มาสาย กับความไม่เป็นมืออาชีพในการทำงานของคุณ

มาสาย มาทำงานสาย ดูไม่เป็นมืออาชีพ

มาสาย มาทำงานสาย

คุณมาทำงานสายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ? มีประชุมนัดไว้ตอน 10 โมงเช้า คุณเลือกจะมาถึงตั้งแต่ตอน 9.50 น.ได้ แต่คุณกลับมาถึงห้องประชุมตอน 10.30 โมง นี่เรียกว่าสายนะ เดินเข้าไปในห้องประชุมทุกคนก็มองหน้าคุณ ไม่แปลกหรอก

มีผลวิจัยออกมาว่า 81 เปอร์เซนต์ของการประชุมส่วนมากต้องเลื่อนเวลาเริ่มประชุมเพราะเข้ากันไม่ครบองค์ประชุม กลายเป็นการประชุมต้องเริ่มไม่ตรงเวลากลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว (นี่ไม่โอเคเลยซักนิดเดียว) ถึงเวลาแล้วหรือยังในการตรงต่อเวลาในที่ทำงานเพื่อความเป็นมืออาชีพของคุณ

จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อคุณ มาสาย หรือ มาตรงเวลา ?

1. ดูไม่เป็นมืออาชีพ

เมื่อคุณมาสายในการประชุม ก็เหมือนคุณแสดงพฤติกรรมที่ไม่สุภาพออกมากับผู้ที่รอคุณเพียงคนเดียวอยู่ และถึงแม้คุณจะอยู่ในระดับหัวหน้าแล้วก็ตาม หุ้นส่วนทางธุรกิจของคุณอาจตัดสินในการร่วมงานกับคุณใหม่ การมาสายของคุณอาจทำให้สถานการณ์ทางธุรกิจของคุณพลิกผันไปก็ได้

2.คุณดูไม่ใส่ใจ

ถึงแม้เรื่องการมาสาย อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ในสายตาของหลายๆคน แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันบ่งบอกถึงความใส่ใจของตัวคุณเอง โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับทราบข้อมูลสำคัญ การมาสายของคุณทำให้คุณต้องพลาดส่วนสำคัญไปแน่นอน

3. ทำคนอื่นเสียเวลา

เรื่องการมาสายเป็นเรื่องที่ทำคนอื่นเสียเวลาโดยใช่เหตุทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นองคกรขนาดเล็กหรือใหญ่ การปล่อยให้คนอื่นๆต้องรอเพื่อให้คุณตัดสินใจในการประชุมต่างๆ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมต่างก็มีภาระงานอื่นๆทั้งสิ้น เสียทั้งเวลาและเสียเวลาในการทำงานงานไปเปล่าๆ

เมื่อคุณต้องการวัฒนธรรมที่คนในองค์กรมีความรับผิดชอบทั้งลูกค้าภายในและภายนอกรวมถึงตัวคุณด้วย การมาสายทำให้เกิดการสร้างความเชื่อและวัฒนธรรมที่ส่งผลเสียต่อองค์กร การตรงต่อเวลานอกจะสร้างผลดีในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อการทำให้เป็นตัวอย่างในองค์กรซึ่งจะช่วยให้เป็นมาตรฐานที่ดีต่อๆไป

5. วงจรการไม่ตรงต่อเวลาจะดำเนินต่อไป

เมื่อพนักงานรู้ว่าทุกๆการประชุมจะเริ่มช้าไปอีก 5 นาที ไม่มีใครเข้าประชุมตรงเวลาอย่างแน่นอน  ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้จัดประชุมยิ่งรู้สึกปวดหัวกับการสายของผู้ทีี่ต้องเข้าประชุม นอกจากนี้พวกที่ขี้เกียจเข้าประชุมหากพวกเค้ารู้ว่าสามารถเข้าสายได้ในครั้งต่อๆไปก็จะยิ่งเข้าสายไปเรื่อยๆ หนทางเดียวในการป้องกันเรื่องแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นก็คือการตรงต่อเวลาสำหรับทุกๆการประชุมไม่ว่าผู้เข้าร่วมประชุมที่ยังไม่ได้เข้านั้นจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนยึดถือรักษาความตรงต่อเวลาได้ดียิ่งขึ้น

6. เทคโนโลยีใหม่ๆอย่าใช้เป็นข้ออ้างในการสาย

ไม่ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งการตั้งปฏิทินผ่านมือถือหรือนาฬิกาเพื่อช่วยเตือนเรื่องการเข้าประชุม แผนที่นำทางทั้ง GPS ซึ่งสามารถระบุเวลาในการเดินทางถึงที่หมายได้อย่างแน่นอน(ยกเว้นถนนในกรุงเทพนะ) แอพเหล่านี้สามารถบ่งบอกสภาพการจราจรว่าเป็นอย่างไรบ้างตลอดเส้นทางจากจุดหมายจนถึงปลายทาง รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ คุณอาจจะได้คำแนะนำให้ใช้เส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางติดขัดอีกด้วย ดังนั้น เมื่อคุณรู้เวลาที่จะถึงที่หมายผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆแล้ว ก็ไม่ควรจะอ้างว่ามาสายเพราะรถติดได้อีกนะ

7.  เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลานั่งเคลียร์งานอยู่กับที่

ในยุคสมัยที่ทุกวันนี้เราสามารถทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกทีทุกเวลา เลิกอ้างเลิกการเคลียร์งานที่ออฟฟิศจนเสร็จแล้วถึงเดินทางมาประชุมจนสาย คุณสามารถเดินทางออกก่อนเวลาให้ทันการประชุมและนั่งทำงานขณะรอประชุมก็ยังได้นะ

8.  วางแผนเรื่องเวลา ทำให้จัดสรรลำดับงานได้อย่างเหมาะสม

การวางแผนเรื่องลำดับเวลาต่างๆในการทำงานช่วยให้สามารถวางแผนการทำงานต่างๆได้อย่างลงตัวและไม่ล้นจนเกินไป ดังนั้นพยายามเลือกงานที่คุณสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัวและปฏิเสธงานที่อาจทำให้ผิดแผนหรือเวลาไปได้ 

9. คุณนั่นเองที่จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกการทำงานของคุณตรงต่อเวลา ผู้คนที่รวมงานกับคุณย่อมเคารพต่อมาตรฐานการตรงต่อเวลาซึ่งทำให้พวกเขาไม่เสียเวลาและใช้เวลาในการทำงานอย่างคุ้มค่าด้วยเช่นเดียวกัน การเริ่มประชุมอย่างตรงเวลาทำให้ผู้ร่วมเข้าประชุมคนอื่นๆมาตรงเวลาด้วยเช่นเดียวกัน

เรื่อง มาสาย กับการทำงานเป็นเรื่องที่หลายๆคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นจงตรงต่อเวลาไว้ครับ แต่ถ้าคุณอยากหางานได้ทุกที่ทุกเวลา ก็คลิกหางานกับ jobsDB ได้เลย 

 #icanbebetter