[COVID-19] เซฟตัวเองจากโควิด ดูแลสุขภาพจิตไม่ให้โคม่า

ดูแลสุขภาพจิตช่วงโควิด

หลายประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  กันถ้วนหน้า ภัยร้ายของไวรัสนี้ไม่เพียงบ่อนลายระบบภายในร่างกาย ยังส่งผลถึงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทำให้การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ร่วมมือร่วมใจอยู่ห่างกันไว้ เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของไวรัส  ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกเครียดและวิตกกังวลไปตามๆ กัน ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพจิตในช่วงระบาดของไวรัส COVID -19 ที่ทุกคนนำไปปรับใช้ได้

  • เลือกรับข้อมูลที่เชื่อถือ

การแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจมาก ทุกสื่อต่างพร้อมใจแชร์ข่าวสาร อัพเดตกันทุกๆ ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่เผยแพร่ข้อมูลได้รวดเร็ว แต่ก่อนจะแสดงความคิดเห็น หรือส่งต่อให้คนที่เรารู้จัก ควรตรวจสอบให้ดีว่าเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะบางข้อมูลอาจเป็นข้อคิดเห็นมากกว่าข้อเท็จจริง หากไม่แน่ใจควรรอข่าวยืนยันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น หน่วยงานรัฐบาลหรือหน่วยงานด้านสาธารณสุข ถ้าเราส่งต่อข้อมูลผิดๆ จะยิ่งทำให้คนสับสน และสังคมเกิดปัญหามากขึ้น

  • ลดการเสพข้อมูล

การรับข้อมูลข่าวสารให้ทันต่อเหตุการณ์เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ถ้าอ่านและดูข่าวมากเกินไปโดยไม่สนใจเรื่องอื่นๆ เลย จะยิ่งทำให้คิดมากและเครียดกว่าเดิม ควรจำกัดเวลารับข่าวสารว่าแต่ละวันจะใช้เวลาเท่าไหร่ และเช็กข่าวเวลาไหน ปิดการแจ้งเตือนจากโซเชียลบ้าง วิธีนี้ช่วยดูแลสุขภาพจิตให้ผ่อนคลายจากความเครียด และควรเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าการติดตามข่าวสารก็เพื่อให้เราเฝ้าระวังและรู้วิธีป้องกันตัวเองไม่ให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ใช่ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกกลัวจนตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ

  • คลายเครียดด้วยงานอดิเรก

ช่วงนี้หลายๆ คนได้ทำงานอยู่ที่บ้าน (Work from home) ตามมาตรการ Social distancing เป็นโอกาสดีที่เราจะได้สำรวจตัวเอง และหันมาดูแลสุขภาพจิตอย่างจริงจัง เมื่อรับผิดชอบงานเสร็จแล้ว ควรแบ่งเวลาให้งานอดิเรกบ้าง โดยจะต้องเป็นกิจกรรมที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ เช่น ออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน ดูซีรี่ย์ ทำอาหาร เล่นเกมส์ ฯลฯ ช่วงเวลาที่เราจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ชอบ ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินหรือสารแห่งความสุข ช่วยให้รู้สึกดี สบายตัว ผ่อนคลายจิตใจได้ดีเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ตัวเองเครียด จำกัดบริเวณได้ แต่อย่าจำกัดความสุขของจิตใจ

  • รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง

การรู้เท่าทันอารมณ์ก็คือการรู้จักดูแลและควบคุมอารมณ์ตัวเอง ในวิกฤติโรคระบาดนี้หลายคนรู้สึกเศร้า เครียด สิ้นหวัง  ซึ่งมาจากสาเหตุที่แตกต่างกัน ควรทำตามคำแนะนำในการดูแลสุภาพจิตดังนี้ 

  •  ตระหนักและยอมรับ รับรู้ว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจและต้องการการดูแล เช่น อารมณ์โกรธ เศร้า เหงา 
  • หาสาเหตุให้เจอ  คิดและไตร่ตรองหาสาเหตุว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้ เครียดเพราะอะไร กังวลไปทำไม อาจจะเขียนสิ่งที่กังวลในกระดาษ แล้วลองเชื่อมโยงหาสาเหตุ  เพื่อให้เข้าใจที่มาของปัญหา 
  • ปรึกษาคนที่ไว้ใจได้ อย่าแบกรับปัญหาไว้คนเดียว การได้ระบายและพูดคุยกับคนใกล้ตัว จะทำให้เราได้กำลังใจและข้อเสนอแนะในการรับมือกับปัญหา ช่วยลดความเครียด แต่ถ้ายังรู้สึกกังวลจนหาทางออกไม่ได้ ควรปรึกษาจิผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ที่ดูแลสุขภาพจิตโดยตรง
  • มีสติอยู่กับปัจจุบัน ตั้งสติเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน สุขภาพ ของตัวเองหรือคนใกล้ตัว เมื่อไหร่ที่เกิดความเครียดให้ลองคิดถึงปัจจุบัน รับรู้ถึงลมหายใจตัวเอง ลองหายใจเข้า-ออก สัก 10 ครั้ง ช้าๆ แบบต่อเนื่อง จะช่วยให้จิตใจเราสงบมากขึ้น แล้วพร้อมคิดหาทางแก้ปัญหาต่อไป
  • แบ่งปันและให้กำลังใจ

ในสถานการณ์ที่หลายคนในสังคมกำลังลำบาก เราสามารถหยิบยื่นความปราถนาดีให้แก่กัน  ส่งกำลังใจ หรือบริจาคช่วยเหลือสิ่งของให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามศักยภาพที่เราทำได้ เพราะทุกคนต้องการพลังใจที่จะต่อสู้กับวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน สิ่งที่ไม่ควรทำคือการแสดงท่าทีรังเกียจหรือซ้ำเติมผู้ติดเชื้อ หรือแสดงความเห็นแก่ตัวโดยไม่คิดถึงผู้อื่น เช่น การกักตุนสินค้าเกินความจำเป็น หรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า เอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ เพราะจะยิ่งทำให้สังคมเป็นทุกข์มากขึ้น และจะส่งผลลบกับอารมณ์และจิตใจของเราในที่สุด

การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สั่นคลอนทั่วทั้งสังคมและสะเทือนไปถึงจิตใจ เราจึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรงไปพร้อมๆ กับการใส่ใจสุขภาพกาย รับมืออย่างมีสติด้วยการตระหนักแต่ไม่ตระหนก ให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

#คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้
#jobsDB
ลงทะเบียนเพื่อสมัครงาน

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้ง iOS และ Android โหลดเลย