ภาวะผู้นำสำคัญอย่างไรกับการทำงานเป็นทีม

ภาวะผู้นำกับการทำงานเป็นทีม

          ภาวะผู้นำกับความสำเร็จของการทำงานแบบทีมเวิร์ค อาจจะดูเป็นเรื่องที่สวนทางกัน หลายคนมองแทบไม่ออกเลยว่างานจะเดินหน้าไปได้อย่างไร หากมีสองสิ่งนี้อยู่ในการทำงาน อีกทั้งบางคนมองว่าคนทำงานที่มีภาวะผู้นำสูง คือ คนเก่งที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง หรือหากจะพูดอีกแง่มุมหนึ่งคือคนที่เก่งรอบด้าน ทำงานได้โดยที่ไม่ต้องพึงพาใคร หากคนประเภทนี้ต้องมาทำงานอยู่ในกลุ่ม หรือต้องทำงานเป็นทีม เขาจะทำงานได้อย่างไร

          ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคนที่มีภาวะผู้นำนั้น ไม่ได้หมายความว่าคน ๆ นั้นจะทำงานร่วมกับใครไม่ได้ หรือหากเขาทำไม่ได้ เขาก็ต้องมีความสามารถในการปรับตัว ให้เข้ากับคนอื่นให้ได้ เพื่อให้การทำงานสามารถเดินหน้าไปได้ และเรียนรู้ว่าทำอย่างไร จึงจะทำให้ภาวะผู้นำอยู่ร่วมกับการทำงานเป็นทีมได้อย่างไม่ติดขัด

          ภาวะความเป็นผู้นำเมื่อนำมารวมเข้ากับการทำงานเป็นทีม ผลลัพท์ที่ได้ คือ คนที่ทำงานเก่ง ไม่ต้องโดดเด่นเหนือกว่าใครในการทำงานจนเกินไป แต่ให้ฟังเสียงส่วนรวมของทีมบ้าง เพื่อให้เกิดการตัดสินใจร่วมกัน มากกว่าที่จะยึดเอาการตัดสินใจของตัวเองเป็นหลัก ไม่อย่างนั้นแล้ว การทำงานคงจะสำเร็จได้ยาก หากไม่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ ดังนั้น เราจึงต้องมาสร้างความเข้าใจว่าภาวะผู้นำนั้น สำคัญอย่างไรกับการทำงานเป็นทีม

ช่วยกระตุ้นการทำงานของทีม

          คนทำงานที่มีภาวะผู้นำสูงกว่าคนอื่น ๆ ในทีม ควรมีหน้าที่เป็นผู้ที่ช่วยกระตุ้นทีมให้เกิดการทำงาน โดยดึงความสามารถที่ตนเองมีออกมาช่วยให้ทีมได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาวะผู้นำจะช่วยให้เราอยู่ในตำแหน่งงานที่เหมาะสม เพราะเรารู้ขีดจำกัดและความสามารถของตัวเอง จึงสามารถทำงานได้ตรงตามหน้าที่ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกัน เราก็จะช่วยให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นได้รู้ขีดความสามารถของตัวเขาด้วย หรือหากเขาขาดความรู้ในเรื่องใดก็ตาม เขาก็จะมาขอคำปรึกษาจากเราได้ เราซึ่งเป็นคนที่มีความรู้มากกว่า ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาของทีมได้ เพราะเราอาจจะให้ความรู้ เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกในทีมคนอื่น ๆ พัฒนาศักยภาพและความสามารถไปพร้อม ๆ กัน

เป็นเจ้านายตัวเอง

          ภาวะความเป็นผู้นำจะทำให้เรารู้หน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าอะไรที่เราควรจะทำ และอะไรที่ไม่ควรทำ ในแง่ของหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อตัวเอง คนทำงานที่มีภาวะผู้นำจะรู้จักงานของตัวเองดี โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาออกคำสั่ง หรือคอยเตรียมงานให้อยู่ตลอดเวลา เพราะเขาสามารทำงานนี้ได้เอง และรู้ว่าต้องทำอย่างไร ตัวเองก็จะไม่รู้สึกว่าเป็นคนด้อยค่า หรือไร้ความสามารถ อีกทั้งยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงที่จะทำให้การทำงานล่าช้า การทำงานเป็นทีมก็จะดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการทำงานที่เป็นเจ้านายตัวเอง มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ว่าเราต้องทำอะไร และคนรอบข้างที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเราก็ได้รับอิทธิพลการทำงานแบบนี้ไปด้วย ภาวะผู้นำจึงสำคัญกับการทำงานเป็นทีมอย่างยิ่ง เพราะทำให้งานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน

          การทำงานเป็นทีมโดยอาศัยภาวะผู้นำ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นเจ้านายใคร ไม่ต้องสั่งการหรือออกคำสั่งใคร จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเราที่มีต่อเพื่อนร่วมงานไม่มีลำดับชั้น ซึ่งแตกต่างจากการทำงานระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง เพราะความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ จะทำให้คนทำงานไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเจ้านายตำหนิ หากจะต้องแสดงความคิดเห็นบางอย่างออกไป การที่คนทำงานที่มีภาวะผู้นำได้ทำงานเป็นทีม จึงเป็นโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ หากการทำงานเป็นที่ถูกใจ ไม่เพียงแต่จะได้รับคำชื่นชมจากเจ้านายเท่านั้น แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็จะได้เห็นความสามารถของเราอีกด้วย ความสามารถที่โดดเด่นของเรา จะทำให้เราได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ไปในคราวเดียวกันด้วย

          ภาวะผู้นำนั้นต้องมาจากการฝึกฝนตนเองเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกว่าอยากจะทำงาน โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับ เพราะรู้อยู่แล้วว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ความสามารถที่โดดเด่นของคนทำงานที่มีภาวะผู้นำ จะช่วยให้เพื่อนร่วมงานได้รับอิทธิพลการทำงานที่ดีตามไปด้วย ภาวะผู้นำกับการทำงาน จึงไม่ได้ดีเฉพาะกับคนที่ทำงาน แต่ยังส่งผลดีต่อการทำงานเป็นทีมด้วย เพื่อสมาชิกทุกคนทำงานได้ดี ทีมก็ทำงานได้ดีตามไปด้วย

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อุปนิสัยที่มุ่งไปสู่ภาวะผู้นำ

7 วิธีฝึกตนสู่การเป็นผู้นำที่ดี