ปรับเพดานประกันสังคมใหม่ อัปเดตปี 2569 ผู้ประกันตนต้องจ่ายเท่าไร

ปรับเพดานประกันสังคมใหม่ อัปเดตปี 2569 ผู้ประกันตนต้องจ่ายเท่าไร
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 19 March, 2026
Share

Key Takeaway

  • ปรับเพดานประกันสังคมทยอยปรับ 3 ระยะ จากเพดาน 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท 20,000 บาท และ 23,000 บาท เพื่อลดผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทันทีในครั้งเดียว
  • สิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นคือวงเงินคุ้มครองสูงขึ้นตามฐานใหม่ เช่น เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ว่างงาน ค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำนาญชราภาพ
  • วิธีรับมือปรับเพดานประกันสังคม วางแผนการเงินรองรับยอดหักที่เพิ่มขึ้น ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของตัวเอง และประเมินแผนเกษียณหรือความมั่นคงทางอาชีพระยะยาวให้สอดคล้องกับฐานใหม่

มาดูกันว่า เมื่อมีการประกาศปรับเพดานประกันสังคมใหม่แล้ว เราต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นเท่าไรในแต่ละเดือน และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ทั้งในมุมของลูกจ้างและนายจ้าง เพราะการปรับเพดานครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่ยอดเงินที่ถูกหักจากเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับวงเงินคุ้มครอง เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนการขาดรายได้ เงินชดเชยกรณีว่างงาน และสิทธิ์กรณีเกษียณอายุด้วย 

ดังนั้น ก่อนจะกังวลว่าต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร ลองทำความเข้าใจให้ชัดว่า “จ่ายเพิ่ม แล้วได้อะไรเพิ่ม” เพื่อจะได้วางแผนการเงินและใช้สิทธิ์ของตัวเองได้อย่างเหมาะสม

ปรับเพดานประกันสังคม 2569 ปรับเป็นกี่ระยะ

ปรับเพดานประกันสังคม 2569 ปรับเป็นกี่ระยะ

ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกันสังคม ปี 2569 มีการกำหนดให้ปรับเพดานเงินสมทบแบบทยอยเป็น 3 ช่วง เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง โดยแบ่งรายละเอียดได้ดังนี้

1. ปี 2569 ถึง ปี 2571

ปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคมในปี 2569-2571 สูงสุดปรับเพิ่มเป็น 17,500 บาทต่อเดือน ทำให้นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% เท่ากัน หรือคนละครึ่ง โดยลูกจ้างจะจ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน จากเดิม 750 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดานเดิมที่ 15,000 บาท

2. ปี 2572 ถึง ปี 2574

เพดานค่าจ้างสูงสุดจะปรับเพิ่มเป็น 20,000 บาท ส่งผลให้เงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 250 บาทต่อเดือนเมื่อเทียบกับเพดานเดิม 15,000 บาท และเพิ่มขึ้นจากระยะที่ 1 (ปี 2569-2571) อีก 125 บาทต่อเดือน

3. ตั้งแต่ ปี 2575 เป็นต้นไป

เพดานค่าจ้างสูงสุดจะปรับเพิ่มเป็น 23,000 บาท ทำให้เงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายอยู่ที่ 1,150 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 400 บาทต่อเดือนเมื่อเทียบกับเพดานเดิม 15,000 บาท หรือเพิ่มจากระยะที่ 2 อีก 150 บาทต่อเดือน

สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพดานประกันสังคม

สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพดานประกันสังคม

สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพดานประกันสังคม ตามตารางจ่ายประกันสังคม 2569 จะสะท้อนผ่านฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น ทำให้วงเงินคุ้มครองและเงินทดแทนในหลายกรณีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

เงินชดเชยกรณีเจ็บป่วย

สำหรับมนุษย์เงินเดือน สิ่งที่น่ากังวลที่สุดมักเป็นช่วงรายได้สะดุด ไม่ว่าจะป่วยจนต้องหยุดงาน ทุพพลภาพ หรือถูกเลิกจ้างกะทันหัน การปรับเพดานประกันสังคมใหม่จึงช่วยให้ฐานคำนวณเงินทดแทนสูงขึ้น ทำให้เงินชดเชยที่โอนเข้าบัญชีในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเปรียบเทียบได้ดังนี้

สิทธิประโยชน์

แบบเดิม (เพดาน 15,000 บาท)

แบบใหม่ (เพดาน 17,500 บาท)

กรณีเจ็บป่วย (เงินทดแทนการขาดรายได้ 50%)

สูงสุด 7,500 บาท ต่อเดือน (เฉลี่ย 250 บาท ต่อวัน)

สูงสุด 8,750 บาท ต่อเดือน (เฉลี่ย 292 บาท ต่อวัน)

เงินชดเชยกรณีคลอดบุตร

เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของชีวิตอย่างการมีบุตร หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด การปรับเพดานค่าจ้างใหม่ทำให้วงเงินสิทธิประโยชน์แบบเงินก้อนเพิ่มขึ้นตามฐานรายได้ที่สูงขึ้น ช่วยรองรับภาระค่าใช้จ่ายและลดแรงกดดันทางการเงินได้มากกว่าเดิม โดยเปรียบเทียบได้ดังนี้

สิทธิประโยชน์

แบบเดิม (เพดาน 15,000 บาท)

แบบใหม่ (เพดาน 17,500 บาท)

ค่าคลอดบุตร (เหมาจ่าย)

22,500 บาท ต่อครั้ง

26,250 บาท ต่อครั้ง

เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต

90,000 บาท*

105,000 บาท*

*หมายเหตุ เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตคำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยตัวเลขข้างต้นเป็นการประเมินวงเงินสูงสุดตามฐานค่าจ้างใหม่

เงินชดเชยกรณีว่างงาน

กรณีเงินชดเชยว่างงาน แม้เพดานค่าจ้างจะปรับเพิ่ม แต่เงินที่ได้รับจะเพิ่มขึ้นเฉพาะผู้ที่มีฐานเงินเดือนเกินเพดานเดิมเท่านั้น เพราะอัตราการจ่ายยังคงคำนวณตามสัดส่วนเดิม เพียงแต่ฐานสูงสุดขยับขึ้น ทำให้ผู้มีรายได้สูงได้รับวงเงินมากขึ้นตามไปด้วย โดยเปรียบเทียบได้ดังนี้

สิทธิประโยชน์

แบบเดิม (เพดาน 15,000 บาท)

แบบใหม่ (เพดาน 17,500 บาท)

เงินชดเชยกรณีว่างงาน

สูงสุด 7,500 บาท ต่อเดือน

สูงสุด 8,750 บาท ต่อเดือน

เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ

เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เป็นอีกสิทธิ์สำคัญที่ช่วยดูแลผู้ประกันตนเมื่อไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เมื่อมีการปรับเพดานค่าจ้างใหม่ วงเงินทดแทนก็จะเพิ่มขึ้นตามฐานรายได้ที่สูงขึ้น เปรียบเทียบได้ดังนี้

สิทธิประโยชน์

แบบเดิม (เพดาน 15,000 บาท)

แบบใหม่ (เพดาน 17,500 บาท)

เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ

สูงสุด 7,500 บาท ต่อเดือน

สูงสุด 8,750 บาท ต่อเดือน

เงินบำนาญชราภาพ

ไฮไลต์สำคัญของการปรับฐานเงินสมทบอยู่ที่ “เงินบำนาญชราภาพ” ซึ่งเป็นรายได้ระยะยาวหลังเกษียณ ยิ่งฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายสูงขึ้น จำนวนเงินบำนาญที่ได้รับในแต่ละเดือนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

ระยะเวลาส่งเงินสมทบ

เงินบำนาญแบบเดิม (เพดาน 15,000 บาท)

เงินบำนาญแบบใหม่ (เพดาน 17,500 บาท)

ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น

ส่งครบ 15 ปี

3,000 บาท ต่อเดือน

3,500 บาท ต่อเดือน

+500 บาท ต่อเดือน

ส่งครบ 25 ปี

5,250 บาท ต่อเดือน

6,125 บาท ต่อเดือน

+875 บาท ต่อเดือน

วิธีรับมือกับการปรับเพดานประกันสังคม

วิธีรับมือกับการปรับเพดานประกันสังคม

เมื่อมีการปรับเพดานประกันสังคมใหม่ พนักงาน HR ควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านงบประมาณ ระบบเงินเดือน และการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น โดยสามารถวางแผนได้ดังนี้

คนทำงานต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

  • ตรวจสอบฐานเงินเดือนของตัวเอง ว่าเข้าเกณฑ์จ่ายเงินสมทบเพิ่มหรือไม่ และจะถูกหักเพิ่มเท่าไรต่อเดือน
  • ปรับแผนการเงินส่วนตัว รองรับยอดหักประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
  • ทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น เช่น เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย ว่างงาน ทุพพลภาพ และบำนาญชราภาพ
  • เก็บเอกสารและติดตามสถานะการส่งเงินสมทบให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์ในอนาคต
  • ประเมินแผนเกษียณของตัวเองใหม่ เพราะฐานบำนาญที่สูงขึ้นอาจช่วยให้วางแผนการออมระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น

สิ่งที่ HR และฝ่ายบุคคลต้องเตรียมตัว

  • อัปเดตระบบเงินเดือน (Payroll) ให้รองรับเพดานค่าจ้างและอัตราเงินสมทบใหม่
  • ประเมินผลกระทบด้านต้นทุนองค์กร และวางแผนงบประมาณล่วงหน้า
  • สื่อสารข้อมูลให้พนักงานเข้าใจชัดเจน ทั้งยอดหักเพิ่มและสิทธิ์ที่ได้รับเพิ่ม
  • เตรียมตอบคำถามและจัดทำ FAQ ภายในองค์กร เพื่อลดความสับสนและความกังวลของพนักงาน
  • ตรวจสอบความถูกต้องของการนำส่งเงินสมทบในแต่ละเดือน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจกระทบสิทธิ์พนักงาน

สรุป

การปรับเพดานประกันสังคมปี 2569 เป็นการทยอยเพิ่มฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 3 ระยะ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง โดยเพดานจะขยับจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท 20,000 บาท และ 23,000 บาทตามลำดับ ส่งผลให้เงินสมทบที่ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายเพิ่มขึ้นในอัตรา 5% เท่ากัน แม้ต้องจ่ายเพิ่มแต่สิทธิประโยชน์ก็เพิ่มขึ้นตามฐานใหม่ ทั้งเงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ว่างงาน ค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และโดยเฉพาะเงินบำนาญชราภาพที่สูงขึ้นในระยะยาว 

ดังนั้น นอกจากวางแผนการเงินให้รอบคอบแล้ว การมองหาโอกาสงานที่รายได้เติบโตขึ้นผ่านแพลตฟอร์มหางานอย่าง Jobsdb ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางอาชีพควบคู่ไปกับสิทธิ์ประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสม

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปรับเพดานประกันสังคม (FAQ)

ส่วนนี้รวบรวมและตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการปรับเพดานประกันสังคมมากที่สุด เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้ชัดเจนและวางแผนการเงินได้เป็นอย่างดี

ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินเพิ่มไหม?

ต้องจ่ายเพิ่มเฉพาะผู้ที่มีเงินเดือนเกินเพดานเดิม 15,000 บาท เพราะฐานคำนวณเงินสมทบถูกปรับสูงขึ้น อัตราเงินสมทบยังคงที่ 5% เท่าเดิม ไม่ได้เพิ่มเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ยอดที่จ่ายเพิ่มเกิดจากฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น ไม่ใช่การขึ้นอัตรา ผู้ที่เงินเดือนไม่ถึงเพดานใหม่จะไม่ได้รับผลกระทบเต็มจำนวน

คนเงินเดือนต่ำกว่า 17,500 บาท ได้รับผลกระทบไหม?

หากเงินเดือนยังไม่ถึงเพดานใหม่ จะจ่ายเงินสมทบตามฐานเงินจริงของตัวเอง จึงอาจไม่ได้จ่ายเพิ่มทันที หรือเพิ่มเพียงเล็กน้อยตามรายได้ สิทธิประโยชน์ยังคงคำนวณตามฐานเงินเดือนที่ส่งจริง ผลกระทบหลักจะเกิดกับผู้ที่มีรายได้เกินเพดานเดิม

การปรับเพดานประกันสังคม ถือเป็นการขึ้นอัตราเงินสมทบไหม?

ไม่ถือว่าเป็นการขึ้นอัตราเงินสมทบ เพราะเปอร์เซ็นต์ยังอยู่ที่ 5% เท่าเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบ เมื่อฐานสูงขึ้น ยอดเงินที่จ่ายจึงเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน สรุปคืออัตราเท่าเดิม แต่จำนวนเงินสูงสุดที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น

More from this category: คำแนะนำด้านเงินเดือน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา