ชีวิตการทำงาน สิ่งสำคัญคือทีม

          ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ได้พูดถึงการทำงานในยุคนี้ ไว้ว่า บุคคลจำเป็นยิ่งที่ต้องทำงานแบบเชิงรุก (Proactive) มิใช่ทำงานแบบเชิงรับ (Reactive) เหมือนยุคก่อนอีกต่อไป นอกจากต้องมีวิสัยทัศน์ คือ รู้จักคิดกว้าง ไกล กลม กลับ ก่อ แล้ว ยังจำเป็นที่สุดที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันทำ เรียกว่า ทำงานเป็นทีม หรือ Team Work

          ความหมายง่ายๆ ของการทำงานเป็นทีม ก็คือ คนจำนวนหนึ่ง โดยปกติ คือ 6 -10 คน หรืออย่างมากสุด ต้องไม่เกิน 25 คน ซึ่งมีทักษะความสามารถที่ต่างกันไป แล้วตกลงใจมาทำงานร่วมกัน โดยจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ให้ลงตัวตามความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อจะบรรลุสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ร่วมกันตั้งไว้

TEAM ย่อมาจากคำสี่คำ

  • T ย่อมาจากคำว่า Together
  • E ย่อมาจากคำว่า Everyone
  • A ย่อมาจากคำว่า Achievement
  • M ย่อมาจากคำว่า More

          รวมแล้วได้ความหมายว่า Together Everyone Achievement More ซึ่งคล้องกับอีกคำกล่าวที่ฝรั่งว่าไว้ อย่างน่าสนใจและควรจดจำ นำไปเป็นข้อคิดในการทำงานได้ด้วย

One Person can do much

People in unison can do more

Together we can make a big difference

แปลเป็นไทยได้ว่า

คน ๆ หนึ่ง สามารถทำงานได้มากมาย

ร่วมด้วยช่วยกันทำ สามารถได้งานมากขึ้น

ทำเป็นทีมงาน สามารถสร้างนวัตกรรม ใหม่ ๆ ได้ประจำ ๆ

          ดังนั้นในชีวิตการทำงาน ทีมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการทำงานเป็นทีมย่อมจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ดีกว่าการทำงานเพียงคนเดียว และทีมที่ดีนั้น แน่นอน ต้องมีผู้นำกลุ่ม หรือที่เรียกว่า (Team Leader) มีผู้บันทึกการประชุม (Team Recorder) ผู้กำหนดเวลา (Time Timer) ผู้กำกับการประชุม (Team Gatekeeper) ผู้ชอบมีความคิดเห็นต่างกัน (Time Devil’s Advocate) ผู้ให้กำลังใจ (Team Encourager) และผู้อำนวยความสะดวก (Team Resource Holder)

การทำงานเป็นทีม          หลายคนอาจคิดว่า คนที่สำคัญที่สุดคือผู้นำกลุ่ม และอยากจะให้ตัวเองได้เป็นผู้นำกลุ่มกับเขาบ้าง ในขณะที่ผู้ชอบมีความคิดเห็นต่างกลับถูกมองเป็นตัวปัญหา หากแต่ในความเป็นจริง ทุกบทบาทในทีมล้วนมีความสำคัญต่อทีมทั้งสิ้น การจะเป็นทีมที่สมบูรณ์ทุกคนในทีมต้องรู้ตำแหน่งของตนและทำตามบทบาทของตนให้ ประสานสอดรับกับตำแหน่งหน้าที่อื่น ๆ ทีมจึงจะสามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และมั่นคง