เรื่องจริงผ่านสังคมการทำงาน : เมื่อความไม่ยุติธรรม ความภักดีที่มีต่อองค์กรจึงหายไป

Unfair-Employee

“สังคมในการทำงานไม่มีดราม่า สังคมทำงานนั้นแปลกนักแล” ฟังดูคุ้นๆไหมครับ แม้แต่ในชีวิตการทำงานก็ยังไม่วายมีเรื่องดราม่าสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้การทำงานอยู่ให้เห็นบ่อยครั้ง

jobsDB ขอยกเรื่องจริงของชีวิตทำงานของพนักงานหนุ่มรายหนึ่ง ชื่อ นายบุญลือ ซึ่งทำงานอยู่บริษัทข้ามชาติรายหนึ่งมาเป็นเวลาเกือบๆ 4 ปีแล้ว ซึ่งตลอดการทำงานนั้น บุญลือตั้งใจทำงานและทุ่มเทให้ทั้งองค์กรและงานเป็นอย่างมาก กระนั้นเองบุญลือก็ยังไม่ได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้นแต่อย่างใด ซึงเจ้าตัวเองก็มองโลกในแง่ดีว่าอาจยังไม่ใช่วันของเราหรือความสามารถของเราคงยังไม่ดีเพียงพอเหมาะสมกับการเลื่อนขั้นตำแหน่งงานให้สูงยิ่งขึ้น

เด็กจบใหม่ไม่เคยรู้

วันหนึ่ง บุญลือเริ่มรู้สึกถึงการอิ่มตัวในหน้าทีการงาน เริมอยากหาแรงจูงใจในการทำงานใหม่ๆ จึงตัดสินใจขอย้ายตำแหน่งไปอยู่อีกแผนก ซึ่งได้พบกับงานที่หลากหลายและต้องร่วมงานกับแผนกอื่นๆเพิ่มเติม

ฟังดูการทำงานของบุญลือน่าจะดูมีความหมายและท้าทายยิ่งกว่าเดิม แต่แล้วบุญลือก็ต้องรับมือกับการทำงานทีไม่เป็นระบบของแผนกอื่นๆ ที่สนใจแต่เพียงผลประโยชน์ของตนเองโดยไม่สนใจว่าบุญลือจะต้องทำงานด้วยความยากลำบากกว่าเดิมมากแค่ไหน สิ่งเหล่านี้สร้างความเครียดกดดันสะสมแก่บุญลือตลอดมา

ยิ่งนานวันผ่านไป บุญลือเริ่มรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมของบริษัท ที่ไม่ว่าบุญลือจะแจ้งแก้หัวหน้างานถึงปัญหาที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขหรือมีบทลงโทษทางระเบียบวินัยแก่คู่กรณีของบุญลือ มีเพียงคำพูดลอยๆของหัวหน้างานที่อ้างว่า “เค้าไม่รู้หรือน้องเค้ายังเด็ก ยังไม่เข้าใจการทำงานของบริษัท”

เมื่อได้รู้ว่าการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นในองค์กรที่ทุ่มเทมาตลอดต่อให้ทุ่มเทมาตลอด 4 ปี ก็ไม่ได้มีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงานแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังถูกการเอารัดเอาเปรียบจากอีกแผนกอีกต่างหาก  ในเมื่อไม่มีความยุติธรรมในที่ทำงาน การทำงานเพื่อให้เสมอตัวจึงดีที่สุด คิดได้ดังนั้น บุญลือที่เคยมีไฟในการทำงานและอุทิศตนในองค์กร จึงเริ่มเกิดสภาวะ burnout หรือหมดไฟในการทำงานในที่สุด

หมดไฟในการทำงาน burnout
ท้ายสุดแล้ว บุญลือได้งานที่ใหม่ พร้อมกับปัญหาเรื่องระบบและความไม่ยุติธรรมในการทำงานระหว่างแผนกซึ่งยังคงไม่ได้รับการแก้ไข บุญลือยังเลือกที่จะไม่แจ้งต้นเหตุของปัญหาให้แก่หัวหน้างานได้รับรู้ แต่บอกให้เพื่อนในแผนกที่สนิทได้รับทราบถึงปัญหาแทน (เพราะรู้ไปว่าต่อให้แจ้งปัญหาไป ปัญหานี่เรื้อรังมานานก็ไม่ได้รับการแก้ไขจากหัวหน้างานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ดี เลือกบอกเพื่อนร่วมงานให้เตรียมรับกับปัญหาที่มีน่าจะดีที่สุด) 

เหล่าเพื่อนของบุญลือเมื่อทราบถึงปัญหาที่บุญลือได้รับ ต่างก็ทำงานด้วยความระแวดระวังกลัวจะเจอปัญหาแบบเดียวกับบุญลือ เริ่มทำงานแบบให้ผ่านพ้นไปวันๆ และรับเงินเดือนในแต่ละเดือนเท่านั้นก็เพียงพอ

หางานก่อนลาออก

คุณเห็นปัญหาต่างๆเหล่านี้ไหมครับ หลายต่อหลายองค์กรเสียพนักงานที่มีความจงรักภักดีต่อองค์กรไปจากการเพิกเฉยปัญหาที่ผู้บริหารมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น พนักงานคนเดิมลาออก ก็สรรหาพนักงานใหม่มาแทนที่ของเดิมก็สิ้นเรื่อง ถูกไหม ? คำตอบก็คือใช่ ถ้าคุณไม่เสียดายงบประมาณที่ต้องลงทุนกับคนใหม่ตั้งแต่ต้น รวมถึงเรื่องของขวัญและกำลังใจของพนักงานที่เหลืออยู่ซึ่งไม่อาจสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยคำพูดของผู้บริหารเพียงไม่กี่คำ อย่าให้กลายเป็นเรื่องของน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะพนักงานคือทรัพยากรที่สำคัญขององค์กรที่สำคัญ แล้วองค์กรคุณล่ะ ดูแลรักษาและพัฒนาพวกเขาได้ดีแค่ไหน ? บริษัทของคุณมีการเข้าและออกของพนักงานใหม่ๆบ่อยแค่ไหน คุณมีพนักงานที่ทำงานมานานมากที่สุดกี่ปี มีคนพูดถึงองค์กรของคุณในทางใดบ้าง คำถามเหล่านี้ คือสิ่งที่มีแต่ผู้ประกอบการและ HR จะตอบได้ดีที่สุด ถ้าคุณเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเริ่มลุกลามหรือบานปลาย อย่าเลือกตัดสินแผนกใดแผนกหนึ่งเพียงเพราะแผนกนั้นๆ “สร้างผลประโยชน์ให้แก่องค์กรมากที่สุด” แต่จงปฏิบัติต่อพวกเค้าอย่างเท่าเทียมกันไม่เช่นนั้นความภักดีของพนักงานที่มีจะหายไปในทันที

#icanbebetter