โบนัสเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานอยู่ในองค์กรต่อ

          โบนัสยังคงเป็นปัจจัยหลักที่พนักงานใช้เป็นเครื่องมือตัดสินใจว่าจะทำงานต่อกับบริษัทที่ทำอยู่ปัจจุบันต่อไปหรือไม่ ขณะที่บริษัทหลายบริษัทตระหนักถึงการให้โบนัสพนักงานเช่นกัน

          จากผลสำรวจการจ่ายโบนัสประจำปี 2558 ของบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) กับกลุ่มตัวอย่างพนักงาน 5,819 คน พบว่า พนักงานกว่า 71% เห็นว่าโบนัสเป็นปัจจัยหลักในการทำให้พนักงานตัดสินใจอยู่กับองค์กรปัจจุบันหรือลาออกจากองค์กรนั้น ๆ

          จากผลสำรวจดังกล่าวนี้ทำให้นายจ้างเริ่มตระหนักถึงเหตุผลในการอยู่หรือไปของพนักงาน โดยผลสำรวจพบว่า 87% ของนายจ้างยอมรับว่าการจ่ายโบนัสเป็นปัจจัยหลักในการอยู่หรือไปของพนักงาน

ผลสำรวจการจ่ายโบนัสพนักงาน

          อย่างไรก็ดี พนักงานผู้ตอบแบบสำรวจ 25% ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจ่ายโบนัส แต่การได้รับโบนัสถือเป็นรางวัลอย่างหนึ่งที่ได้จากการทำงาน เพราะผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนี้เล็งเห็นว่ามีปัจจัยอื่นที่ช่วยในการตัดสินใจว่าจะทำงานที่เดิมต่อไป แต่ในทางตรงกันข้าม 21% ของพนักงานผู้ตอบแบบสำรวจ ยังคงให้ความสำคัญกับการจ่ายโบนัสและจะยังคงอยู่กับบริษัท หากเงื่อนไขในการจ่ายโบนัสไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้ามีการจ่ายโบนัสน้อยลงก็พร้อมที่จะมองหางานใหม่ ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 4% เลือกอยู่กับบริษัทปัจจุบันแม้ว่าจะมีการจ่ายโบนัสหรือไม่ก็ตาม เพราะมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนี้พอใจที่จะอยู่ต่อกับบริษัทปัจจุบัน

อัตราโบนัสที่บริษัทจ่าย เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับบริษัทอื่น ๆ

          90% ของพนักงานผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ได้รับโบนัสจากนายจ้าง ขณะที่ 76% ของพนักงานผู้ตอบแบบสำรวจยังให้ข้อมูลว่าได้รับการการันตีโบนัส และ 79% ได้รับโบนัสแบบพิจารณาตามผลงาน จากผลสำรวจการจ่ายโบนัสประจำปี 2558 ยังพบเรื่องที่น่าสนใจอีกว่า นายจ้างกว่าครึ่งที่ทำแบบสำรวจคิดว่าอัตราโบนัสที่พวกเขาจ่ายเป็นระดับใกล้เคียงกันกับบริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ตรงกันข้ามกับพนักงานที่คิดว่าโบนัสที่ตนได้รับอยู่ในระดับต่ำกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

          ผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิดเรื่องโบนัสระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับองค์กรของตนเองเมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน มีพนักงานที่ตอบแบบสอบถามไม่ถึงครึ่งที่คิดว่าพวกเขาได้รับโบนัสน้อยกว่าบริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดย 43% ของพนักงานที่ตอบแบบสอบถามคิดว่าโบนัสที่พวกเขาได้รับเป็นอัตราใกล้เคียงกับบริษัทอื่น ๆ ขณะที่กว่า 11% เชื่อว่าบริษัทของพวกเขาจ่ายโบนัสมากกว่าบริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

          โดยปกติแล้วองค์กรในประเทศไทยมักจ่ายโบนัสแก่ลูกจ้างในช่วงปลายปี  โดยช่วงเวลาในการจ่ายโบนัส (ทั้งบริษัทที่มีการการันตีโบนัสและไม่การันตีโบนัส) โดยช่วงเดือนธันวาคมนั้นเป็นช่วงที่มีการจ่ายโบนัสมากที่สุด รองมาคือช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการจ่ายโบนัสพนักงานสูงสุด

          ลูกจ้างในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอสังหาริมทรัพย์ได้รับโบนัสก้อนใหญ่กว่ากลุ่มอื่น ๆ ตามมาด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เครื่องกล และเคมีภัณฑ์ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มีการรันตีการจ่ายโบนัสพนักงานในปีนี้สูงกว่า 4 เดือน

          อุตสาหกรรมยานยนต์และอสังหาริมทรัพย์ยังคงนำกลุ่มอื่น ๆ ในการจ่ายโบนัสที่คำนวณจากการพิจารณาตามผลงาน อุตสาหกรรมเหล่านี้รวมถึงกลุ่มการเงิน ปิโตรเคมีและเครื่องกลยังจ่ายโบนัสแบบพิจารณาตามผลงานเป็นสัดส่วนค่าจ้างสูงกว่า 4 เดือน

          นอกจากนั้นรายงานยังแสดงให้เห็นว่าลูกจ้างมีการใช้จ่ายโบนัสที่ได้รับกันอย่างไร 34% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าจะเก็บออมสะสมโบนัส  ในขณะที่ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามจะนำไปชำระเงินกู้หรือชำระหนี้บัตรเครดิต (คิดเป็น 25%) หรือนำไปลงทุนในประกัน หุ้น อสังหาริมทรัพย์และพันธบัตร (25%)  และกลุ่มที่เหลือนำโบนัสไปใช้จ่ายซื้อของที่อยากได้หรือนำไปใช้จ่ายตามที่ตัวเองต้องการ (12%)

ผลสำรวจการจ่ายโบนัส

โบนัสมีผลกับการรักษาลูกจ้างไว้กับองค์กร

          ลูกจ้างส่วนใหญ่ (71%) นำโบนัสที่ได้รับมาพิจารณาเป็นเหตุผลในการทำงานต่อกับองค์กรปัจจุบันและลูกจ้างจำนวนมากก็พร้อมจะเปลี่ยนงานไปที่อื่น หากนายจ้างปัจจุบันจ่ายโบนัสน้อยกว่าหรือถ้าได้รับข้อเสนอโบนัสที่ดีกว่าจากบริษัทอื่น ๆ

          หากนำปัจจัยนี้มาพิจารณา องค์กรควรพิจารณาการให้โบนัสที่เป็นทั้งการให้รางวัลและที่แข่งขันได้กับผู้ประกอบการอื่น ๆ หลาย ๆ บริษัทควรตัดสินใจเรื่องการให้โบนัสที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกับอุตสาหกรรมของตน การให้ความมั่นใจกับลูกจ้างว่าโบนัสที่จ่ายอยู่ในระดับเดียวกับบริษัทอื่นจะทำให้องค์กรไม่เพียงแต่รักษาพนักงานปัจจุบันไว้ได้แต่ยังคงดึงดูดคนที่มีความสามารถหน้าใหม่ ๆ เข้ามาร่วมงานได้จากข้อเสนอโบนัสที่ดึงดูดใจ

          อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากโบนัสแล้วองค์กรควรเพิ่มเติมปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยรักษาพนักงานไว้ได้ แม้ว่าสวัสดิการ ค่าตอบแทนและโบนัสยังเป็นปัจจัยหลักที่ผู้สมัครนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะทำงานต่อกับนายจ้างปัจจุบันหรือไม่ ทั้งนี้ในปัจจุบันลูกจ้างนำปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความสำคัญพอ ๆ กันมาร่วมพิจารณาเพื่อตัดสินใจอนาคตการทำงานของตนเองด้วยอาทิ โอกาสในการเติบโต การฝึกอบรม สิ่งแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออำนวยและอื่น ๆ และจากนี้ไปผู้ประกอบการควรคำนึงและตระหนักถึงการสรรหาผู้สมัครงานให้เพียงพอทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากที่พนักงานลาออกหลังได้รับโบนัส

โอกาสยังคงเป็นของผู้สมัคร

          เป็นที่น่าสังเกตุได้อย่างชัดเจนว่าตำแหน่งงานที่มีค่าตอบแทนและโบนัสสูงยังคงเป็นกลุ่มใหญ่ของอุตสาหกรรม (คิดเป็น 31% ของลูกจ้างได้รับโบนัสเฉลี่ย 2-4 เดือนทุกปี) นี่เป็นโอกาสที่ใหญ่มากสำหรับผู้สมัครที่มองหาตำแหน่งหน้าที่การงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดึงดูดใจกว่า

          หากผู้สมัครงานวางแผนจะไขว่คว้าโอกาสการได้งานที่ดีนั้นต้องเตรียมตนเองให้เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ความสามารถที่จำเป็นประกอบกับทักษะที่เอื้อให้ค้นพบงานที่ดีกว่าในเวลาที่ตนเองต้องการ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มงาน การรู้ว่าอุตสาหกรรมกลุ่มไหนให้ผลตอบแทนดีที่สุดให้โอกาสมากมายแก่ผู้สมัครหน้าใหม่  ดังที่กล่าวข้างต้นอุตสาหกรรมบางกลุ่มให้โบนัสสูงถึงสี่เดือนในแต่ละปี

          หากผู้สมัครงานที่กำลังตั้งใจหางานใหม่ที่ใหม่และได้โบนัสที่ดีกว่าสามารถเปิดโอกาสการค้นหาตำแหน่งงานและโอกาสใหม่ ๆ ได้จาก jobsDB Mobile App หรือแม้แต่ผู้ที่มองหาโอกาสดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาก็สามารถอัปเดตโปรไฟล์เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ค้นหาคุณและหางานในฝันให้ตรงใจคุณ

          การสำรวจโบนัสประจำปี 2015 ของ jobsDB ประเทศไทยจัดทำขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2558 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเป็นพนักงานในองค์กรจำนวน 5,819 คน ที่ครอบคลุมหลากหลายตำแหน่งหน้าที่และอุตสาหกรรม ตั้งแต่พนักงานระดับต้นไปจนถึงผู้อำนวยการ รองประธานอาวุโส ประธาน และมีผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มนายจ้างหรือผู้ประกอบการจำนวนทั้งสิ้น 271 บริษัทจากหลากหลายอุตสาหกรรม

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

jobsDB อัปเดตแอพพลิเคชั่นหางานบนโทรศัพท์มือถือเวอร์ชั่นล่าสุด

jobsDB เผยผลสำรวจ 5 ปัจจัยที่ส่งผลให้คนทำงานมีความสุขและไม่มีความสุขกับการทำงาน