เก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างเรียนอย่างไร ให้ก้าวสู่งานที่ใช่ในอนาคต

เก็บประสบการณ์สู่การทำงาน

          น้อง ๆ ที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย รู้หรือเปล่า ว่าตอนนี้เป็นนาทีทองที่น้อง ๆ กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อให้ก้าวสู่งานที่ใช่ในอนาคต สำหรับใครที่คิดว่าเรียน ๆ เล่น ๆ ไม่เห็นเป็นไร แนะนำให้คิดใหม่อีกที เพราะชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยก็เหมือนเป็นโลกจำลองของวัยทำงาน อยากได้งานดี งานที่ใช่ เริ่มต้นง่าย ๆ ระหว่างเรียนนี่แหละค่ะ และ jobsDB ก็มีวิธีเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อให้ก้าวสู่งานที่ใช่ในอนาคตมาฝาก

          1. ต้องหาเป้าหมายให้เจอก่อน ใครรู้ตัวเร็วว่า งานอะไรที่เหมาะ งานอะไรที่ใช่สำหรับตัวเอง ก็จะทำให้การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างเรียนไปได้ถูกทิศถูกทางมากขึ้น สำหรับน้องปี 1 ที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นช่วงเวลามีไฟ เป็นโอกาสดีที่น้องจะถามตัวเองว่า “เป้าหมายและความคาดหวังในอนาคตของน้องคืออะไร?” ส่วนน้องที่อยู่ปี 2 หรือ 3 ก็ควรถามคำถามนี้กับตัวเองบ่อย ๆ เป็นเหมือนการเช็คตัวเองอยู่ตลอด เพราะเมื่อเริ่มเรียน เป้าหมายของเราอาจจะเปลี่ยนแปลงไป เช็คตัวเองบ่อย ๆ จะได้มีเป้าหมายที่แน่นอน จากนั้นก็จะได้โฟกัสให้ตรงจุด

          2. เรียนอย่างเข้าใจ ไม่ใช่เรียนเพื่อให้ได้ “A” หรือ “พอผ่าน” การอยากได้คะแนนดี ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความรู้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าน้องจะต้องจบออกไปทำงานในวิชาชีพต่าง ๆ ต้องอาศัยความรู้ที่ถูกต้องในการแก้ปัญหา เช่น ถ้าน้องเป็นหมอแล้วไม่ได้รู้จริง ๆ เกี่ยวกับวิชาแพทย์ น้องจะไม่สามารถรักษาคนไข้อย่างถูกต้อง เป็นต้น ในแต่ละวิชาที่เรียนจะต้องเข้าใจเหตุผล หลักการ เพื่อน้อง ๆ จะได้ใช้ความรู้ความเข้าใจนั้นกับวิชาชีพของตัวเองให้เป็นประโยชน์ในอนาคต

          3. จำลองโลกการทำงาน อย่างที่บอกในตอนต้นว่า ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยก็เหมือนเป็นโลกจำลองของวัยทำงาน การนั่งเลคเชอร์ก็เหมือนกับการประชุม การทำรายงานก็เหมือนทำชิ้นงานสรุป การนำเสนองานหน้าห้อง ก็ไม่ต่างอะไรกับการขายงานลูกค้า ถ้าเราตั้งใจเรียน ใส่ใจการบ้าน และใส่จินตนาการไปในการเรียน ให้เหมือนว่าเราทำงานอยู่ จะทำให้การทำงานในอนาคตง่ายขึ้น อย่างน้อยก็เพิ่มความมั่นใจ ไม่เสียงเครือ ขาสั่น ในวันที่ต้องขายงานลูกค้าในอนาคตไงละคะ

          4. ห้องสมุดคือขุมทรัพย์ชั้นดี ไม่ใช่ที่แอบหลับ ไม่ว่าน้อง ๆ จะเรียนที่มหาวิทยาลัยอะไร ความรู้ในตำราวิชาที่เรียนก็จะเป็นพื้นฐานไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ ลองคิดดูว่า ในหนึ่งชั้นเรียน ทุกคนเรียนรู้จากอาจารย์ผู้สอนเท่า ๆ กันในห้องเรียน 40 คน หรือเป็น 100 คนก็ตาม แล้วถ้าน้องมีความรู้เยอะกว่าคนอื่น ก็จะพิเศษกว่าคนอื่นทันที การหาความรู้เพิ่มเติมในห้องสมุด ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งมีกำไรกว่าเพื่อนในชั้นเรียน เหมือนเราวิ่งแซงหน้าคนอื่น ในลู่วิ่งเดียวกัน เพื่อเข้าใกล้เส้นชัยงานที่ใช่ในอนาคต

          5. หาที่ฝึกงาน หรือทำงาน Part Time ช่วงปิดเทอม หลาย ๆ คนคิดว่า พอเรียนจบ แค่เขียนเรซูเม่ ให้ดูดีที่สุด เกรดสวย ๆ อัดรวมกับกิจกรรมที่เคยทำทั้งหมดตอนเรียนใส่ลงไป ยังไม่เพียงพอ เพราะจากผลสำรวจที่ทาง jobsDB ได้เคยจัดทำขึ้นเรื่อง สิ่งที่ HR มองหาจากเด็กจบใหม่ พบว่าอันดับแรกที่ HR มองหาจากเด็กจบใหม่คือ “ประสบการณ์การทำงาน” มากถึง 75% ถ้าน้อง ๆ ที่มีประสบการณ์การฝึกงาน หรือทำงาน Part Time มาก่อนรับรองว่ามีโอกาสที่ผู้ประกอบการจะสนใจน้อง ๆ มากกว่าเพื่อนที่เรียนจบมาในรุ่นเดียวกัน การฝึกงานต่าง ๆ นี้ นอกจากช่วยให้น้อง ๆ ได้สัมผัสการทำงานจริงแล้ว ยังทำให้รู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร ได้ Connection คนในวงการ ยังช่วยให้เรามีประสบการณ์มาปรับใช้กับการทำงานจริงได้ ทำให้เราเหนือกว่าเด็กจบใหม่คนอื่น ๆ ด้วยค่ะ

          ประสบการณ์เป็นเรื่องของการสะสม ยิ่งเก็บมากเท่าไหร่ เราจะได้นำออกมาใช้ในอนาคตได้มากเท่านั้น jobsDB เชื่อว่าน้อง ๆ จะใช้ทุกนาทีในระหว่างเรียนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่นะคะ เพื่อในอนาคตน้อง ๆ จะได้ก้าวสู่งานที่ใช่อย่างที่วาดฝันเอาไว้ค่ะ

#icanbebetter

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จบมหาวิทยาลัยไหน หรือเกรดเฉลี่ยสูงก็ไม่สำคัญเท่าประสบการณ์ฝึกงาน

ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยที่ควรใส่ในเรซูเม่