9 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทแบบมืออาชีพ เข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที!

9 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทแบบมืออาชีพ เข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที!
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 16 March, 2026
Share

Key Takeaway

  • จดทะเบียนบริษัทคือการสร้างนิติบุคคลขึ้นตามกฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจมีสถานะทางกฎหมายแยกจากเจ้าของอย่างชัดเจน ทำให้ดำเนินกิจการได้อย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ ประเภทหลักในไทยได้แก่ บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และ ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • จดทะเบียนพาณิชย์คือการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อแสดงตัวตนและความโปร่งใสของผู้ขายสินค้า/บริการ เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ค้ารายย่อย ออนไลน์ หรือผู้ประกอบการรายบุคคลที่ยังไม่ต้องการจัดตั้งบริษัท
  • ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัทช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ มีการแยกทรัพย์สินส่วนตัวกับทรัพย์สินบริษัทอย่างชัดเจน และทำให้เข้าถึงเงินทุน กู้ธนาคาร หรือต่อยอดธุรกิจได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายในฐานะนิติบุคคลอีกด้วย

ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดบริษัทของตัวเอง อยากจดทะเบียนบริษัทจำกัด แต่ยังไม่แน่ใจว่าขั้นตอนเริ่มต้นต้องทำอย่างไร? การจดทะเบียนบริษัทอาจดูเหมือนเรื่องยุ่งยาก มีเอกสารเยอะ และเต็มไปด้วยข้อกฎหมายให้ต้องทำความเข้าใจ บทความนี้จะแนะนำ 9 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทแบบมืออาชีพ ที่เข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที เหมาะสำหรับคนทำงานที่อยากเริ่มธุรกิจด้วยตัวเอง โดยไม่เสียเวลาและลดความสับสน พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้ทุกขั้นตอนราบรื่น ถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมเริ่มธุรกิจทันที!

การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร?

การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร?

การจดทะเบียนบริษัท คือกระบวนการขึ้นทะเบียนธุรกิจให้กลายเป็น“นิติบุคคล”อย่างเป็นทางการตามกฎหมายไทย โดยยื่นคำขอและเอกสารต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เมื่อจดทะเบียนแล้ว บริษัทจะมีสถานะทางกฎหมายเป็นของตัวเอง แยกจากตัวผู้ก่อตั้ง สามารถทำสัญญา ครอบครองทรัพย์สินรับผิดชอบหนี้สิน และดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร?

ทำไมต้องจดทะเบียนบริษัท ใครควรจดบ้าง?

การจดทะเบียนบริษัทช่วยให้ธุรกิจมีความเป็นทางการมากขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคงทั้งด้านกฎหมาย ความน่าเชื่อถือ และโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขึ้น ดังนี้

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ ทำงานกับองค์กรใหญ่หรือภาครัฐได้
  • แยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ ลดความเสี่ยงด้านหนี้สินและคดีความ
  • ออกใบกำกับภาษีได้ ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้ขยายฐานลูกค้า
  • วางโครงสร้างธุรกิจให้เติบโต เช่น เพิ่มผู้ถือหุ้น ขยายทีม หรือหานักลงทุน
  • บริหารภาษีได้ยืดหยุ่นกว่าแบบบุคคลธรรมดาในหลายกรณี

ใครควรจดทะเบียนบริษัทบ้าง?

เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความเป็นทางการมากขึ้นในธุรกิจ และต้องการขยายโอกาสในการร่วมงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ

  • ธุรกิจที่เริ่มมีรายได้สม่ำเสมอและต้องการความน่าเชื่อถือ
  • คนที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า เช่น เอเจนซี ฟรีแลนซ์ ผู้ขายออนไลน์
  • ผู้ที่ต้องทำสัญญากับองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานรัฐ
  • ผู้ที่วางแผนขยายทีม เพิ่มหุ้นส่วน หรือหานักลงทุน
  • ธุรกิจที่ต้องการแยกความรับผิดชอบชัดเจนระหว่างธุรกิจกับเจ้าของ
การจดทะเบียนบริษัทมีกี่ประเภท

การจดทะเบียนบริษัทมีกี่ประเภท

การจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยมีหลายรูปแบบให้เลือกตามขนาดธุรกิจ โครงสร้างผู้ร่วมลงทุน และระดับความรับผิดชอบที่ต้องการ ผู้ประกอบการควรเลือกประเภทให้เหมาะกับเป้าหมายและลักษณะการดำเนินงานของตน ก่อนจะตัดสินใจจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ

  1. บริษัทจำกัด (Limited Company)

ธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน และมีความรับผิดชอบจำกัดเฉพาะเงินที่ยังชำระไม่ครบตามหุ้นของตน เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและโครงสร้างชัดเจน

  1. บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company Limited)

รูปแบบธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก และสามารถเสนอขายหุ้นให้ประชาชนได้ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการระดมทุนในวงกว้าง เช่น เข้าตลาดหลักทรัพย์

  1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership)

ประกอบด้วยหุ้นส่วน 2 ประเภท คือ

  • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด
  • หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด

เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการโครงสร้างร่วมทุนง่ายๆ

  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership)

หุ้นส่วนทุกคนมีความรับผิดชอบไม่จำกัดต่อหนี้สินของกิจการ มักใช้กับธุรกิจขนาดเล็กหรือกิจการครอบครัวที่มีความไว้วางใจกันสูง

จดทะเบียนบริษัท VS จดทะเบียนพาณิชย์

การจดทะเบียนพาณิชย์คือการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในรูปแบบ “บุคคลธรรมดา” หรือ “ร้านค้า”เพื่อให้รัฐรับรองว่ากำลังดำเนินธุรกิจอยู่จริง เหมาะกับธุรกิจรายย่อยหรือผู้เริ่มต้น ส่วนการจดทะเบียนบริษัทคือการจดทะเบียนเป็น “นิติบุคคล” ทำให้ธุรกิจแยกออกจากตัวเจ้าของมีความน่าเชื่อถือสูงกว่า และสามารถออกใบกำกับภาษีหรือทำสัญญากับองค์กรใหญ่ได้ง่ายขึ้น

เอกสารที่ต้องใช้การจดทะเบียนบริษัท

  • เอกสารสำหรับผู้ก่อตั้งบริษัท (ผู้ถือหุ้นและกรรมการ) บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เบอร์โทร–อีเมล กรณีเป็นชาวต่างชาติ Passport และ Visa (ถ้ามี)
  • เอกสารเกี่ยวกับบริษัท แบบคำขอจดทะเบียนบริษัท (ตามแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้มา) หนังสือบริคณห์สนธิ (Articles of Association) รายชื่อผู้ก่อตั้งบริษัท และกรรมการบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นและจำนวนหุ้น ที่อยู่สำนักงานบริษัท พร้อมเอกสารยืนยัน เช่น สัญญาเช่า หรือเอกสารสิทธิ์ที่ดิน
  • เอกสารประกอบเพิ่มเติม สำเนาเอกสารการอนุญาตประกอบธุรกิจ (ถ้าธุรกิจต้องขอใบอนุญาตเฉพาะ) หลักฐานการจองชื่อบริษัท (ถ้าจองชื่อไว้ล่วงหน้า) แบบฟอร์มแสดงจำนวนทุนจดทะเบียน และจำนวนหุ้น
  • เอกสารสำหรับจด VAT (ถ้าต้องจด) รูปถ่ายสถานที่ทำงาน ป้ายบริษัท หนังสือรับรองบริษัทฉบับจริง

หมายเหตุ: เอกสารทุกฉบับควรเป็น สำเนาถูกต้อง และบางเอกสารอาจต้อง เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง สำหรับธุรกิจที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ จะต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทในต่างประเทศ และ หนังสือรับรองว่าผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลมีสิทธิ์ลงทุนในไทย

9 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท

9 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท

การจดทะเบียนบริษัทออนไลน์เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างสะดวกขึ้น โดยสามารถดำเนินการเองผ่านการจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (ฺDBD Biz Regist) หรือเลือกยื่นเอกสารที่สำนักงานได้ตามความถนัด โดยขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์มีขั้นตอนดังนี้

1. จองชื่อบริษัท

สมัครสมาชิกในระบบ DBD และทำ e-Registration ให้เสร็จสมบูรณ์ ก่อนเข้าไปจองชื่อบริษัท ควรตั้งชื่อที่ไม่ซ้ำกับบริษัทอื่นและไม่มีคำต้องห้าม พร้อมเตรียมชื่อสำรอง 2–3 ชื่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบและอนุมัติภายใน 1–3 วัน เมื่ออนุมัติแล้วชื่อจะมีอายุ 30 วัน ต้องจัดตั้งบริษัทให้เสร็จภายในระยะเวลานี้

2. เตรียมวัตถุประสงค์ของบริษัท

เขียนอธิบายว่าบริษัทจะประกอบกิจการอะไร เช่น ให้บริการด้านการตลาด นำเข้าสินค้า พัฒนาเว็บไซต์ ฯลฯ สามารถระบุได้หลายข้อ ควรเขียนให้ครอบคลุมมากที่สุดเพื่อไม่ต้องกลับมาแก้ไขในอนาคต

3. กำหนดทุนจดทะเบียน

ทุนจดทะเบียนคือมูลค่าที่บริษัทใช้ประกาศว่าเป็นเงินทุนเริ่มต้น โดยปกติทุน 5,000–50,000 บาทสามารถจดได้ แต่ถ้าเป็นธุรกิจที่ต้องทำงานกับองค์กรใหญ่หรือเปิดบัญชีบางประเภท มักแนะนำให้เริ่มต้นที่ 100,000 บาทขึ้นไป แบ่งออกเป็น “หุ้น” เท่ากันทุกหุ้น ผู้ถือหุ้นต้องชำระจริงขั้นต่ำ 25% ของมูลค่าหุ้นที่ตนถือ

4. จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ (MOA)

เป็นเอกสารสำคัญในการก่อตั้งบริษัท มีรายละเอียด เช่น

  • ชื่อบริษัท
  • วัตถุประสงค์
  • ที่ตั้งสำนักงาน
  • ทุนจดทะเบียน
  • รายชื่อผู้ก่อการอย่างน้อย 3 คน

เมื่อกรอกครบแล้วต้องลงลายมือชื่อผู้ก่อการทุกคน

5. ประชุมจัดตั้งบริษัท

จัดการประชุมเพื่อเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ก่อการ” เป็น “ผู้ถือหุ้น” เลือกกรรมการผู้บริหาร กำหนดอำนาจกรรมการ เช่น ใครเป็นผู้ลงนามผูกพันบริษัท รวมถึงแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดข้อบังคับบริษัท

6. จดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล

ยื่นข้อมูลและเอกสารทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เช่น รายชื่อกรรมการ โครงสร้างหุ้น ทุนจดทะเบียน และชำระค่าธรรมเนียม หลังอนุมัติจะได้รับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล
  • บอจ.1 รายชื่อกรรมการ
  • บอจ.2 ทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น

เอกสารเหล่านี้นำไปใช้เปิดบัญชีธนาคารหรือยื่นงานต่างๆ ได้ทันที

7. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีธุรกิจ (ถ้าจำเป็น)

บริษัทที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT แต่ธุรกิจบางประเภท เช่น Digital Agency, Logistics หรือธุรกิจบริการบางอย่าง ต้องจด VAT ตั้งแต่วันแรกแม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ ควรตรวจสอบประเภทธุรกิจล่วงหน้า

8. เปิดบัญชีธนาคารบริษัท

ใช้เอกสารจาก DBD เช่น หนังสือรับรองบริษัท บอจ.5 พร้อมบัตรประชาชนกรรมการ ตามธนาคารที่เลือกเปิดบัญชี โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้มีอำนาจลงนามในธุรกรรมการเงินของบริษัท

9. เตรียมระบบบัญชี ทะเบียนพนักงาน และยื่นภาษีประจำปี

หลังจัดตั้งบริษัท จำเป็นต้องเริ่มระบบบัญชีทันที สามารถเลือกจ้างนักบัญชีหรือใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เมื่อมีพนักงานต้องจดประกันสังคมและทำสัญญาจ้าง

ภาษีที่ต้องยื่น ได้แก่

  • ภ.พ.30 (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ภงด.1, ภงด.3, ภงด.53 (หัก ณ ที่จ่าย)
  • งบการเงินประจำปี ต้องยื่นภายใน 150 วันหลังปิดงบ

ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท

การจดทะเบียนบริษัทช่วยให้ธุรกิจมีความเป็นทางการมากขึ้น และสร้างความมั่นคงในระยะยาว ทั้งในด้านภาพลักษณ์ กฎหมาย และโอกาสทางธุรกิจ ทำให้หลายกิจการเลือกจดทะเบียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขยายกิจการ

  1. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ

ทำให้องค์กรใหญ่ ลูกค้ารายสำคัญ หรือคู่ค้าต่างประเทศเชื่อมั่นมากขึ้น สามารถทำสัญญาอย่างเป็นทางการ และมีโอกาสรับงานโปรเจกต์มูลค่าสูงได้ง่ายขึ้น

  1. แยกทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์สินบริษัท

เจ้าของไม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินทางธุรกิจด้วยทรัพย์สินส่วนตัว (ในขอบเขตตามกฎหมาย) ลดความเสี่ยงในกรณีเกิดปัญหาหรือข้อพิพาท

  1. มีสถานะทางกฎหมาย

บริษัทถือเป็น “นิติบุคคล” ที่ทำธุรกรรมได้เอง เช่น ทำสัญญา เช่าพื้นที่ ซื้อขาย หรือจ้างพนักงาน ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นระบบและตรวจสอบได้

  1. เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนและกู้ธนาคาร

บริษัทสามารถขอกู้ สร้างเครดิต หรือระดมทุนได้ง่ายกว่าแบบบุคคลธรรมดา เช่น กู้เพื่อขยายกิจการ ซื้ออุปกรณ์ หรือลงทุนเพิ่มในโครงการใหม่ๆ

ทำงานประจำอยู่ จดทะเบียนบริษัทได้ไหม?

ทำงานประจำอยู่ สามารถจดทะเบียนบริษัทได้ ไม่ผิดกฎหมาย และหลายคนก็ทำควบคู่กันทั้งงานประจำและธุรกิจส่วนตัว เพียงแต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาจ้างของบริษัทปัจจุบันว่ามีข้อห้ามเรื่องทำธุรกิจส่วนตัวหรือไม่ โดยเฉพาะห้ามประกอบธุรกิจที่แข่งขันกับนายจ้าง นอกจากนี้ควรบริหารเวลาและวางแผนเรื่องภาษีให้รอบคอบ เพราะเมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้วจะมีภาระเรื่องเอกสาร บัญชี และภาษีที่ต้องจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

ข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียนบริษัท

ข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียนบริษัท

ก่อนจดทะเบียนบริษัท ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจเงื่อนไขพื้นฐานและข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อเตรียมเอกสารและโครงสร้างธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่แรก เริ่มต้นถูกต้องช่วยลดปัญหาในภายหลังและทำให้การจดทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น

  • ต้องมีผู้ก่อการ 3 คนในวันจัดตั้ง แม้หลังจัดตั้งสามารถเหลือผู้ถือหุ้น 2 คนได้ แต่ในวันจดทะเบียนจำเป็นต้องมีผู้ก่อการ 3 คนลงชื่อในเอกสารบริคณห์สนธิ
  • สำนักงานต้องมีอยู่จริง ที่ตั้งบริษัทต้องสามารถตรวจสอบได้ อาจเป็นบ้าน คอนโด ออฟฟิศ หรือ Co-working Space (บางประเภท) และต้องมีเอกสารยืนยัน เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมใช้สถานที่
  • ทุนจดทะเบียนควรสอดคล้องกับธุรกิจ แม้กฎหมายกำหนดว่าจดทุนต่ำได้ แต่ควรตั้งทุนให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ ลูกค้า และรูปแบบงาน เพื่อความน่าเชื่อถือและรองรับการทำสัญญากับองค์กรต่างๆ

สรุป

การจดทะเบียนบริษัทคือก้าวสำคัญสำหรับผู้ที่อยากทำธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะช่วยให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและดูเป็นมืออาชีพขึ้นมาก การแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากทรัพย์สินบริษัทก็ช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและทำงานกับองค์กรใหญ่ได้ง่ายขึ้น แม้อาจมีขั้นตอนและเอกสารหลายอย่างต้องเตรียม แต่เมื่อเริ่มต้นถูกต้อง ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างเป็นระบบ สร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว

ถ้ากำลังมองหาตำแหน่งงานใหม่เพื่อเพิ่มรายได้หรือสร้างความมั่นคงเพิ่มขึ้น อย่าลืมหางานผ่าน Jobsdb ที่มีแพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขา มีงานอัปเดตทุกวัน พร้อมด้วยโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิต!

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจดทะเบียนบริษัท (FAQ)

บริษัทจำกัดกับบริษัทมหาชนต่างกันอย่างไร?

บริษัทจำกัด (Limited Company) เป็นบริษัทเอกชนทั่วไปผู้ถือหุ้นโอนหุ้นได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากกรรมการ ส่วนบริษัทมหาชน (Public Company Limited) เป็นบริษัทที่สามารถขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปและเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ โครงสร้างซับซ้อนกว่าและมีข้อกำกับดูแลเข้มงวดมากกว่า เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการระดมทุนขนาดใหญ่

ถ้าไม่จดทะเบียนบริษัทจะทำธุรกิจได้ไหม?

ทำได้ หากดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าทั่วไป แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องความน่าเชื่อถือ การทำสัญญา หรือการรับงานจากองค์กรใหญ่ นอกจากนี้เจ้าของต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดด้วยทรัพย์สินส่วนตัว และไม่สามารถแยกตัวตนออกจากธุรกิจได้เหมือนบริษัท

ตั้งชื่อจดทะเบียนบริษัทอย่างไรให้ผ่าน?

ควรเลือกชื่อที่ไม่ซ้ำไม่ใกล้เคียง หรือสะกดคล้ายกับบริษัทที่มีอยู่แล้วหลีกเลี่ยงคำต้องห้าม เช่น ชื่อหน่วยงานรัฐหรือคำที่สื่อความหมายผิดกฎหมาย และควรเตรียมชื่อสำรอง 2–3 ชื่อเพื่อใช้กรณีชื่อแรกไม่ผ่าน ระบบ DBD จะตรวจสอบและอนุมัติภายในไม่กี่วัน

More from this category: แหล่งข้อมูลและเทมเพลต

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา