การสร้างสรรค์การขาย

          การที่จะขายให้เฮงๆ รวยๆ ได้ จะต้องเริ่มด้วยการฝึกคิด โดยย่อวิธีคิด มี 6 แบบกล่าวคือ 1. คิดย้อนศร 2. คิดแล้วเป็นไปไม่ได้ 3. คิดหลายขยัก 4. คิดเชิงบวก 5. คิดเป็นเหตุเป็นผล และ 6. คิดนอกกรอบ

          มีเรื่องหลายเรื่องเกี่ยวกับการสร้างสรรค์การขายจะนำมาเล่าให้ฟัง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ได้ยิน ได้ฟังจากบนท้องถนน ในมหานครนิวยอร์กล้วนๆ

          เรื่องแรกที่พิสูจน์ได้ชัดเจนคือ ฝรั่งที่ได้รับยกย่องว่าทั้งเก่ง ทั้งเฮง ส่วนใหญ่คนเหล่านี้ ไม่ได้มั่งมีเงินทองตั้งแต่เกิด พ่อแม่ยากจน แต่ที่ต่อสู้สร้างตัวจนสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะเริ่มจาก “กล้าคิดกล้าทำ” ไม่ใช่คิดแต่ “อิจฉาริษยาเลื่อยขาเหยียบตาปลา”

วิธีสร้างสรรค์การขาย          บางคนเฮงเพราะ “คิดย้อนศร” นักขายที่จะเฮงแบบนี้ ต้องคิดไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องทั่วไปคิด เว็บไซต์ชื่อ www.amazon.com เกิดเพราะเด็กหนุ่มๆ 2 คนกล้าคิดย้อนศร แทนที่จะลงทุนสร้างตึก ซื้อหนังสือเข้าร้าน เงินจมกับสต็อกหนังสือและค่าก่อสร้าง พวกเขากลับใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตลาดขายหนังสือและเริ่มจากกลุ่มลูกค้าที่ความจำเป็นบังคับให้ซื้อตำราเรียนอ่าน

          ฝรั่งที่กล้า “คิดย้อนศร” ทำให้เว็บไซต์อะเมซอนโด่งดังเป็นพลุแตก ผลคือร่ำรวยทันตาเห็นมีเงินเป็นพันล้านตั้งแต่อายุแค่ยี่สิบปีเศษๆ ไม่ต้องรอให้ “แก่เพราะความรู้ เฒ่าเพราะอยู่นาน” เหมือนบ้านเรา ติดกับระบบราชการ ตอกบัตรทำงาน ใครที่ติดระบบ “ตอกบัตร” ทำงานเป็นเวล่ำเวลาไม่กล้า “คิดย้อนศร” รวยยาก ตัวอย่างมีแยะในบ้านเรา มากเสียจนน่าตกใจว่าจะแข่งชาติอื่นได้อย่างไร?

          อีกประเภท ฝรั่งที่กล้า “คิดแล้วเป็นไปไม่ได้” คนที่กล้าคิดแบบนี้ ต้องเรียกว่า “นายแน่มาก” มีฝรั่งนายหนึ่งอยู่นิวยอร์กเหมือนกัน อายุแค่ยี่สิบปลายๆ จบปริญญาตรีมาแล้ว คนอื่นชวนทำงานแถววอลสตรีท ใส่สูทหรูๆ พี่แกกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ฝรั่งมองว่า “คิดแล้วเป็นไปไม่ได้” โดยเก็บขยะมาขาย บ้านเรามีวงษ์พาณิชย์ เราอาจรู้สึกไม่แปลก แต่สำหรับฝรั่งเมืองนิวยอร์ก การที่คนๆ หนึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยชั้นนำของมหานครนิวยอร์กแล้วเดินหันหลังให้งาน ออฟฟิศเป็นเรื่อง unbelievable เหลือเชื่อ น่าทึ่ง วันนี้เด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งอายุสามสิบต้นๆ มีเงินแล้วหลายร้อยล้านบาทเพราะนั่งคิดนั่งขาย “ขยะ” ซึ่งเป็นอาชีพน่ารังเกียจขยะแขยงของคนหนุ่มสาวในมหานครนิวยอร์ก

          ฝรั่งวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง “คิดหลายขยัก” คนกลุ่มนี้คิดแล้วคิดอีก คิดซ้ำคิดซ้อน ผลที่สุด เกิดธุรกิจแนวใหม่อิงกระแส “เทคโนโลยี” ไม่ว่าจะเป็นไบโอเทคโนโลยี นาโนเทคโนโลยี หรืออินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี คนเหล่านี้ อายุอานามไม่มากครับ แค่ยี่สิบปลายๆ บางบริษัทมีคนทำงานแค่ 9 คนแต่ยอดขายวัคซีนกันโรคทะลุเป้าได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท บางคนขายสินค้าไฮเทคเช่น เกมส์คอมพิวเตอร์ ทำงานแค่ 2-3 คน ได้เงินเป็นพันๆ ล้านบาทเหมือนกัน นักวิจัยหนุ่มสาวบางคนคิดอาหารเสริมจนโด่งดัง แต่เชื่อผมหรือไม่ว่าโอกาสที่จะเกิด “วิตามินรวม” “น้ำมันปลา Omega3” หรือเครื่องสำอางชั้นนำระดับโลกอย่าง “Shisedo” ยากครับ เพราะบ้านเรา ไม่มีวัฒนธรรมใจกว้างส่งเสริมหรือปั้น “คนเก่ง” นอกจาก “เด็กในคาถา”

          ฝรั่งอีกกลุ่มหนึ่ง “คิดเชิงบวก” คนกลุ่มนี้มองโลกในแง่บวก ในมหานครนิวยอร์กมีคนเดินตามถนนจำนวนมาก วันสองวันนี้ผมไปเดินเล่นแถว Museum of Modern Arts บนถนน 5th Avenue มหานครนิวยอร์ก เห็นการแสดงศิลปะของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่แล้วรู้สึกชื่นชมที่พวกเขาคิดแล้วขาย ได้เป็นเงินหลายล้านบาท ครั้นพอมองกลับบ้านเราแล้วใจแป้ว คนที่จะทำผลงานในระดับเลี้ยงตัวรอดอย่างเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หรือถวัลย์ ดัชนี ยังมีจำนวนแค่หยิบมือ ธุรกิจอย่างกาแฟ Starbucks ขยายธุรกิจจนเกลื่อนเมืองนิวยอร์ก ผมสงสัยซักถามคนหนุ่มสาวที่ซื้อแฟรนไชส์มาขาย พวกเขามองโลกในแง่บวกว่า คนเราเสียใจก็กินกาแฟ กลุ้มใจก็กินกาแฟ เชื่อไหมว่าตอนนี้กาแฟ “สตาร์บัคส์” กำลังฮิตและฮอตที่มหานครนิวยอร์กขณะนี้

          ฝรั่งอีกกลุ่มหนึ่ง กล้า “คิดเป็นเหตุเป็นผล” คนพวกนี้ต้องดูที่โน่นแหละครับ ตลาดหุ้นแห่งมหานครนิวยอร์ก ล่าสุดฝรั่งที่วอลสตรีทจับมือกับทางยุโรปค้าขายหุ้นเป็นพันธมิตรกัน เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าพวกเขาก็ไม่สนใจ หวังว่าวันหนึ่งเศรษฐกิจก็จะดีในที่สุด GE เป็นบริษัทเดียวของโลกในรอบร้อยปีที่มีอัตราเติบโตเชิงบวกตลอดเพราะผู้บริหารกล้าคิดกล้าทำเป็นเหตุเป็นผล กล้าเปลี่ยนแปลง กล้านำความเห็นลูกค้าและพนักงานมาปรับปรุงสินค้าและบริการตลอดเวลา

          สุดท้ายกล้า “คิดนอกกรอบ” ร้านหนังสือ Barns and Noble ในมหานครนิวยอร์ก หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วได้ผู้บริหารคนหนุ่มสาวไฟแรงวัยสามถึงสี่สิบปีเศษ คนเหล่านี้กล้าคิดนอกกรอบจากเดิมเน้นขายหนังสืออย่างเดียวก็ปรับโฉมร้านใหม่ มีร้านกาแฟสตาร์บัคส์และขายซีดี ดีวีดี และไม่เปิดหน้าร้านขายอย่างเดียวแต่ยังขายสินค้าออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย ผลก็คือ “รวยไม่เลิก”

          เพื่อนๆ นักขาย.. มองมาบ้านเรา เห็นแต่ “ขิงแก่” “ขิงเหี่ยว” “ขิงเน่า” “ขิงเหม็น” แล้วคิดว่า “วิกฤต” คือโอกาสของเพื่อนๆ บางที “ขิงเน่า” ก็เปิดโอกาสให้ท่าน “แจ้งเกิด” ได้ไม่ยาก ขอให้เพื่อนๆ นักขายนำข้อคิดเหล่านี้ไปใช้ประกอบการขายเพื่อ “เฮงๆ รวยๆ รวยไม่เลิก” แน่นอน

ที่มา : www.sumret.com

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สร้างความแตกต่างให้กับนักขาย

มุมมองใหม่ของชีวิตนักขาย “ความสำเร็จ VS ความล้มเหลว”