เด็กจบใหม่ ต้องสื่อสารอย่างไรให้ได้งาน

เด็กจบใหม่สื่อสารให้ได้งาน

          การสัมภาษณ์งานนับเป็นปราการด่านแรก ๆ ที่รออยู่สำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเรียนจบใหม่ และกำลังก้าวสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มตัว ฟังดูน่าตื่นเต้นและน่าท้าทายไม่น้อยสำหรับมือใหม่ไร้ประสบการณ์ แต่ก็อย่าได้กังวลจนเกินไป เพราะไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ หากมีสติและการเตรียมตัวที่ดี เด็กจบใหม่อย่างเราก็จะสามารถสื่อสารกับว่าที่นายจ้างได้อย่างน่าประทับใจ…ไม่นกอย่างแน่นอน

          ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์งานส่วนใหญ่มองหาว่าคุณสมบัติเด่นของเด็กจบใหม่คนไหนที่จะฉายแววมากกว่ากันมีอะไรบ้าง

1. เป็นน้ำครึ่งแก้ว (50%)

         ใคร ๆ ก็ชอบคนที่สามารถเปิดรับความรู้ใหม่ ๆ รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และพัฒนาตนเองได้เสมอ เพราะคงไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วจนใส่อะไรเพิ่มเติมไม่ได้ หรือในทางตรงข้ามเป็นน้ำเกลี้ยงแก้วจนทำอะไรไม่เป็นเลยอย่างแน่นอน

2. ทำงานเป็นทีมได้ (50%)

          เพราะการทำงานในองค์กรนั้นต้องอาศัยความร่วมมือและความสามารถของบุคลากรหลาย ๆ ฝ่าย การทำงานเป็นทีมได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของคนทำงานทุกคน

3. มีไฟในการเรียนรู้ (45%)

          อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจของเด็กจบใหม่คือพลังงานที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความขวนขวายใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอ เพราะโลกในยุคปัจจุบัน การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทกับชีวิตของคนเราตลอดเวลา ผู้ที่มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้กับสิ่งต่าง ๆ เท่านั้นที่จะก้าวทันโลก และพัฒนาก้าวหน้าได้อย่างมีศักยภาพ

4. สื่อสาร-ประสานงานได้ (62%)

          ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการสื่อสารนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในโลกของการทำงาน การสื่อสารเป็นตัวเชื่อมโยงทุกหน่วยงานและทุกคนให้มีความเข้าใจและก้าวไปในทิศทางเดียวกัน ทักษะด้านการสื่อสารและการประสานงานจึงเป็นคุณสมบัติที่คนทำงานส่วนใหญ่ควรมี

5. ข้อได้เปรียบด้านภาษา (62%)

          คนที่มีความสามารถในภาษาที่ 2 อย่างภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้สื่อสารเป็นภาษากลางไปทั่วโลก หรือเหนือชั้นไปอีกด้วยภาษาที่ 3 เช่น ภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ ย่อมเป็นบุคคลที่องค์กรต่าง ๆ ต้องการตัวมากที่สุด ยิ่งในปัจจุบันที่การติดต่อสื่อสารไร้พรมแดน การทำธุรกิจต่าง ๆ ต้องสื่อสารกับต่างประเทศมากขึ้นเป็นลำดับ องค์กรก็ยิ่งต้องการคนมีความสามารถด้านภาษามาช่วยงาน เป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม โดดเด่นกว่าผู้สมัครงานคนอื่น ๆ อย่างแน่นอน

6. ทักษะ-ความเชี่ยวชาญเฉพาะ (54%)

          เปรียบเหมือน keyword สำคัญที่สายอาชีพนั้น ๆ จำเป็นต้องมี เช่น ความรู้ด้านการใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิคดีไซน์ ความเชี่ยวชาญด้านระบบ IT การจัดทำบัญชี ฯลฯ

7. พร้อมเริ่มงานได้ทันที

          คำถามที่ผู้สัมภาษณ์งานร้อยละร้อยต้องถามผู้สมัครงานที่เป็นเด็กจบใหม่ก็คือ พร้อมเริ่มงานทันทีได้หรือไม่ ได้ยินคำถามแบบนี้ก็มั่นใจได้ร้อยละ 90 ว่าเป็นสัญญาณที่ดีตอบรับเราให้เข้าทำงานนั่นเอง ทางที่ดีก็ควรตอบว่าพร้อมเริ่มงานทันที ระบุไปว่าสัปดาห์หน้า หรือเดือนหน้า แสดงให้เห็นถึงความพร้อมอย่างที่สุด เพราะถ้าไม่พร้อม นั่นอาจหมายถึงตำแหน่งงานอาจหลุดลอยไปตกเป็นของผู้สมัครงานที่พร้อมเริ่มงานได้ทันทีมากกว่าเรา

          รู้ความต้องการของฝ่ายสัมภาษณ์งานกันแล้ว ที่เหลือก็คือต้องเตรียมตัวทำการบ้านให้ดี เตรียมแนวคำตอบที่สามารถสื่อสารคุณสมบัติข้างต้นออกไปในช่วงเวลาของการพูดคุยสัมภาษณ์งานให้ได้มากที่สุด เสริมด้วยเทคนิคอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรนำไปใช้ในการสัมภาษณ์ เพื่อให้การสัมภาษณ์งานครั้งนี้ดูดีเป็นมืออาชีพแบบสุด ๆ

1. ความประทับใจแรก

          การแต่งกายและบุคลิกภาพเป็นสิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์จะสัมผัสได้จากตัวเรา เด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มักมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง การเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องคุมโทนให้อยู่ในขอบเขตของกาลเทศะที่เหมาะสม ความสุภาพและอ่อนน้อมก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องรักษาไว้ไปตลอดการสัมภาษณ์ แม้ผู้สัมภาษณ์งานจะแสดงความเป็นกันเองกับเรา แต่ก็อย่าเผลอสนุกสนานเป็นกันเองจนเหมือนพูดเล่นอยู่กับเพื่อนฝูง มีอารมณ์ขันได้ แต่ต้องอยู่ในระดับที่พอดีและปล่อยในจังหวะที่เหมาะสม จำไว้ว่าผู้สัมภาษณ์กำลังเก็บทุกรายละเอียด และจับตาดูพฤติกรรมของเราอยู่ เพื่อนำไปประเมินประกอบการตัดสินใจนั่นเอง

2. ตอบคำถามตามความเป็นจริง ไม่อวย ไม่อวด

          ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาตามสิ่งที่เราคิด แต่ต้องคิดอย่างกลั่นกรองแล้ว ค่อยสื่อสารออกมาอย่างเป็นกลาง มีความสมเหตุสมผลอยู่เสมอ  การพูดตามสิ่งที่คิดจะทำให้เราพูดจาฉะฉานโดยอัตโนมัติ และอธิบายเหตุผลสนับสนุนความคิดนั้นได้อย่างคล่องแคล่ว และต้องระวังอย่างตอบเอาใจผู้ฟังมากเกินไป เผื่อโดนถามลงลึกแล้วยิ่งค้านกับความรู้สึก จะเกิดอาการไปไม่เป็นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากไม่อวยแล้ว ก็ต้องไม่อวดเก่ง มั่นหน้ามั่นใจจนเกินงาม ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยผ่านการทำงานมาก่อน มิเช่นนั้นอาจแพ้ภัยตัวเอง แถมยังส่อแนวโน้มว่าอาจเป็นคนอีโก้จัด จนไม่ยอมรับฟังใครอีกด้วย

3. มีสติ ไม่ประหม่า

          ความตื่นเต้นอาจทำให้ความสามารถในการมีสติลดลง สลัดความกังวลทิ้งไป เพราะมันเป็นตัวการทำให้เราประหม่าและตอบคำถามได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่กดดันตัวเองระหว่างการสัมภาษณ์ แม้บรรยากาศจะมาคุ ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ คำถามไหนตอบได้ไม่ดี ให้ปล่อยผ่าน ค่อยตั้งสติรับมือกับคำถามต่อไปจะดีกว่า นอกจากนี้ พึงระวังเรื่องการตอบไม่ตรงคำถาม และการพูดออกนอกประเด็นด้วย ใช้ทุกนาทีในการสัมภาษณ์ให้มีค่า และพยายามสื่อสารข้อความและข้อมูลที่เตรียมตัวไว้ รวมไปถึงสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการคำตอบให้ได้มากที่สุด       

4. เรียกเงินเดือนให้เหมาะสม

          ทางที่ดีไปทำการบ้านมาก่อน ถามผู้มีประสบการณ์ที่ทำงานในสายงานเดียวกับที่เราสมัคร และให้คิดบนพื้นฐานของความสามารถ (แบบไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป) ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องเงินเดือนก็ควรยืดหยุ่นไว้บ้าง ได้ตัวเลขน้อยกว่าที่คาดก็ให้คิดเสียว่า เราทำได้งานที่อยากทำและตรงตามความสามารถ ก็น่าจะคุ้มค่าพอให้เราลองเข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์

          มีเป้าหมายที่จะสื่อสารกับผู้สัมภาษณ์งานให้ตรงจุด โดนใจกันแล้ว ที่เหลือก็แค่ไปทำการบ้าน เตรียมตัวให้ดี ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น เข้าไปฝาก resume ออนไลน์ และอัปเดตโปรไฟล์กับ jobsDB หรือจะเข้าไปอ่านบทความดี ๆ สำหรับเตรียมตัวตอบคำถามสัมภาษณ์ให้ปังที่เว็บไชต์ของ jobsDB  ก็เป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย

#icanbebetter

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

พร้อมแค่ไหน ถามใจดู…เตรียมพร้อมก่อนสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ

คำถามที่ควรถามผู้สัมภาษณ์งาน