คุณเครียดกับการทำงานมากไปหรือเปล่า

          เราทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าความเครียดที่มากจนเกินไปนั้นสามารถส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจมากมาย ในการทำงานนั้นไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องเผชิญกับความเครียดเข้าสักวัน  แต่ความเครียดที่น่ากลัวนั้นไม่ได้มีแต่ภาวะเครียดที่เกิดขึ้นทันทีและเห็นได้ชัดเจน (Acute Stress) เท่านั้น การตกอยู่ในภาวะเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว (Chronic Stress) ต่างหากที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนทำงานอย่างเรา ๆ เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่มักจะหาสาเหตุแน่ชัดไม่ค่อยได้กันมานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นโรคปวดหัว ไมเกรน ความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคแผลในกระเพาะอาหารเป็นต้น  ดังนั้นเพื่อรักษาร่างกายและจิตใจของเราให้พร้อมลุยงานไปได้นาน ๆ ลองมาสังเกตสัญญาณต่าง ๆ ของความเครียดและรีบแก้ไขก่อนที่จะต้องไปเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลารักษากันดูดีกว่าค่ะ

อาการทางร่างกาย

          ความไม่สบายตัวต่าง ๆ คือสัญญาณเบื้องต้น อะไรก็ตามที่คุณไม่เคยมีอาการมาก่อนแต่พักหลังมานี้กลายเป็นอาการประจำตัวของคุณไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท้องเสีย ท้องผูกเรื้อรัง อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หายใจไม่ทั่วท้อง ใจสั่น มือเย็น ไม่มีแรง หากเป็นมากเข้าก็จะเริ่มมีอาการโรคต่าง ๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้นได้เช่นกันค่ะ

อาการทางจิตใจและอารมณ์

          อารมณ์ของคนเครียดสะสมจะขาดความมั่นคง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและค่อนข้างเป็นอารมณ์ที่รุนแรงหรือสุดโต่ง บางคนอาจจะกลายเป็นคนใจร้อน ฉุนเฉียว พร้อมระเบิดอารมณ์ใส่ทุกคนรอบข้างตลอดเวลา และตรงกันข้ามหลาย ๆ คนอาจมีพฤติกรรมเก็บตัวมากขึ้น อารมณ์อ่อนไหว ร้องไห้ง่าย ซึมเศร้า นอกจากนี้ยังมีอาการโดยรวมอย่างการขาดสมาธิ จิตใจกระสับกระส่าย ฟุ้งซ่าน ไม่มีแรงบันดาลใจจะทำสิ่งใด  ย้ำคิดย้ำทำ

อาการทางพฤติกรรม

          เช่นเดียวกับอาการทางร่างกาย พฤติกรรมใดที่คุณไม่เคยทำ แต่หลัง ๆ มาเริ่มกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังเผชิญกับความเครียดได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น คุณเริ่มกินเก่งขึ้น หรือกินได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เริ่มหันมาติดเหล้า ติดบุหรี่ ไม่ค่อยอยากเจอใครหรือนอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง

jobsDB ขอแนะนำวิธีในการจัดการกับความเครียดดังนี้ค่ะ

หยุดคิดและเปลี่ยนอิริยาบถ

          เมื่อเริ่มสังเกตพบว่าตัวเองมีความเครียดสะสม คุณควรหยุดคิดเรื่องงานสักครู่เพื่อปล่อยให้สมองและร่างกายที่เหนื่อยล้าได้พักผ่อน วิธีการง่าย ๆ เบื้องต้น คือการเปลี่ยนบรรยากาศให้กับตัวเอง ให้เวลา 5-10 นาที เดินลงไปที่สวนด้านล่าง ลงไปดูน้ำพุที่สระน้ำหน้าตึก ไปซื้อของว่างมารับประทานหรือแม้เพียงแค่เดินไปคุยเล่นกับเพื่อนร่วมงานที่โต๊ะอื่นบ้างจะเป็นการช่วยสมองและจิตใจของคุณผ่อนคลายได้ และยังช่วยให้ได้ยืดเส้นยืดสายเป็นการลดความเหนื่อยล้าทางร่างกายได้อีกด้วย

แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

เครียดกับการทำงาน          ในระยะยาว คุณจะต้องพยายามแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หากงานของคุณมีปริมาณมากเกินไป คุณจะสามารถคุยกับหัวหน้างานได้หรือไม่ ถ้างานยากเกินความสามารถของคุณในตอนนี้ จะหาใครมาช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนเพื่อให้คุณได้มีเวลาไปเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไป หรือถ้ามีปัญหากับเพื่อนร่วมงานจะพูดคุยกับใครให้ช่วยได้ไหม หลายครั้ง ความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคุณขาดการสื่อสารกับผู้คนรอบข้างที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณ อย่าเก็บปัญหาต่าง ๆเอาไว้ในใจคนเดียว อย่างไรก็ตามถ้าคิดว่าความเครียดของคุณพูดคุยกับคนในที่ทำงานไม่ได้ หรือเริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชีวิตจนคุณเองไม่รู้จะจัดการอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างแพทย์หรือนักจิตวิทยาดูบ้าง

          จริง ๆ แล้วความเครียดในปริมาณน้อย ๆ นั้นส่งผลดีกับการทำงาน เพราะจะช่วยกระตุ้นให้คุณตั้งใจทำงานจนสำเร็จ แต่หากในชีวิตประจำวันของคุณมีความเครียดเป็นเพื่อนสนิททั้งในที่ทำงานแล้วยังตามกลับมาที่บ้านด้วยเป็นระยะเวลานาน ย่อมส่งผลเสียกับสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจรวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในชีวิตของคุณได้  อย่าปล่อยให้อาการต่าง ๆ เรื้อรังจนถึงจุดที่คุณรับมือไม่ไหว หมั่นสังเกตตัวเอง แล้วลองปล่อยวางและพักผ่อนบ้างเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะคะ

อย่าพลาดโอกาสได้งานดี มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายรอคุณอยู่ที่นี่ทุกวัน สร้างอีเมลแจ้งงานด่วน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 อาหารสุขภาพคลายเครียด

5 วิธีคิดให้ชีวิตไม่เครียด