ตัดสินใจเปลี่ยนงานใหม่ เตรียมตัวอย่างไร

เตรียมตัวเปลี่ยนงาน

          “การเปลี่ยนแปลงเชื่อว่าคำนี้เป็นคำที่หลาย ๆ คน ค่อนข้างเป็นกังวล เพราะเราไม่รู้นี่คะว่า ถ้าเปลี่ยนแล้ว มันจะดีกว่า หรือว่าจะแย่ลง แต่คุณรู้ไหมว่า ที่น่ากลัวกว่าการเปลี่ยนแปลง ก็คือการที่เราไม่กล้าเปลี่ยนอะไรเลย โดยเฉพาะคนที่อยากจะเปลี่ยนงาน บางคนคิดอยู่เป็นปี ว่าจะ ว่าจะ แต่ก็ไม่กล้าเปลี่ยนมัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่ ชีวิตก็เลยย่ำอยู่กับที่ ไม่มีสีสัน ไม่เจอความท้าทายใหม่ ๆ ใกล้ปีใหม่แบบนี้ ถึงเวลาตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะเอาอย่างไรดี วันนี้ jobsDB ก็เลยจะมาชวนคุยว่า หากเราจะเปลี่ยนงานใหม่เราต้องเตรียมอะไรบ้าง

1. เราชอบงานใหม่มากกว่างานเก่าจริงหรือ?

          นี่เป็นสิ่งแรกที่อยากให้คุณทบทวน นี่เป็นคำถามที่คุณต้องพินิจให้ดีเลยละว่า การที่คุณจะเปลี่ยนงานนั้น เพราะคุณเบื่องาน เบื่อคน หรือว่าเบื่ออะไร เพราะหลายคนเปลี่ยนงานเพียงเพราะแค่เบื่อหรือแค่หนีปัญหาจากที่ทำงานเก่า ถ้าคุณเปลี่ยนงานเพราะเหตุผลเหล่านี้ บอกเลยค่ะ ว่านั่นคือสิ่งที่จะทำให้คุณจะล้มเหลวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะทุกที่ล้วนมีปัญหา มันจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่วิ่งหนีปัญหาไปเรื่อย ๆ ทางที่ดี คุณควรเปลี่ยนงาน ด้วยเหตุผลที่ว่า งานใหม่ท้าทายกว่า งานใหม่ใช่กว่า ชอบกว่า ตรงใจกว่า แบบนี้มันจะทำให้คุณมีพลัง มีไฟ ที่จะทำงานแบบไม่มีที่สิ้นสุดเลยละ

2. เตรียมตัวเปิดใจรับงานใหม่ รับกับสไตล์เจ้านายที่เปลี่ยน

          เมื่อมั่นใจแล้วว่าคุณจะไปที่ใหม่แน่ ๆ คุณก็ต้องเตรียมเปิดใจรับกับสไตล์การทำงานของเจ้านายหรือหัวหน้าคนใหม่ของคุณด้วย อันนี้สำคัญมาก ๆ เพราะหลังจากที่คุณคิดแล้วคิดอีกว่างานใหม่ใช่จริงหรือ แล้วต่อให้คำตอบจะใช่ คุณตัดสินใจจะเปลี่ยน แต่คุณลืมที่จะเปิดใจให้กับ สไตล์การทำงานของที่ใหม่นั้นจบเลยนะคะ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่า วัฒนธรรมองค์กรที่คุณกำลังจะเข้าไปเจอนั้นจะแตกต่างจากสิ่งที่คุณเคยเจอมาอย่างไรบ้าง สไตล์การสั่งงานของเจ้านายอาจจะผิดไปจากเดิมที่คุณเคยพบ บางคนเคยเจอเจ้านายที่สั่งงานแบบนุ่ม ๆ อ่อนหวาน แต่ที่ใหม่ เจอเจ้านายที่กระฉับกระเฉง รวดเร็ว พูดจาห้วน ๆ ก็อาจจะช็อคถ้าคุณไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ดังนั้น เตรียมตัวและเตรียมใจ นอกจากจะเปลี่ยนงาน คุณอาจจะต้องเปลี่ยนสไตล์การทำงานให้เข้ากับนายใหม่ของคุณด้วยนะคะ

3. เตรียมตัวเปิดรับสังคมใหม่ ๆ

          เปลี่ยนงาน เปลี่ยนเจ้านายหรือหัวหน้า และแน่นอน เปลี่ยนสังคม ดังนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องเตรียมตัวก็คือ เตรียมเปิดรับสังคมใหม่ เพราะต้องยอมรับว่า สังคมในที่ทำงานนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เรามีพลังในการสร้างงาน ถ้าเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับคนในสังคมที่ทำงานได้เร็ว นั่นถือเป็นความโชคดีอันดับต้น ๆ เราไม่ได้บอกให้คุณเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนคนอื่นจนสูญเสียความเป็นคุณ แต่การปรับบางอย่างเพื่อให้ลงล็อคนั้นก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร เช่น ลองดูว่าเพื่อนร่วมงานทานข้าวกันที่ไหน ถ้าคุณไม่ลำบากเกินไป ก็ไปทานกับเขา เขาสนใจเรื่องอะไร กำลังพูดคุยประเด็นไหน ก็ลองแชร์ข้อมูลที่คุณมีบ้าง เพื่อความมีอรรถรส และเมื่อคุณและคนในที่ทำงานสนิทสนม เข้ากันได้ มันก็เป็นการลดช่องว่างเรื่องการสื่อสารในองค์กรไปได้เยอะเลยละ

4. เตรียมรับมือกับ ไลฟ์สไตล์ของคุณเองที่กำลังจะเปลี่ยน

          เมื่อเช็คหลาย ๆ อย่างรอบด้านแล้วว่าคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนไปทำงานที่ใหม่แน่ ๆ  สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มอีกนิด เพราะเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจชะล่าใจ นั่นก็คือ ไลฟ์สไตล์ของคุณกำลังจะเปลี่ยนไปด้วย เพราะเปลี่ยนงานไม่ต่างจากการย้ายบ้าน นั่นหมายความว่า ที่ใหม่ มันจะทำให้คุณมีวิถีชีวิตที่ต่างไปจากเดิม เริ่มตั้งแต่เวลาในการตื่น วิธีการเดินทาง สภาพแวดล้อมที่คุณจะต้องใช้ชีวิตบริเวณรอบ ๆ เวลาในการกลับบ้าน สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเราคิดดูดี ๆ มันส่งผลกระทบหลายอย่างเหมือนกันนะ อย่างแรก ๆ อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปมันทำให้คุณต้องคำนวณการใช้จ่ายในแต่ละวันใหม่ทั้งหมด และอีกอย่างนั่นก็คือ เรื่องของคนใกล้ชิดบางคนโชคดีเปลี่ยนงานแล้วมีเวลาให้คนใกล้ชิดมากขึ้น สะดวกในการนัดพบปะพูดคุยมากขึ้น แต่ถ้าไม่ละ คุณก็ต้องเตรียมตัวในเรื่องนี้ด้วย

5. เตรียมตัวบอกลาที่ทำงานเก่า

          เมื่อคุณเตรียมตัวทุกอย่างจนมั่นใจแล้วว่า ยังไงก็เลือกงานใหม่แน่ ๆ คราวนี้ก็มาถึงการบอกลาที่ทำงานเก่าแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่จริง ๆ แล้วไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะชีวิตเรา เรามีสิทธ์เลือกอยู่แล้ว แต่การบอกลาที่ทำงานเก่ามันกลับกลายเป็นเรื่องหนักใจของใครหลาย ๆ คน อาจจะด้วยพื้นฐานของคนไทย มีนิสัยขี้เกรงใจ เราก็เลยเกรงใจที่จะพูดว่าเราจะไปทำงานที่ใหม่ และความเกรงใจนี่แหละ ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจผิด เลือกใช้วิธีหักดิบในการลาออกแบบกะทันหัน แต่ที่จริงเมื่อคุณรู้ว่าคุณจะไปทำงานที่ใหม่ คุณควรเลือกที่จะคุยกับหัวหน้าแบบส่วนตัวก่อนที่จะยื่นใบลาออก คุยเพื่อชี้แจงเหตุผลถึงการลาออก คุณอาจจะใช้คำว่า คุณขอโอกาสไปลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ พูดคุยในเชิงปรึกษา แต่ลึก ๆ แล้วจุดยืนของคุณก็คือการลาออกไปทำงานที่ใหม่นั่นแหละ เชื่อว่าวิธีนี้เป็นการบอกลาที่จบสวยแน่ ๆ คุณไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งคุณจะกลับไปที่เก่าอีกหรือไม่ แต่การรักษาความสัมพันธ์ไว้นั้นดีที่สุดนะจ๊ะ

          jobsDB เชื่อว่าคนจะก้าวหน้า ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นใครที่ลังเลใจว่าคุณควรเปลี่ยนงานใหม่หรือไม่ ลองทบทวนดูให้ดี ๆ หลายครั้งที่การเปลี่ยนแปลงนำโอกาสดี ๆ มาให้ ขอให้มั่นใจและเต็มที่กับทุกโอกาสนะคะ

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คำถามสัมภาษณ์งาน ทำไมถึงเปลี่ยนงาน ถ้าไม่มีความสุขกับที่ทำงานเก่า ตอบอย่างไร

คนทำงานมีความสุขมากขึ้นหลังจากเปลี่ยนงาน