คิดให้ดีก่อนลาจากสถานะลูกจ้างไปเป็น Startup

         ฮอตกันเหลือเกินกับ “สตาร์ทอัพ” (Startup) การทำธุรกิจแนวใหม่ ที่โดนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน จริง ๆ ในต่างประเทศ การทำธุรกิจลักษณะนี้มีมานานแล้ว และเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยในยุคแรก ๆ เมื่อสัก 2 ปีก่อน แต่ตอนนี้ถือได้ว่ากระแสแรงกว่าเก่า เพราะรัฐบาลไทยหันมาให้ความสนับสนุนอย่างจริงจังมากขึ้น

          ก็คนหนุ่มสาวในยุคนี้ มีความต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว จะให้ทนรออยู่ในองค์กร แล้วไปใหญ่โตตอนใกล้เกษียณแบบคนยุคก่อนก็คงไม่ทันการณ์ ตอนนี้ก็เลยมีธุรกิจสตาร์ทอัพน้อยใหญ่เกิดขึ้นมากมาย อันเป็นเทรนด์ที่ทำให้พนักงานออฟฟิศในวัยไม่เกิน 40 หลาย ๆ ท่าน อยากกระโจนลงไปเปิดธุรกิจของตัวเองแทนที่จะทำงานออฟฟิศกินเงินเดือนไปวัน ๆ เช่นนี้

          ถ้าเปิดโซเชี่ยลมีเดียขึ้นดู จะเห็นบรรดานักคิดรุ่นใหม่หลายท่าน หนังสือหลายเล่ม แนะนำให้คนรุ่นใหม่ ใช้ชีวิตแบบอายุน้อยร้อยล้าน คิดสิ ลองคิดดูว่าความชอบคุณคืออะไร ทำสิ ลองทำในสิ่งที่คุณรู้สึกว่าแตกต่าง ฯลฯ คำถามคือ ในโลกแห่งความเป็นจริง และกระแสธุรกิจอันเชี่ยวกรากแบบนี้ เพียงแค่ความชอบ ความตั้งใจ กับมันสมองมันพอแล้วจริง ๆ หรือ? jobsDB อยากให้คุณลองวิเคราะห์ตัวเองดูก่อน ว่าคุณพร้อมหรือยัง? ที่จะลาออกจากวงจรชีวิตมนุษย์เงินเดือนไปเป็นสตาร์ทอัพ โดยจะขอฝากข้อคิดให้พิจารณาเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ

คิดให้ดีก่อนเป็นstartup1. เวลา

          เห็นหลายคนชอบบอกว่าอยากทำธุรกิจส่วนตัว เพราะอยากมีเวลาเป็นของตัวเอง ถ้าคิดแบบนี้ละก็ผิดถนัดเลย ช่วงที่ธุรกิจยังตั้งไข่ ล้มลุกคลุกคลานเป็นสตาร์ทอัพนั้น คุณต้องทุ่มทั้งชีวิตให้มัน ทำงานออฟฟิศยังมีเสาร์อาทิตย์ แต่ทำธุรกิจต้องคิดทุกวัน ถ้ายังไม่สำเร็จบอกเลยว่าเวลาของตัวเองไม่ได้มีเยอะอย่างที่คิดนะคะ

2. เงินทุน

          สายป่านคุณยาวแค่ไหนในการทำธุรกิจ เงิน ใครบอกว่าไม่สำคัญ การต้องลาออกจากงานประจำที่มีรายได้มั่นคง มาปั้นธุรกิจของตัวเองแบบที่ยังไม่รู้รายได้นั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมาก ๆ คือเรื่องทุน ลองคิดใน worst case scenario ถ้ายังไม่มีรายได้เข้าเลย คุณอยู่ได้นานกี่เดือน? รวมถึงเรื่องเงินเดือนที่ไม่แน่นอน และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายด้วยตัวเอง อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ฯ

3. หุ้นส่วนและทีมงาน

          ธุรกิจน่ะ ทำคนเดียวไม่ได้หรอก การที่คุณจะออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองไปนั้น มั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณมีคนที่ร่วมอุดมการณ์ร่วมหัวจมท้ายกับคุณ ร่วมหุ้นเงินทุนกับคุณ รวมไปถึงทีมงานที่ไว้ใจได้ด้วย ไม่ง่ายนะ ว่าไหมคะ?

4. ความเป็นไปได้ของไอเดีย

          ไอเดียธุรกิจที่คุณมี มันตอบโจทย์ตลาดจริง ๆ ใช่มั้ย มันทำได้จริงใช่หรือไม่ คุณจะสามารถทำเงินจนเกิดเป็นกำไรเลี้ยงตัวเองและทีมได้ใช่ไหม ถ้าใช่ก็ลุยเลยค่ะ

5. ความอดทน และความพร้อม

          การทำธุรกิจในช่วงต้นหรือที่เรียกว่า สตาร์ทอัพ ช่วงแรกมันไม่ได้ราบเรียบสดใดแบบใจคิด คุณอึดแค่ไหนที่จะฝ่าด่านอุปสรรคต่าง ๆ แล้วก้าวมข้ามผ่านตรงนั้นไป พร้อมแค่ไหน ถามใจตัวเองดู

          ถ้าตอบคำถามทั้ง 5 ข้อทั้งหมดได้อย่างมั่นอกมั่นใจแล้วก็ ถือว่าคุณอุดรอยรั่วของการรันธุรกิจใหม่ได้เกือบครบ ถือว่าเตรียมแผนได้ดีแล้ว ก็ยื่นใบลาออกได้เลย เพราะคุณอาจกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในช่วงเวลาไม่กี่ปี แต่ถ้ายังขมุบขมิบ ตอบคำถามตัวเองได้แบบอ้อมแอ้ม และแค่เพียงโดนกระแสสังคมกดดันว่าทำงานออฟฟิศนั้นไม่เท่ห์อีกต่อไปแล้ว คงต้องทบทวนชีวิตดูใหม่อีกครั้ง ทำงานออฟฟิศจะดีแย่อย่างไร ปลายเดือนก็มีเงินเข้าที่เรารู้อยู่ตลอด แต่ทำธุรกิจนั้นมันอยู่ที่มันสมองกับสองมือ และดวงชะตาล้วน ๆ คุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน เรื่องนี้น่าจะอยู่ที่เวลากับความพร้อมเป็นหลัก ไหน คิดให้ดีก่อนตัดสินใจนะคะ

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 วิธีเช็กตัวเองให้ดี เพื่อให้ได้รับการโปรโมทงาน

พนักงานผู้ตกงานไม่เป็น