Key Takeaway
เมื่อมีการแข่งขันในตลาดแรงงานสูง การหาพนักงานที่มีความสามารถไม่ใช่เรื่องง่าย องค์กรจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์สรรหาและคัดเลือกที่ชัดเจน เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ได้อย่างยั่งยืน
การมีแผนการสรรหาที่รอบคอบช่วยให้องค์กรสามารถระบุทักษะและคุณสมบัติที่ต้องการได้ชัดเจน ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการคัดเลือก นอกจากนี้การสื่อสารตำแหน่งงานอย่างชัดเจนและดึงดูด ยังสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ต้องการของผู้สมัคร ทั้งหมดนี้ทำให้กระบวนการสรรหาพนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ทีมงานที่เข้ามาใหม่พร้อมสนับสนุนเป้าหมายองค์กรอย่างแท้จริง
การสรรหาพนักงานเป็นกระบวนการตั้งแต่การวางแผนตำแหน่งจนถึงการปิดดีลจ้าง เพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมกับองค์กร สามารถดำเนินตามขั้นตอนดังนี้
ค่าตอบแทนและสวัสดิการ เป็นปัจจัยหลักที่บุคลากรมากความสามารถมักพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้นบริษัทควรให้ผลตอบแทนที่เท่าเทียมกับบริษัทอื่นในแวดวงเดียวกัน หากค่าจ้างหรือสวัสดิการต่ำเกินไป โอกาสที่ผู้สมัครคุณภาพดี หรือแม้กระทั่งพนักงานฝีมือดีที่มีอยู่แล้วจะย้ายไปบริษัทคู่แข่งก็สูง
อีกทั้งการสรรหาผ่านเว็บไซต์หาพนักงานที่มีผู้สมัครคุณภาพสูงช่วยเพิ่มโอกาสในการเจอคนที่เหมาะสม แต่ก็ต้องมั่นใจว่าตำแหน่งงานและสวัสดิการที่ประกาศดึงดูดและแข่งขันได้
การหาพนักงานเริ่มจากวางแผนกลยุทธ์ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้สมัคร เช่น ทักษะ ประสบการณ์ หรือระดับอาชีพที่ต้องการ เลือกช่องทางหาพนักงานที่เหมาะสม ทั้งเว็บไซต์หาพนักงาน โซเชียลมีเดีย งานแฟร์ และเครือข่ายภายในองค์กร พร้อมออกแบบข้อความประกาศและสวัสดิการให้โดดเด่น เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการ และติดตามผลเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง
การลงประกาศรับสมัครงานออนไลน์ที่น่าสนใจและดึงดูดผู้สมัคร ต้องมีข้อมูลคุณสมบัติและหน้าที่งานครบถ้วนชัดเจน เช่น เพศ อายุ วุฒิการศึกษา ทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็น สำหรับหน้าที่ความรับผิดชอบ ควรระบุหลักๆ เป็นข้อๆ ให้ผู้สมัครเห็นภาพรวมงานและประเมินตัวเองว่ามีทักษะตรงกับงานหรือไม่ รวมถึงชื่อตำแหน่งงานต้องชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ใช้ชื่อเฉพาะหรือชื่อยาวเกินไป เช่น “พนักงานประจำสาขา” ดีกว่า “การตลาดและประสานงานธุรการการขาย”
หากข้อมูลไม่ชัดเจน การประกาศบนเว็บไซต์หาพนักงานหรือช่องทางอื่นอาจเสียเวลา ทำให้ไม่มีผู้สมัคร หรือได้คนที่ไม่ตรงตามความต้องการ ดังนั้น HR ต้องสื่อสารกับต้นสังกัดให้เข้าใจข้อมูลครบถ้วนแต่กระชับ ระบุเฉพาะหน้าที่หลัก หลีกเลี่ยงใส่ทุกอย่างแล้วปิดท้ายด้วย “และอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย” เพราะอาจทำให้ผู้สมัครรู้สึกงานหนักเกินไปและไม่สมัคร
ไม่เพียงแต่ลงประกาศงานออนไลน์แล้วรอผู้สมัครเท่านั้น การใช้ระบบค้นหาข้อมูลผู้หางานก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยให้คุณสามารถหาพนักงานทำงาน และติดต่อกับกลุ่มผู้หางานที่ยังไม่ได้ตั้งใจสมัครงานในขณะนี้ แต่พร้อมพิจารณาตำแหน่งที่เหมาะสมทันทีเมื่อมีข้อเสนอ วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสและจำนวนผู้สมัครงานให้กับตำแหน่งที่บริษัทเปิดรับ
ต้องยอมรับว่า กระแส Social Network ในบ้านเรายังมาแรงโดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน ดังนั้นหากบริษัทมี Facebook Page หรือ Social Network อื่นๆ ก็สามารถใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางประกาศรับสมัครงานที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยและเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีตอบคำถามว่าหาพนักงานได้ที่ไหนอย่างมีประสิทธิภาพ
บางครั้งการให้พนักงานที่มีอยู่แล้วช่วยสรรหาผู้สมัครงานก็เป็นวิธีที่ได้ผลดี เพราะพนักงานที่ผ่านการคัดเลือกมักมีกลุ่มเพื่อนหรือเครือข่ายในสายงานเดียวกันที่บริษัทกำลังมองหา ข้อดีคือผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้องานและผลตอบแทน จากเพื่อนโดยตรงก่อนตัดสินใจสมัคร อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจพิจารณาให้รางวัลตอบแทน แก่พนักงานที่แนะนำผู้สมัครซึ่งผ่านการสัมภาษณ์ตามสมควร
สำหรับตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการผู้มีประสบการณ์มาก่อน การเข้าหาสถาบันการศึกษาโดยตรง เป็นอีกหนทางที่ช่วยให้บริษัทหาพนักงานฟรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนกิจกรรมของคณะหรือมหาวิทยาลัยตามคุณสมบัติที่ต้องการ หรือจัดมอบทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษา วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้องค์กรเข้าถึงทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสม แต่ยังสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการศึกษา
วิธีนี้เป็นประโยชน์ทั้งกับนิสิตนักศึกษาและองค์กร เพราะบริษัทสามารถประกาศหาพนักงานที่เหมาะสมได้โดยตรงจากการประเมินผลงานจริง รวมถึงเรียนรู้คุณสมบัติด้านสังคม (soft skills) และสไตล์การทำงาน ไม่ใช่แค่พิจารณาจากเอกสารสมัครงานเท่านั้น
สำหรับตำแหน่งเฉพาะทางหรือระดับผู้บริหาร การใช้ Recruitment Agency หรือบริษัทจัดหางานมืออาชีพสามารถช่วยให้หาพนักงานได้รวดเร็วขึ้น เพราะมีฐานข้อมูลผู้สมัครคุณภาพและเครือข่ายที่ตรงกับความต้องการขององค์กร ลดเวลาและความยุ่งยากในการคัดเลือก
เริ่มจากตรวจ Resume เพื่อประเมินคุณสมบัติ ประสบการณ์ และความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน จากนั้นทำทดสอบทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานจริง เช่น การใช้โปรแกรมเฉพาะ การวิเคราะห์ หรือกรณีศึกษา และต่อด้วยสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Interview) เพื่อตรวจสอบทักษะด้านสังคม การทำงานเป็นทีม ความคิดแก้ปัญหา และความเหมาะสมกับ วัฒนธรรมองค์กร ก่อนสรุปผู้สมัครที่พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการจ้าง
ขั้นตอนสุดท้ายของการสรรหาคือการปิดดีลจ้างงาน เริ่มจากเจรจาเงินเดือน ให้สอดคล้องกับคุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้สมัคร พร้อมอธิบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เช่น โบนัส ประกันสุขภาพ วันลา เพื่อให้ผู้สมัครเห็นภาพรวมของข้อเสนออย่างชัดเจน
ต่อมาส่ง Offer Letter อย่างเป็นทางการ ระบุตำแหน่งงาน วันเริ่มงาน และเงื่อนไขต่างๆ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้สมัครสามารถยืนยันการเข้าทำงานได้ สุดท้าย ควรเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสอบถามข้อสงสัยและยืนยันความเข้าใจทุกประเด็นก่อนเซ็นเอกสาร เพื่อให้กระบวนการจ้างงานราบรื่นและลดความเข้าใจผิด
การเขียน Job Description ที่น่าสนใจต้องชัดเจนและกระชับ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เน้นจุดเด่นขององค์กรและโอกาสเติบโต รวมถึงเงินเดือนที่เหมาะสมกับทักษะและความสามารถ ระบุเป็นตัวเลขชัดเจน ควรระบุคุณสมบัติและหน้าที่ความรับผิดชอบให้ครบถ้วน พร้อมข้อมูลพื้นฐานสำหรับประกาศรับสมัครงาน เช่น ชื่อบริษัท สถานที่ทำงาน วันและเวลาทำงาน สวัสดิการพิเศษ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้ประกาศน่าสนใจและแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน หากระบุแค่สิ่งพื้นฐานทั่วไป เช่น ประกันสังคม หรือชุดพนักงาน ตามที่ทุกบริษัทมีอยู่แล้ว ประกาศก็จะไม่ดึงดูดผู้สมัคร จึงควรใส่รายละเอียดที่ชัดเจนและแตกต่างเพื่อดึงดูดผู้สมัครคุณภาพ
การหาพนักงานเริ่มจากวางแผนตำแหน่งงาน กำหนดคุณสมบัติ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และสวัสดิการอย่างชัดเจน การใช้เว็บไซต์หาพนักงาน Social Media, LinkedIn, Employee Referral และ Recruitment Agency ช่วยเข้าถึงผู้สมัครตรงสาย งานเทคโนโลยีแนะนำใช้แพลตฟอร์มเฉพาะสาย IT งานทั่วไปใช้ Job Board ส่วนระดับผู้บริหารควรใช้ Recruitment Agency ระบบ HR ช่วยจัดการ Resume จำนวนมาก ลดเวลาคัดเลือก และเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรอง สุดท้ายเสนอเงินเดือน อธิบายสวัสดิการ และส่ง Offer Letter ต้องชัดเจนและเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสอบถาม เพื่อให้การจ้างงานราบรื่น
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิต อย่าลืมหางานผ่าน jobsdb แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวม ตำแหน่งงานหลากหลายสาขา ให้เข้ากับทักษะและความสนใจของคุณ
เลือกช่องทางการหาพนักงานที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายผู้สมัคร งานทั่วไปใช้ Job Board งานเทคโนโลยีใช้แพลตฟอร์มเฉพาะสาย IT และงานระดับผู้บริหารควรใช้ Recruitment Agency นอกจากนี้ Social Media และ Employee Referral ก็ช่วยขยายการเข้าถึงผู้สมัครคุณภาพได้เช่นกัน
โดยทั่วไปควรมี 2-3 รอบ รอบแรกตรวจ Resume และทักษะเบื้องต้น รอบถัดไปเป็นสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรมและทักษะเฉพาะตำแหน่ง และรอบสุดท้ายอาจเป็นการเจรจาเงื่อนไขเงินเดือนและสวัสดิการ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครเหมาะสมและเข้าใจความคาดหวังขององค์กร
เด็กฝึกงานช่วยให้องค์กรได้ประเมินผลงานและทักษะของผู้สมัครในชีวิตจริง นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรค้นหาพนักงานฝีมือดีสำหรับตำแหน่งถาวร ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการสรรหา พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันการศึกษาและภาพลักษณ์องค์กรที่ดี
ควรเขียน Job Description ให้ชัดเจน กระชับ เน้นจุดเด่นขององค์กร โอกาสเติบโต และเงินเดือนที่เหมาะสม ระบุสวัสดิการพิเศษและข้อมูลพื้นฐานครบถ้วน ใช้ช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงผู้สมัครตรงสาย พร้อมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่น่าทำงานด้วย
เหมาะสำหรับตำแหน่งเฉพาะทางหรือระดับผู้บริหารที่หาผู้สมัครยาก หรือต้องการความรวดเร็วและผู้สมัครคุณภาพสูง Recruitment Agency มีฐานข้อมูลและเครือข่ายตรงสายงาน ทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการคัดเลือก