เปลี่ยนความคิดแค่น้อยนิดเพื่อให้ชีวิตทำงานดี๊ดีมากกว่าเดิม

          “ถ้าคุณเลือกทำงานที่คุณรัก คุณจะรู้สึกเหมือนว่าคุณไม่ได้กำลังทำงานอยู่เป็นคำกล่าวที่เราได้ยินมานานแสนนาน เสมือนหนึ่งคติประจำใจให้ใครหลาย ๆ คนได้ยึดถือเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกงาน เลือกอาชีพที่จะใช้ดำรงชีวิต

          แน่นอนว่าคำกล่าวนี้คือความจริงอย่างที่สุด แต่…..ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเลือกงานได้อย่างที่ใจต้องการ ส่วนหนึ่งก็เป็น เพราะตลาดแรงงานไม่ได้มีตำแหน่งมากเพียงพอกับแรงงานหน้าใหม่ ๆ ที่จบออกมาในแต่ละปี ไหนจะปัญหาโลกแตกของหนุ่มสาวหน้าใหม่วัยทำงานที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานประเภทไหน ไม่รู้จะทำอะไรดี จะว่าไปก็ไม่ใช่แค่น้องใหม่วัยเฟรชชี่เริ่มทำงานเท่านั้นหรอกค่ะที่เจอ รุ่นพี่ซีเนียร์ทำงานมาหลายปีบางคนยังหาตัวเองไม่เจอมีถมไปค่ะ

          จะว่าไปมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาในที่ทำงานด้วยสาเหตุคล้าย ๆ กันถ้าไม่เป็นปัญหาจากเนื้องานก็จะเป็นปัญหาจากภาวะแวดล้อมทั้งหัวหน้าไม่เก่ง ไม่สนับสนุน ไม่สอนงานเน้นสั่งอย่างเดียว การเมืองภายในน่าหนักใจไม่ไหวจะเคลียร์ ทำงานหนักสายตัวแทบขาดแต่เงินที่ได้น้อยนิดเดียว ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาขึ้นหิ้งที่เหล่าคนวัยทำงานไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหนต่างก็ต้องประสบพบเจอกันทั้งนั้น

          แต่หลายคนก็ผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ รู้ไหมคะว่าทำไม เข้ามาใกล้ ๆ ค่ะ jobsDB เรามีเคล็ดลับที่จะทำให้การทำงานของคุณมีความสุขมากขึ้นมาบอกกัน !!!

แค่เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน

  • มองด้วยความเป็นจริง มันคือสิ่งที่ทุกคนต่างก็พบเจอ

          เพราะคนเราก็ต้องทำงานกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทำงานในองค์กรใหญ่โต บริษัทขนาดเล็ก หรือแม้แต่เจ้าของกิจการน้อยใหญ่ ล้วนแล้วแต่ต้องเจอปัญหาในการทำงานทั้งนั้น ไม่งานหนัก งานยาก ก็ต้องเจอปัญหาคนที่ร่วมงานด้วย หากมัวแต่มานั่งนอยด์สติแตกว่าทำไมมีแต่ปัญหาเกิดขึ้นรอบตัวจะกลายเป็นว่าเราโดนความเครียดรุมเร้าไปเท่านั้นเอง ฉะนั้นแล้วปรับความคิดเสียใหม่ให้มองว่าไม่ว่าจะไปที่ไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาเกิดขึ้นทั้งสิ้น ถ้าเรารับได้มองด้วยความเป็นจริง ตั้งสติ รับมือกับปัญหาที่เกิดก็ช่วยให้การทำงานผ่านไปได้ดีกว่ามานั่งจิตตกกับปัญหาที่เกิดขึ้น

มองให้สนุก ทุกปัญหาคือความท้าทาย

          ยิ่งน้องใหม่วัยเริ่มทำงานด้วยแล้ว การมานั่งกุมขมับรับไม่ได้กับปัญหาในที่ทำงานคือสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ในรั้วมหาวิทยาลัยเราอาจจะลงทะเบียนเรียนใหม่ได้ แต่ในการทำงานเราไม่มีโอกาสได้แก้ตัวกันบ่อย ๆ เมื่อใดก็ตามที่เจอปัญหาในที่ทำงานให้มองว่านี่คือโจทย์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย มองหาต้นเหตุของปัญหาให้เจอ ประเมินว่าจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้าง หากวิธีแก้ไขอยู่ที่ระบบขององค์กรซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ อย่าเพิ่งถอดใจลองหาทางออกสำรอง

          เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นดู หากเกินกำลังของคุณเองให้ลองปรึกษาหัวหน้างานพร้อมแสดงออกถึงความจริงจังที่คุณอยากแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วอย่าลืมเก็บเกี่ยวเอาปัญหาในครั้งนี้เป็นบทเรียน เพื่อจะได้เตรียมรับมือกับปัญหาในคราวหน้า เชื่อเถอะพวกปัญหายุ่งยากหยุมหยิมในออฟฟิศที่หลายคนเบือนหน้านี้เหล่านี้ล้วนเป็นบททดสอบที่จะทำให้คุณแกร่งและโตขึ้นในภายหน้าได้ดีนักเชียว

  • มองที่ทำงานใหม่ให้เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่

          เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบงานไหนกันแน่ การทำงานแต่ละที่นั้นล้วนเป็นเสมือนห้องเรียนที่คุณจะได้เรียนรู้ทำความเข้าใจว่าคุณต้องการอะไรและอยากทำงานแบบไหนกันแน่ หลาย ๆ เรื่องไม่มีสอนในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัย แต่การทำงานสามารถสอนเรื่องเหล่านั้นได้ไม่เฉพาะแค่เรื่องการทำงานเท่านั้น แต่ยังหมายถึงเรื่องอื่น ๆ ทั้งการเข้าสังคม การอ่านลักษณะคน การเลือกคบคน การเข้าหาคนอื่น

          หลายคนจบสายศิลป์มาพอก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริง ๆ กลับได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องบริหารจากการทำงานร่วมกันกับฝ่ายต่าง ๆ ขององค์กร แม้จะไม่ได้รู้ละเอียดมากนัก แต่ก็ช่วยให้คุณมีความรู้เพิ่มเติมได้ไม่น้อยทีเดียว

  • มองอนาคตอย่าให้จบแค่ทำให้เสร็จ ๆ ไป

          หนุ่มสาววัยเพิ่งเริ่มทำงานหลายคนอาจจะตื่นเต้นกับโลกใบใหม่ในที่ทำงานทำให้สนุกสนานหรือยุ่งหัวปั่นจนลืมวางเป้าหมายในชีวิตตัวเองไป ขอบอกเลยว่าการทำงานโดยที่คุณไม่วางแผนอนาคต ไม่วางเป้าหมายในชีวิตมันคือความล้มเหลวอย่างที่สุด

          หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานไหนกันแน่ ได้แต่ทำงานที่อยู่ตรงหน้าให้มันเสร็จ ๆ ไปสิ้นเดือนก็รอรับเงินเดือน แล้วก็นั่งทำงานอย่างเหี่ยว ๆ ให้เสร็จไปวัน ๆ วนเป็นลูปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เคยหันมาวางเป้าหมายให้ตัวเองเลย

แก้ปัญหาในการทำงาน          บางคนตั้งเป้าหมายง่าย ๆ ระยะสั้น ๆ เช่นจะทำงานภายใน 2 ปีมีเงินเก็บ xxxxx บาทหรือภายใน 3 ปีจะต้องรู้ให้ได้ว่าระบบการทำงานพีอาร์เป็นอย่างไร เมื่อคุณวางเป้าหมายเช่นนี้ได้แล้ว คุณจะรู้ว่าในตอนเช้าที่คุณตื่นมาคุณจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้เข้าถึงเป้าหมายนั้น ๆ ได้ถือเป็นแรงกระตุ้นให้คุณทำงานได้อย่างสนุกมากขึ้นไม่น้อย

          เห็นไหมคะ แค่เราเปลี่ยนความคิดในการทำงานเพียงเล็กน้อยการทำงานในห้องสี่เหลี่ยมกว่า 8 ชั่วโมงของคุณก็มีความสุขขึ้นมาได้แล้ว และนี่ก็คือเรื่องจริงที่รุ่นพี่ซีเนียร์หลาย ๆ คนใช้เป็นอาวุธลับในการรบรากับสารพันปัญหาร้อยแปดในที่ทำงานและได้ผลมาแล้ว

ภาพประกอบ :  jesadaphorn เว็บไซต์ freedigitalphotos.net

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จับ 5 สัญญาณเมื่อคุณไม่แฮปปี้กับงาน

การสร้างความสุขในที่ทำงาน