จัดฝึกอบรมอย่างไร จึงจะนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

          การฝึกอบรมที่พนักงานไม่เคยนำไปใช้ประโยชน์ถือเป็นสิ่งที่สูญเปล่า เสียทั้งเวลา เสียทั้งงบประมาณไม่มีผู้บริหารคนไหนต้องการ การลงทุนที่สูญเปล่า จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ที่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ จะทำให้อย่างให้พนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมไปแล้ว สามารถนำความรู้มาใช้ประโยชน์ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          คำแนะนำต่อไปนี้ จะทำให้คุณสามารถจัดการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานให้สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฝึกอบรมมาใช้กับองค์กรอย่างได้ผล

          1. วิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงที่พนักงานจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรม เช่น ทักษะที่ขาด หรือปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้มั่นใจว่าการอบรมที่คุณจัดขึ้นจะเป็นโอกาสในการพัฒนาการทำงานของพนักงานให้ดีขึ้นได้จริง เพราะหากคุณจัดการอบรมที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ จะเป็นการเปล่าประโยชน์และเสียเวลาโดยที่พนักงานไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร

          หากพนักงานยังคงมีปัญหากับงานบางอย่าง คุณควรต้องลองพิจารณาตัวคุณเองว่าคุณได้ให้เวลาแก่พนักงานมากพอหรือไม่ มีการตระเตรียมเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการทำงานให้แก่พนักงานหรือไม่ หากคุณได้ให้ทุกอย่างที่เอื้อต่อการทำงานของพนักงานแล้ว แต่ก็ยังพบว่าเขายังคงมีปัญหาในการทำงาน ทีนี้คงต้องประเมินพนักงานเสียใหม่ว่า เขามีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และความสนใจสอดคล้องกับงานดังกล่าวจริงหรือ ซึ่งการประเมินในจุดนี้อาจทำให้คุณพบว่าเขาเหมาะกับงานในตำแหน่งอื่นมากกว่า คุณก็จะได้โยกย้ายเขาไปอยู่ในส่วนที่เหมาะสมต่อไปได้ทันเวลา

          2. ให้ข้อมูลพนักงานได้ทราบว่า การฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ หรือการเพิ่มขีดความสามารถให้กับทักษะที่มีอยู่แล้วนั้นมีความสำคัญอย่างไร และเชื่อมโยงให้พนักงานเห็นความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างการฝึกอบรมกับความสามารถของเขาที่จะทุ่มเทเพื่อความสำเร็จตามแผนการและเป้าหมายทางธุรกิจของบริษัท

          3. ออกแบบการฝึกอบรมให้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และสามารถวัดผลสำเร็จได้ รวมถึงการให้ข้อมูลแก่พนักงานถึงวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมและวิธีการวัดผล เพื่อให้พนักงานทราบว่าลักษณะการฝึกอบรมเป็นอย่างไร บริษัทคาดหวังอะไรจากการฝึกอบรมดังกล่าว และมีแนวทางที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานให้ประสบความสำเร็จตามเป้าประสงค์ของบริษัทต่อไป

          4. การฝึกอบรมเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง แจ้งให้พนักงานทราบว่า การฝึกอบรมเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ซึ่งพนักงานควรให้ความร่วมมือและตั้งใจฝึกอบรมอย่างจริงจัง ทั้งการเตรียมตัวก่อนการฝึกอบรม การเข้ารับการอบรมด้วยความกระตือรือร้น รวมทั้งการนำความรู้ไปต่อยอดไอเดียใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของพนักงาน

          5. ควรให้พนักงานประเมินตนเอง หรือทำแบบฝึกหัดเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้พนักงานได้คิดถึงหัวข้อการฝึกอบรมก่อนวันฝึกอบรมจริง และเมื่อพนักงานมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าแล้ว ช่วงเวลาฝึกอบรมจะเป็นช่วงเวลาอันมีค่าที่คุณสามารถจัดให้มีการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

          6. ควรจัดให้หัวหน้างาน หรือผู้จัดการเข้าร่วมการฝึกอบรมด้วยเพื่อให้พวกเขาเข้าใจถึงบทบาทของผู้ที่อยู่ในระดับบริหารต่อการฝึกอบรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นต้นแบบที่ดีในการเรียนรู้และการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ให้กับพนักงาน รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานสามารถประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้มาให้เกิดประโยชน์ต่องานที่ทำด้วย

          7. หัวหน้างานและพนักงานควรมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อนเริ่มการอบรม หัวหน้างานควรพูดคุยกับลูกนัองเป็นรายบุคคลถึงสิ่งที่คาดหวังว่าพนักงานจะได้รับจากการฝึกอบรม และหัวใจสำคัญของการฝึกอบรมคือการนำมาประยุกต์ใช้กับงานของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม การอธิบายจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนจะช่วยให้พนักงานเข้าใจบทบาทของตน และแสดงพฤติกรรมตามที่คาดหวังอย่างเหมาะสม

ฝึกอบรมพนักงาน          8. การให้รางวัลแก่พนักงานที่สามารถนำความรู้จากการฝึกอบรมมาใช้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นและจูงใจให้พนักงานเห็นความสำคัญกับการฝึกอบรม และการนำความรู้ไปใช้ ซึ่งบริษัทอาจให้การชื่นชมพนักงานโดยการประกาศรายชื่อพนักงานใน E-Newsletter ของบริษัท หรือติดที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัท เป็นต้น

          หากผู้จัดการฝึกอบรมมีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการอบรม มีการนำความร่วมมือของทุกฝ่ายให้มาประสานกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท เชื่อว่าการฝึกอบรมจะไม่เป็นการลงทุนที่สูญเปล่าอย่างแน่นอน สิ่งที่จะได้กลับคืนมาก็คือไอเดียใหม่ ๆ ที่พนักงานตั้งใจนำมาประยุกต์ใช้อย่างดีที่สุด

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ฝึกอบรมอย่างไรให้คุ้มค่า 

บริหารคน Gen Y ให้ดี งานเดินไม่มีสะดุด