10 เคล็ดลับ พรีเซ็นต์สไตล์ สตีฟ จ็อบส์

          สตีฟ จ็อบส์ คือผู้นำเสนอที่เก่งมากคนหนึ่ง มีหลายต่อหลายเวทีที่เขาสามารถสร้างความประหลาดใจให้กับแขกในงาน โดยเฉพาะบนเวทีประจำอย่าง Macworld ทุกครั้งที่เขาขึ้นเวทีนี้ จะต้องได้ยินเสียง ว้าว! เสียงหัวเราะ และเสียงปรบมือ หรือแม้แต่ความเงียบสงบเมื่อคนดูใจจดใจจ่อยู่กับการถ่ายทอดสดบนจอขนาดใหญ่บนเวที ทุกครั้งที่ สตีฟ จ็อบส์ ขึ้นเวที เขาก็มักจะสร้างความประทับให้กับผู้ชมได้อย่างดี

          ผมเชื่อว่า มีกราฟิกดีไซน์เนอร์ในบ้านเราหลายคนที่มีความสามารถสูง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เหตุเพราะไม่สามารถสื่อสารความคิดออกมานำเสนอให้กับลูกค้าเข้าใจได้ บวกกับอารมณ์ศิลปิน จึงไม่มีความอดทนมากพอที่จะเอาชนะใจลูกค้าจนได้งานมาทำ

          แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้เกิดกับคนกลุ่มนี้เท่านั้น ตัวสตีฟ จ็อบส์เองก็เคยตกอยู่ในอีโก้ วังวนของอารมณ์เกรี้ยวกราด ก้าวร้าว เชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำให้พลาดโอกาสดึงเงินจากนายทุนนับครั้งไม่ถ้วน แต่วันนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นสุดยอดของนักพรีเซ็นเตชั่นระดับโลกคนหนึ่ง สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือได้ตลอดเวลา นั่นอาจเป็นเพราะ จ็อบส์ผ่านอะไรมาเยอะ ล้มเหลวมาก็ไม่น้อย ทำให้วันนี้เขาสุขุมขึ้น ลดความก้าวร้าวลง วันนี้จึงเป็นวันแห่งความสำเร็จ และน่าจะเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีสำหรับกราฟิกดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ๆ อย่างพวกคุณ

          และต่อไปนี้คือ เคล็ดลับ 10 ประการ ของการนำเสนอที่จะช่วยสะกดผู้ฟังให้ถูกตรึงอยู่กับการพรีเซ็นเตชัน

  1. กำหนดหัวข้อหรือโครงเรื่อง “There is something in the air today.”เป็นสำนวนที่จ็อบส์กล่าวเปิดงาน Macworld โดยเขาเซ็ตธีมหรือหัวข้อการอภิปราย และมีการซ่อนสินค้าตัวสำคัญเอาไว้เปิดตัวทีหลัง นอกจากจะต้องสร้างธีมของตัวเองแล้ว ยังต้องสามารถพูดให้จบภายในเวลาที่กำหนดด้วย
  2. กระตุ้นความสนใจด้วยการสาธิตให้เห็นจริงจ็อบส์ชอบที่จะแสดงความหลงใหลของเขาในด้านการออกแบบคอมพิวเตอร์ เพราะผู้ฟังต้องการได้ยินหรือเห็นอะไรที่น่าประทับใจ ไม่ใช่มานั่งหลับเพราะการพรีเซ็นต์ที่ขาดแรงดึงดูด ให้คุณคิดถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฟีเจอร์ที่เป็นจุดขายในตัวสินค้า ให้พูดถึงมันอย่างสะใจเลยว่า “เจ๋งมาก”, “ยอดไปเลย”, “เยี่ยมที่สุด” ถ้าคุณไม่ได้แสดงความกระตืนรือร้นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ คุณจะคาดหวังอะไรจากผู้ฟังของคุณ
  3. เตรียมโครงเรื่องของภาพคร่าวๆ จ็อบส์มีวิธีที่จะพูดถึงโครงเรื่องในการพรีเซ็นต์ด้วยคำพูดที่ว่า “วันนี้ผมมีอยู่ 4 เรื่องที่อยากจะมาบอกกับคุณ ขออนุญาตเริ่มจาก…” จากนั้นก็เริ่มพูดไปตามโครงเรื่องที่ได้วางเอาไว้ แล้วใช้คำพูดเปิดและปิดในแต่ละเรื่องจนครบทั้ง 4 ตอน ซึ่งก็ทำให้รับรู้รับฟังในแต่ละช่วงอย่างดี
  4. ทำให้จำนวนมีความหมายเมื่อจ็อบส์ประกาศว่า Apple สามารถขาย iPhones ได้ 4 ล้านเครื่องแล้วจนถึงวันนี้ เขาไม่ได้ละเลยกับจำนวนที่ฟังแล้วอาจดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เขาได้เพิ่มเติมมุมมองใหม่เข้าไปว่า “นั่นคือ iPhones ถูกขายเฉลี่ยวันละ 20,000 เครื่องเลยทีเดียว” เขาเจาะลึกลงในรายละเอียดของตลาดสมาร์ทโฟนในอเมริกาว่า มันหมายถึงอะไรเมื่อมองในภาพรวมของตลาด มันน่าชื่นชมแค่ไหนกับยอดขายที่เกิดขึ้นนี้ โดยบอกกับผู้ฟังว่า ส่วนแบ่งตลาดที่ Apple ได้มา มันเท่ากับส่วนแบ่งของคู่แข่ง 3 อันดับแรกรวมกัน เมื่อได้ฟังแล้วอาจทำให้ผู้ฟังถึงกับตะลึงในความสำเร็จเลยทีเดียว
  5. สร้างช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้ทุกคนจดจำมันไปอีกนานมันคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการบรรยายที่จะต้องให้ทุกคนพูดถึงมัน ทุกครั้งที่ สตีฟ จ็อบส์ ขึ้นพูด เขามักจะมีฉากสำคัญเสมอ ซึ่งในงาน Macworld ปีล่าสุด ซึ่งเป็นงานเปิดตัวของ MacBook Air เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่า “เจ้านี่มันบางแค่ไหน” จ็อบส์ได้พูดว่า “มันบางซะจนใส่ลงในซองกระดาษได้เลย” จากนั้นจ็อบส์ก็เปิดซอง แล้วค่อยๆ ดึงมันออกมาจากซองให้ทุกๆ คนได้เห็นแล็ปท๊อป MacBook Air แล้วอะไรคือช่วงเวลาที่น่าจดจำในการพรีเซ็นของคุณ? แล้วทำให้มันมีเอกลักษณ์กว่าช่วงก่อนหน้านี้ให้จงได้
  6. สร้างวิชวลสไลด์เพื่อจำลองภาพขณะที่นักพูดทั้งหลายมักจะทำสไลด์ที่เต็มไปด้วยข้อมูล ตัวหนังสือ และชาร์ต แต่จ็อบส์กลับทำตรงกันข้าม เขาจะใส่ตัวหนังสือน้อยมาก โดยส่วนมากแล้ว สไลด์ของจ็อบส์จะใส่ภาพที่ดูสบายๆ เพียงภาพเดียว ในบางครั้งก็ไม่มีภาพบนสไลด์ แต่จ็อบส์จะบอกเล่าด้วยประโยคอย่างเช่น “There is something in the air.” มันเลยกลายเป็นเทรนด์ของการพูดในที่สาธารณะที่จะมีการสร้างภาพให้ผู้ชมได้เห็นโดยใช้กราฟิกจำลองภาพขึ้นมา และใช้จุดบุลเล็ตตามด้วยข้อความสั้นๆ และตกแต่งด้วยกราฟิกที่สวยงาม
  7. เพิ่มเสน่ห์ด้วยการสอดแทรกโชว์การขึ้นพูดบนเวทีของจ็อบส์ มักจะเต็มไปด้วยโชว์ โดยเขาเน้นการสาธิตการใช้งานมากกว่าการบอกข้อมูลข่าวสารให้กับผู้ฟัง และด้วยสีสันการนำเสนอหลากหลายรูปแบบ ทั้งคลิปวีดีโอ, การสาธิต, และการเชิญแขกขึ้นมาร่วมสนุกบนเวที มันทำให้ผู้ฟังเพลิดเพลินและดึงดูดความสนใจได้ไม่น้อยเลย
  8. อย่าเหงื่อตกกับความผิดพลาดเล็กน้อยแม้ว่าคุณจะมีการเตรียมตัวอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่ความผิดพลาดก็อาจเกิดขึ้นในระหว่างการพรีเซ็นต์ สตีฟ จ็อบส์ ที่ว่าเตรียมตัวมาอย่างดีก็เคยเจอปัญหาเช่นกัน ตอนนั้นเขาต้องการที่จะโชว์ภาพแบบสดๆ จากเว็บไซต์ แต่ปรากฏว่าจอกลายเป็นสีดำแทนที่จะเป็นภาพ จ็อบส์แก้ไขสถานการณ์ด้วยการยิ้มและพูดติดตลกว่า “เออ… ผมเดาว่า วันนี้ Flickr ไม่ได้เปิดบริการอัพโหลดภาพขึ้นเว็บ” หลังจากนั้นจ็อบส์ก็พูดถึงฟีเจอร์ใหม่ต่อทันที ฉะนั้นหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาเล็กๆ น้อยๆ ก็อย่าไปเสียเวลากับมัน
  9. วิธีนำเสนอ-น่าสนใจขายคุณประโยชน์ขณะที่พรีเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่มักจะโฆษณาความสามารถของผลิตภัณฑ์ แต่ สตีฟ จ็อบส์ จะขายที่คุณประโยชน์ เช่น มีอยู่ช่วงนึงที่เขาแนะนำการเช่าภาพยนตร์ผ่าน iTunes โดยจ็อบส์ใช้คำพูดว่า “เราคิดว่า นี่เป็นทางที่ดีกว่าในการส่งรายชื่อภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ให้กับลูกค้าของเรา” แล้วจ็อบส์ก็ขยายความเพิ่มเติมว่า “คุณสามารถสั่งซื้อเพลงและเลือกเฉพาะเพลงที่คุณชอบได้ ซึ่งจะมีให้เลือกเป็นพันๆ เพลง ฟังกันได้ทั้งชีวิตเลยทีเดียว แล้วเมื่อคิดถึงการดูภาพยนตร์แต่ละเรื่อง เราก็มักจะดูซ้ำกันสองสามครั้งเท่านั้น แบบนี้ เลือกเช่าเอาจะดีกว่า ไม่ต้องซื้อให้เปลือง แล้วก็ไม่ต้องเสียพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์เพื่อเก็บภาพยนตร์” เน้นว่า ให้พูดถึงคุณประโยชน์ของทุกๆ บริการ และฟีเจอร์ของสินค้าให้ชัดเจนที่สุด
  10. ซ้อม, ซ้อม, แล้วก็ซ้อมสตีฟ จ็อบส์ จะฝึกซ้อมอย่างหนักก่อนจะถึงวันพรีเซ็นต์จริงๆ ทำให้การพรีเซ็นต์มีความต่อเนื่อง ตรงประเด็น ทำให้การพรีเซ็นต์ไม่น่าเบื่อ

ที่มา : www.bloggang.com

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิคการหาไอเดียใหม่ ๆ

ดีไซน์เนอร์ทั้งหลาย มาเริ่มต้นเขียนบรีฟกันเถอะ