TOEIC กับการทำงานจริงเกี่ยวข้องกันอย่างไร

          คนทำงานหลายคนเคยสอบโทอิค (TOEIC) บางคนเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปสอบ บ้างกำลังอ่านหนังสือเพื่อติวสอบด้วยตัวเอง บ้างต้องอาศัยตัวช่วยโดยการลงคอร์สติว TOEIC อย่างจริงจัง เพื่อเป้าหมายคือ นำผลสอบไปใช้เป็นใบเบิกทางในการสมัครงาน

          หลายคนอาจคิดว่าสอบโทอิคได้คะแนนสูง ๆ เอาไปสมัครงาน พอได้งานแล้วก็จบ ไม่ได้สนใจมันอีก แต่จริง ๆ แล้วเนื้อหาสาระของ TOEIC มีประโยชน์ต่อคนทำงานมากกว่าที่คิด

          jobsDB ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อ.สิริรักษ์ ทารักษ์  หรือ อ.เน ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำวิชา TOEIC ของสถาบันกวดวิชาจุฬาติวเตอร์ และยังทำงานประจำอยู่ในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง โดยมีหน้าที่ดูแลเรื่องความถูกต้องของการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารทางจดหมาย เอกสารสัญญา หรือแม้กระทั่ง E-mail กับองค์กรต่างประเทศ จึงมักเจอปัญหาและความผิดพลาดในการใช้ภาษาของพนักงานเป็นประจำ

toeic-กับการทำงานจริง

ปัญหาการใช้ภาษาอังกฤษของพนักงานที่พบบ่อย ๆ มีอะไรบ้าง

          แม้ว่าพนักงานจะได้ผลคะแนนการสอบ TOEIC ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้น บางคนยังคงสับสนกับการใช้คำลงท้ายใน E-mail ติดต่อทางธุรกิจระหว่างคำว่า “Best regards,” กับ “Best wishes,” อยู่เลย หรืออย่างคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยและเคยออกสอบโทอิค คำว่า please (adv.) แปลว่า กรุณา ได้โปรด แล้วเมื่อเป็น Verb ยังสามารถแปลได้ว่า ทำให้พอใจ ซึ่งภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ ส่วนมากข้อสอบ TOEIC มักจะนำมาออก

          นอกจากนี้ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องฟังไม่ทัน หรือแยกความหมายของคำที่มีเสียงเหมือนกันไม่ออก เช่น คำว่า train เป็นได้ทั้ง (n.) รถไฟ และ (v.) อบรม หรือคำว่า book เป็นได้ทั้ง (n.) หนังสือ และ (v.) จอง ซึ่งปัญหาการแยกความหมายของคำศัพท์นั้นอยู่ในเรื่อง Part of Speech (ชนิดของคำ) ที่เป็นความรู้พื้นฐานที่เราทุกคนต้องเรียนกันอยู่แล้ว

หมายความว่า ถ้าเราทำข้อสอบ TOEIC ได้ เราก็ควรจะสื่อสารภาษาอังกฤษในการทำงานได้ใช่ไหม

          จริง ๆ แล้วควรจะเป็นเช่นนั้นนะคะ แต่ก็มีบางคนที่มุ่งหวังแต่จะทำคะแนน TOEIC ให้ถึงเกณฑ์ จนลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงของการสอบ TOEIC ไปว่าข้อสอบโทอิคต้องการวัดความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษสำหรับการทำงาน เพราะฉะนั้นเนื้อหาที่ข้อสอบออก ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ใช้ในการทำงานทั่วไป นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้อสอบ TOEIC ไม่เหมือนข้อสอบ TOEFL หรือ CU-TEP ที่ข้อสอบอาจจะออกเรื่องที่ไกลตัว ไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวัน

ยกตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างข้อสอบ TOEIC กับ TOEFL หรือ CU-TEP ได้ไหม

          ขออธิบายทีละ Part เลยนะคะ อย่าง Part: Listening ของ TOEIC ส่วนมากจะเป็นบทสนทนาในชีวิตประจำวัน เวลา การนัดหมาย แต่ข้อสอบแบบอื่นอาจจะมีเรื่องของประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี ที่เราไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวันสักเท่าไร อย่างข้อสอบ TOEFL ก็จะให้ฟังบทบรรยายจำลองสถานการณ์ในห้องเรียน และบทสนทนาเกี่ยวกับวิชาการ ส่วน CU-TEP เป็นการฟังเทป แล้วตอบคำถามวัดความเข้าในใจบทสนทนา หรือการบรรยายสั้น ๆ ค่ะ

          ส่วน Part: Reading ของ TOEIC  ส่วนมากจะเป็นเรื่องการอ่านและการโต้ตอบทางอีเมล จดหมายสมัครงาน โฆษณา และประกาศต่าง ๆ ไม่ได้เน้นการอ่านบทความที่มีความซับซ้อนและยากเท่าข้อสอบ TOEFL ที่เน้นอ่านบทความเชิงวิชาการ แล้วตอบคำถาม ในขณะที่ CU-TEP เน้นตอบคำถามตามเรื่องที่ให้อ่าน

          ส่วน Grammar ใน TOEIC จะเป็นรูปแบบโครงสร้างประโยคที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก แต่เน้นการสื่อสารเพื่อความเข้าใจเป็นหลัก ในขณะที่ CU-TEP เน้นหาจุดบกพร่องในประโยคที่ให้มา หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า Error Recognition ค่ะ

จะแนะนำคนที่กำลังจะสอบ TOEIC อย่างไรบ้าง

          อาจารย์อยากให้ทุกคนที่กำลังจะสอบ TOEIC ไม่ควรมุ่งเน้นแต่จะทำคะแนนอย่างเดียว เพราะถ้าหากพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แน่น เวลาทำงานจริง ๆ จะเกิดปัญหาในการสื่อสาร ซึ่งจากประสบการณ์อาจารย์ พนักงานหลายคนเมื่อผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานแล้ว แม้ว่าคะแนนภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่กำหนดแต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 3-4 เดือนในการปรับตัวกับการใช้ภาษาจึงจะสามารถพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตัวพนักงานเอง ลองเปรียบเทียบดู ถ้ามีพนักงาน 2 คนสอบโทอิคผ่านเหมือนกัน คนแรกสอบ TOEIC ผ่านด้วยคะแนนสูง แต่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ กับอีกคนหนึ่งที่ถึงแม้สอบ TOEIC ผ่านด้วยคะแนนที่น้อยกว่า แต่สามารถสื่อสารได้ การพิจารณาผ่านงานหรือขึ้นเงินเดือน พนักงานคนหลังย่อมมีโอกาสมากกว่าแน่นอน ซึ่งตัวอย่างนี้ยังไม่ได้รวมถึงโอกาสในการทำงานอื่น ๆ อีก

          สุดท้ายอ.เน อยากฝากถึงคนที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบโทอิคว่า ในช่วงเวลาที่เตรียมตัวสอบอยู่นี้ ลองนำความรู้ที่ได้มาใช้เลย อย่ากังวลว่าใช้ถูกหรือผิด พยายามค่อย ๆ ศึกษา เพราะทักษะทางด้านภาษาต้องใช้เวลาและอย่าอายหากใช้ผิด และขอให้ทุกคนที่กำลังจะสอบ TOEIC โชคดี ประสบความสำเร็จ ได้คะแนนตามที่หวังทุกคนนะคะ

อย่าพลาดโอกาสได้งานดี มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายรอคุณอยู่ที่นี่ทุกวัน สร้างอีเมลแจ้งงานด่วน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษในการทำงาน

5 วิธีในการกล่าวขอบคุณด้วยภาษาอังกฤษ