกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท

  • เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเกษียณอย่างจริงจัง และต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต

ข้อจำกัดของกองทุน RMF

  • ต้องถือครองหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปี และมีการลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งตามเงื่อนไขของ RMF

  • ต้องถือครองจนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จึงจะขายคืนได้โดยไม่กระทบสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • การขายคืนก่อนครบเงื่อนไขมีผลให้ต้องคืนสิทธิ์ภาษี และอาจกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะสั้น

เปรียบเทียบ ThaiESG, SSF และ RMF ต่างกันอย่างไร

ประเภทกองทุน

ระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ

เงื่อนไขการซื้อ / ถือครอง

เงื่อนไขลดหย่อนภาษี

RMF

5 ปี และ ต้องถือถึงอายุ 55 ปีขึ้นไป

ต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งตามเงื่อนไข

ลดหย่อนสูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน และรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี

SSF

10 ปี

ไม่มีเงื่อนไขต้องซื้อทุกปี ลงทุนยืดหยุ่นกว่า

ลดหย่อนสูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน และรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี

Thai ESG Fund

5 ปี

ไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกปี และไม่รวมเพดานรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น

ลดหย่อนสูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน (สูงสุดถึง 300,000 บาท ต่อปี ในช่วงที่กฎหมายกำหนด)

วางแผนภาษีตามวัย เลือกกองทุนให้ตรงเป้าหมาย

การวางแผนภาษีไม่ควรใช้สูตรเดียวกันทุกช่วงชีวิต เพราะรายได้ ภาระ และเป้าหมายทางการเงินต่างกัน รวมถึงคำถามว่า “ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีได้เท่าไร” ที่ขึ้นอยู่กับประเภทกองทุนและเพดานลดหย่อนในแต่ละปี จึงควรเลือกให้เหมาะกับจังหวะชีวิตของตัวเอง

เด็กจบใหม่ เพื่อการเติบโตระยะยาว

วัยเริ่มต้นทำงานเป็นช่วงที่ได้เปรียบเรื่องเวลา จึงเหมาะกับการเริ่มซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ก่อนเลือกกองทุนควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าเป้าหมายการเงินคืออะไร เช่น ออมเพื่ออนาคตหรือเริ่มวางแผนเกษียณ พร้อมประเมินระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพราะวัยนี้มักมีเวลารับมือกับความผันผวนของตลาดมากกว่า 

นอกจากนี้ ควรดูเงื่อนไขระยะเวลาถือครองของแต่ละกองทุน เช่น RMF ที่เน้นเกษียณระยะยาว หรือ SSF ที่ยืดหยุ่นกว่า รวมถึงประเมินรายได้และฐานภาษีของตัวเอง เพื่อให้การลงทุนเหมาะสมกับสภาพคล่องและได้ประโยชน์ทางภาษีอย่างคุ้มค่าในระยะยาว 

วัยใกล้เกษียณ เน้นความมั่นคงและปลอดภัย

ช่วงใกล้เกษียณควรให้ความสำคัญกับการรักษาเงินต้นและความสม่ำเสมอของผลตอบแทนมากกว่าการเร่งเติบโต ก่อนเลือกกองทุนที่ลดหย่อนภาษีได้ ควรทบทวนเป้าหมายการเงินให้ชัดว่าเงินก้อนนี้จะนำไปใช้เมื่อไร และต้องการความมั่นคงระดับไหน ระดับความเสี่ยงที่รับได้มักลดลงตามอายุ จึงควรเลือกกองทุนที่มีความผันผวนน้อยหรือมีสัดส่วนตราสารหนี้มากขึ้น

ควรพิจารณาอายุและระยะเวลาถือครองให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของกองทุน เช่น RMF ที่ต้องถือถึงอายุ 55 ปีขึ้นไป เพื่อไม่ให้กระทบแผนใช้เงินหลังเกษียณ พร้อมทั้งประเมินรายได้และฐานภาษีในช่วงปลายอาชีพ เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างคุ้มค่าโดยไม่กระทบสภาพคล่องในช่วงเตรียมตัวเกษียณ

ข้อควรรู้ก่อนลงทุนกับกองทุนลดหย่อนภาษี

ข้อควรรู้ก่อนลงทุนกับกองทุนลดหย่อนภาษี

  • อ่านหนังสือชี้ชวนทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะเป็นเอกสารที่สรุปนโยบายการลงทุน ระดับความเสี่ยง ผลตอบแทนย้อนหลัง และค่าธรรมเนียม ช่วยให้เข้าใจรายละเอียดของกองทุนอย่างครบถ้วน

  • ต้องทำรายการซื้อกองทุนให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีภาษีนั้น จึงจะใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ ควรวางแผนล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการรอวันสุดท้ายเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบ

  • กองทุนมีความเสี่ยง ราคาหน่วยลงทุนอาจปรับลดลงได้ แม้เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง SSF หรือ RMF ก็ตาม

  • เลือกกองทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเงินและระดับความเสี่ยงที่รับได้ พร้อมกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์เพื่อลดความผันผวน

  • เก็บเอกสารรับรองการซื้อกองทุนไว้ใช้ยื่นภาษี และตรวจสอบข้อมูลในระบบยื่นภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากรให้ถูกต้องทุกครั้ง

สรุป

กองทุนลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องมือวางแผนการเงินที่ช่วยทั้งประหยัดภาษีและสร้างวินัยการออมระยะยาว โดยกองทุนหลักที่นิยม ได้แก่ RMF, SSF และ Thai ESG Fund ซึ่งแต่ละประเภทมีเงื่อนไข ระยะเวลาถือครอง และวงเงินลดหย่อนแตกต่างกัน RMF เหมาะกับผู้วางแผนเกษียณระยะยาว ต้องลงทุนต่อเนื่องและถือถึงอายุ 55 ปี ส่วน SSF มีความยืดหยุ่นกว่า ไม่บังคับซื้อทุกปีแต่ต้องถือครบตามกำหนด ขณะที่ Thai ESG เน้นการลงทุนตามหลักความยั่งยืนและมีเพดานลดหย่อนเฉพาะของตัวเอง

การเลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีควรพิจารณาเป้าหมายการเงิน ระดับความเสี่ยง อายุ ระยะเวลาถือครอง และฐานภาษีของตัวเอง พร้อมศึกษาหนังสือชี้ชวนและลงทุนภายในกำหนดเวลาเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างครบถ้วน และเมื่อวางแผนภาษีควบคู่กับการวางแผนอาชีพ การติดตามโอกาสงานและรายได้ที่เติบโตผ่านแพลตฟอร์มหางานอย่าง Jobsdb ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มศักยภาพรายได้ ทำให้การลงทุนและการลดหย่อนภาษีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษี (FAQ)

รวมคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษี ทั้งเรื่องเงื่อนไขการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี ระยะเวลาถือครอง และข้อควรระวังต่างๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มลงทุน

ต้องลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษีทุกปีไหม?     

ไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกปี ขึ้นอยู่กับประเภทกองทุน เช่น SSF และ Thai ESG Fund ไม่บังคับซื้อทุกปี ผู้ลงทุนสามารถเลือกปีที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ แต่ RMF มีเงื่อนไขให้ลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากหยุดลงทุนอาจกระทบสิทธิประโยชน์ทางภาษี จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้สอดคล้องกับรายได้ในแต่ละปี

ลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษีแล้ว ขายคืนได้เมื่อไร?     

การขายคืนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน เช่น SSF ต้องถือครบตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนขาย RMF ต้องถืออย่างน้อย 5 ปี และอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จึงจะขายโดยไม่เสียสิทธิ์ภาษี หากขายก่อนกำหนดต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและอาจมีภาระภาษีเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนตัดสินใจถอนเงิน

ควรเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีแบบไหนดี?    

ควรเลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเงิน ระยะเวลาลงทุน และระดับความเสี่ยงที่รับได้ หากเน้นเกษียณระยะยาว RMF อาจเหมาะสมกว่า หากต้องการความยืดหยุ่น SSF อาจตอบโจทย์มากกว่า ส่วนผู้ที่สนใจลงทุนตามหลักความยั่งยืนอาจพิจารณา Thai ESG Fund

กองทุนลดหย่อนภาษีเหมาะกับใครบ้าง?    

เหมาะกับผู้มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีและต้องการวางแผนลดภาระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

ผู้ที่ต้องการ

สร้างวินัยการออมระยะกลางถึงยาว 

รวมถึง

ผู้ที่มีเป้าหมายเกษียณและต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต 

ทั้ง

พนักงานประจำและผู้ประกอบอาชีพอิสระ

สามารถใช้เครื่องมือนี้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

More from this category: ชีวิตการทำงาน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา