พัฒนาการทำงาน ด้วย 7 กฎทางจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ

พัฒนาการทำงาน ด้วย 7 กฎทางจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 07 July, 2023
Share
ความสำเร็จ คือ วิถีแห่งการเดินทางมันไม่ใช่จุดหมายปลายทาง” หนึ่งในประโยคคลาสสิคจากหนังสือ The Seven Spiritual Laws of Success หรือ “7 กฎทางจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ” ซึ่งเป็น 1 ในหนังสือแนะนำตลอดกาลสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จ เขียนโดย คุณหมอ Deepak Chopra บุคคลที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลของโลกที่ควรระลึกถึงในทศวรรษนี้จากนิตยสาร Times คุณหมอ Chopra ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเพื่อให้พบเจอกัน ความสุข และความสำเร็จไปพร้อมกัน สำหรับคนทำงานแล้ว หนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนคัมภีร์แห่ง การทำงาน อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จด้วยกฎด้านจิตวิญญาณทั้ง 7 ข้อนี้

พัฒนาการทำงาน ด้วย 7 กฎทางจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ

กฎข้อที่ 1 กฎแห่งศักยภาพอันบริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน (The Law of Pure Potentiality)

ซึ่งก็คือการฝึกฝนให้ตัวเรามี “สติ” อยู่เสมอ เพราะสติจะทำหน้าที่เป็นตัวกรองอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ และทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกนั้น ๆ และ บริหารจัดการอารมณ์ ได้ เพื่อการแสดงออกที่ดี รู้ว่าเวลาไหนควรจะแสดงออกอย่างไร และบริหารชีวิตให้อยู่ในโซนบวกมากที่สุด ซึ่งจำเป็นมาก ๆ ในการทำงาน คงไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่พร้อมจะหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาหรอก จริงมั้ย?

กฎข้อที่ 2 กฎแห่งการให้ (The Law of Giving)

นี่คือ 1 ในเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่สำคัญ เพราะเป็นหลักการง่าย ๆ ในการสร้าง พลังบวก ในเกิดขั้นกับตัวเราเองและผู้อื่น ซึ่งการให้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสิ่งของหรือเงินทองเท่านั้น ลองคิดถึงสิ่งง่าย ๆ อย่างเช่น คำชม หรือความห่วงใยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีคุณค่าทางจิตใจก็ได้ มหาเศรษฐีหลายคนที่สร้างความสำเร็จด้วยตัวเองมักจะเป็นคนที่มองหาข้อดีในตัวคนอื่นอยู่เสมอ และยังพูดชมออกมาเพื่อ สร้างพลังงานดี ๆ ให้เกิดขึ้นในที่ทำงานอีกด้วย คนพูดก็ได้ฝึกมองบวก คนรับฟังก็ได้ความรู้สึกดี และมีคุณค่า ยิ่งให้ยิ่งได้จริง ๆ

กฎข้อที่ 3 กฎแห่งกรรม หรือ เหตุและผล (The Law of “Karma” or Cause and Effect)

เพราะผลลัพธ์ของทุกอย่าง เกิดขึ้นจากการกระทำ นี่ยังคงเป็นหลักการง่าย ๆ ของทุกสิ่งบนโลก เพราะฉะนั้นพลังงานใด ๆ ที่ถูกส่งออกไปจากตัวเราย่อมจะย้อนกลับมาหาตัวเราเสมอ คนส่วนใหญ่มักจะถูกความรู้สึก หรือ อารมณ์ลบ ๆ นำพาชีวิตไปสู่ผลลัพธ์ลบ ๆ เพราะลืมนึกถึงเรื่องทำอะไรย่อมได้อย่างนั้น แต่ถ้าเราเตือนตัวเองอยู่เสมอให้หมั่นคิดบวก ความคิดก็จะพาให้เราปฏิบัติตัวดีด้วยอารมณ์แจ่มใสต่อเพื่อนร่วมงาน ซึ่งกฎข้อนี้จะทำให้เราคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลอยู่เสมอ และคอยคิดถึงผลที่ตามมา เพื่อการปฏิบัติตัวและทำงานที่ดีขึ้นของเราเอง

กฎข้อที่ 4 กฎแห่งการพยายามน้อยที่สุด (The Law of Least Effort)

กฎข้อนี้คือกฎแห่งการยอมรับต่อผู้คน เหตุการณ์ และปัญหาต่าง ๆ แบบที่มันควรจะเป็น เพราะทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตและการทำงานของเรา เราก็มีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบด้วยเสมอ การยอมรับและเข้าใจว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว และเราจะผ่านไปให้ได้ โดยที่ไม่กล่าวโทษใครรวมถึงตัวเอง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมต้องเกิดขึ้น และไม่เสียพลังงานงานไปกับการบ่นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว รวมถึงมองหาโอกาสที่จะเติบโตขึ้นจากปัญหาเหล่านี้ เป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมที่จะ สร้างพลังงานบวก ให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมงานด้วย

กฎข้อที่ 5 กฎของความมุ่งมั่นและความปรารถนา (The Law of Intention and Desire)

คือการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วใส่ความอยากและความมุ่งมั่นให้เป้าหมายนั้นสำเร็จให้ได้ รวมถึงต้อง Focus ที่เป้าหมายนั้น โดยไม่ย่อท้อต้องอุปสรรคและความยากลำบากใด ๆ ระหว่างทาง เพราะถ้าเรา กำหนดเป้าหมายให้กับการทำงาน อย่างชัดเจนและแน่วแน่แล้ว วิธีการที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จจะตามมาเอง และด้วยความมุ่งมั่น จะทำให้เราใส่ใจและตั้งใจที่จะทำงานนั้นออกมาให้ดี ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จต่อไป

กฎข้อที่ 6 กฎของการปล่อยวาง (The Law of Detachment)

ในหนังสือบอกว่า “ถ้าเราไม่ปล่อยวาง เราจะเป็นนักโทษ” เพราะถ้าเราไม่ปล่อยวางเราจะยึดติดอยู่กับคำพูด และความรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ต้องเป็นไปอย่างที่เราคาดหวังไว้ เป็นความรู้สึกยึดติดที่ทำให้เกิดพลังงานลบออกมาได้ แต่ถ้าเราลองปรับและฝึกมองสิ่งต่าง ๆ อย่างที่มันเป็นไป อาจจะทำให้เราได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ มากมาย เช่น เฝ้ามองเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาอย่างปล่อยวางและมีสติ บางทีเหตุการณ์นั้นอาจจะกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้ เหมือนกับแนวคิดที่ว่า ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ ถ้าเราปล่อยวางได้ ไม่ร้อนร้นและมีสติ เชื่อว่าเราจะมองหาโอกาสได้อย่างง่ายดายแน่นอน

>> ฝึกการปล่อยวางง่าย ๆ จากการนั่งสมาธิ หรือไป ปฏิบัติธรรมวันเสาร์-อาทิตย์

กฎข้อที่ 7 กฎของเป้าหมายของชีวิต (The Law of Dharma or Purpose in Life)

หนังสือเชื่อว่า เราทุกคนเกิดมาเพื่อทำอะไรบางอย่าง และจะมีบางอย่างที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ด้วยสังคมที่พยายามนำพาทุกคนไปในทิศทางเดียวกันทำให้เราอาจจะลืมคิดถึงเรื่องนี้ เพราะมัวแต่คิดว่า ทำไมเราถึงทำงานนี้ได้ไม่ดีเท่าคนนั้น แต่ถ้าเราลองกลับมามองหาสิ่งที่เราทำได้ดี แล้วมุ่งมั่นพัฒนาความสามารถตรงนั้น จนทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง และพร้อมที่จะผลิตผลงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก จนถึงวันที่การกระทำหรือผลงานของเราส่งผลเป็น แรงบันดาลใจ ให้กับคนอื่น วันนั้นเราก็จะรู้สึกเต็มอิ่มในจิตใจ โดยที่ระหว่างทางก่อนถึงความสำเร็จ เราก็มีความสุขไปด้วย

เชื่อได้ว่าถ้าเราหมั่นฝึกฝนตามกฎทั้ง 7 ข้อแล้ว ความสำเร็จในการทำงานอยู่ไม่ไกลแน่นอน และระหว่างทางเราก็ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปด้วย ถ้าใครรู้แล้วว่าเราทำอะไรได้ดี และเจอสายอาชีพที่ตัวเองรักแล้ว มาหางานง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น jobsDB ได้เลย เพื่อชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จของทุกคนนะคะ

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​
ความอยู่ดีมีสุขในที่ทำงาน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่ามีผู้สมัครจำนวนเท่าไหร่ที่เตรียมเรซูเม่ที่หาข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของตนโดยการสำรวจด้วยคำค้นหาที่ได้รับความนิยม
สิ่งนี้มีประโยชน์สำหรับคุณหรือไม่
😦
😐
🙂

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
เพียงคลิก 'สมัครสมาชิก' เพื่อยอมรับ คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลของ Jobsdb โดยคุณสามารถยกเลิกอีเมลเมื่อใดก็ได้
สงวนลิขสิทธิ์ 1998-2024 โดย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด