Media Content คิดอย่างไรให้ปัง! ในวันที่ไอเดียหมด

ปัญหายอดฮิตของสายงาน media content creator ที่หลายคนน่าจะเคยเจอกับตัว คงหนีไม่พ้นไอเดียหมด คอนเทนต์ตัน พอคิดไม่ออก จะดันทุรังทำต่อก็รู้สึกไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย จนเหนื่อยหน่ายกับงาน แต่…เดี๋ยวก่อน! เราจะปล่อยให้เกิดภาวะแบบนี้บ่อยๆ ไม่ได้ เพราะจะทำให้เสียการเสียงานแน่นอน  ยิ่งในยุคที่มี content ใน social media อัพโหลดกันทุกๆ วินาที เราต้องนำเสนอให้เร็วที่สุด เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในเวลานั้น หากช้าไปเพียง 1-2 ชั่วโมง content ของเราก็อาจจะเชย และไม่ได้รับ engagement เท่าที่ควร เราจึงมีแนวทางแก้ปัญหาในวันที่หมดมุกมาฝากกัน รับรองว่าทำตามได้ไม่ยากค่ะ

Media-Content-Idea

จับกระแส Real-time Marketing

เรื่องไหนอิน เรื่องไหนเอาท์ในตอนนี้ต้องรู้ เป็นประโยชน์มากสำหรับคนทำคอนเทนต์ เดี๋ยวนี้มีช่องทางอัพเดตเทรนด์ทาง social media มากมายที่ไม่จำกัดแค่เว็บข่าว การใช้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google Trends ที่สามารถค้นหาได้แบบ real-time หรือย้อนหลังได้ หรือการจับกระแสแฮชเเท็กดังๆ ในทวิตเตอร์ พอเรารู้ว่าสังคมกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ ลองพยายามเล่นประเด็นที่ไม่ซ้ำ เช่น เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติก คอนเทนต์ที่พูดถึงผลเสียของพลาสติก แนะนำให้ใช้ถุงผ้าก็มีเยอะแล้ว แต่เราอาจจะเล่นเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ ของพลาสติกที่ย่อยสลายได้ แล้วลองเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอบ้าง จากที่เขียนเป็นบทความ เปลี่ยนเป็น infographic หรือ video content แทน เพราะภาพเคลื่อนไหวหรือรูปภาพต่างๆ ช่วยสร้าง การมีส่วนร่วมต่อคอนเทนต์มากกว่า เช่น การแชร์ กดไลก์ หรือคอมเมนต์ 

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้ง iOS และ Android โหลดเลย

กำหนดคีย์เวิร์ด

การกำหนดคีย์เวิร์ดของ content ช่วยตีกรอบการทำงานให้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้คิด content ได้ตรงประเด็น ไม่หลงทาง  เราจะได้ไม่เสียเวลามาก แค่หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหาบ่อยที่สุดใน Google, Bing, Facebook หรือ Youtube จากนั้นลองคิดหัวข้อ คัดเลือกประเด็นที่น่าสนใจมาผลิตเป็นคอนเทนต์ที่อยากนำเสนอ หากเราเป็นคนกำหนดคีย์เวิร์ดเอง ควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีการค้นหามากที่สุด ศึกษาเรื่อง SEO เพิ่มเติม เพื่อให้คนอื่นเข้าถึง content ของเรา จนสามารถติดอันดับต้นๆ ใน Search Engine อย่าง Google ได้ อย่าลืมว่าต่อให้ content ดีแค่ไหน ถ้าไม่ได้เผยแพร่ในวงกว้าง ก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนกับร้านอาหารอร่อยที่ตั้งอยู่ในทำเลอับ พยายามแค่ไหนก็ยังขาดทุน

อย่ามองข้ามเรื่องใกล้ตัว

ถ้าหาไอเดียจากตัวเองไม่ได้ ก็ลองหยิบยืมไอเดียจากคนรอบข้างดูบ้าง ลองใช้เวลาคุยกับเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือคนในครอบครัวคุณดูสิคะ เริ่มต้นบทสนทนาด้วยสิ่งรอบตัวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน งานอดิเรก ร้านอาหารที่ชอบ สถานที่ท่องเที่ยว การได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนคนละสายงาน นอกจากจะทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ยังช่วยผ่อนคลายจากความกดดันได้ด้วย ลองหยิบเอาประสบการณ์ของคนอื่นมาสร้างแรงบันดาลใจในการทำ content 

เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน

ถ้าคิดไม่ออกจนเครียด ลองหยุดพักสักนิด แล้วให้เวลาตัวเองพักผ่อนบ้าง ออกไปหาแรงบันดาลใจนอกเหนือจากที่ทำงาน ไปคาเฟ่ร้านที่ชอบแล้วเอางานไปทำด้วยก็ได้ การเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน อาจทำให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ จากสภาพแวดล้อมที่ไม่จำเจ แต่หากใครไม่มีเวลาจริงๆ เดดไลน์ใกล้เข้ามาแล้ว ก็เริ่มต้นง่ายๆ จากการจัดโต๊ะที่ทำงานใหม่ อะไรที่รกก็ทิ้งซะ แล้วหาสิ่งของที่ชอบมาตกแต่งแทน อย่าลืมว่าเราใช้ชีวิตในที่ทำงานมากกว่าในห้องนอนเสียอีก เพราะฉะนั้นโต๊ะทำงานมีผลกว่าที่คิด

เขียนบันทึกประจำวัน

อย่ามองข้ามเรื่องราวในชีวิตประจำวันของตัวคุณเอง เรื่องง่ายๆ เช่น รถติด ฝนตก บีทีเอสเสีย ทุกอย่างมีเรื่องราว มีแง่มุมที่สามารถเอามานำเสนอได้ อยู่ที่การพลิกแพลงเนื้อหา ใครที่คิดว่าชีวิตตัวเองน่าเบื่อ ทำอะไรเดิมๆ เหมือนกันทุกวัน ลองเขียนไดอารี่ประจำวันดูสิคะ บันทึกว่าวันนี้เราทำอะไรบ้าง มีงานไหนที่เราสำเร็จ เหตุการณ์อะไรที่รู้สึกไม่ดี จะช่วยให้เราได้ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่พลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่เมื่อเราบันทึกไว้ทุกวัน เมื่อย้อนกลับมาอ่าน เราจะเห็นพัฒนาการของตัวเอง ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างชัดเจน อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการเล่าเรื่องด้วย วันไหนเบื่อๆ คิดงานไม่ออก ลองหยิบบันทึกเหล่านั้นมาเป็นไอเดียและกำลังใจในการทำงานดูนะคะ

ปัญหาไอเดียหมดกลางคัน ย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกสายงาน สิ่งสำคัญคือเมื่อรู้ปัญหา ต้องรับมือและพัฒนาตัวเองให้ก้าวข้ามไปให้ได้ หวังว่าทั้ง 5 แนวทางที่กล่าวมาจะช่วยคุณได้ ขอให้ทุกคนสนุกกับกับงานนะคะ

#icanbebetter

เพิ่มเพื่อน

สร้างโปรไฟล์