การเมืองในที่ทำงาน ยิ่งรำคาญก็ยิ่งเจอ

การเมืองในที่ทำงาน

          การเมืองในออฟฟิศถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกสำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน ยิ่งบรรดาน้องใหม่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ชีวิตการทำงานยิ่งแล้วใหญ่ บางรายเจอการเมืองในที่ทำงานจนไปต่อไม่เป็นเลยก็ยังมี บางคนพอใจกับงานที่ทำอยู่ แต่กลับต้องมาเจออุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างปัญหาเรื่องตัวบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมากที่สุดในการทำงาน จนพาลทำให้ไม่อยากไปทำงานเลยก็มี แล้วแบบนี้เราจะรับมืออย่างไรดี
ทุกที่มีดราม่า ไม่ว่าจะองค์กรใหญ่หรือเล็กอย่างนั้นหรือ

          มันเป็นความจริงที่ว่าการที่เราจะให้คนทุกคนคิดเห็นตรงกันหมด โดยไม่มีข้อโต้แย้งนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่ก็ใช่ว่าทุกคนต้องลงเล่นเกมส์การเมืองในที่ทำงานไปเสียทุกคน เพราะเชื่อว่าหลายคนคงเบื่อหน่ายกับการเมืองในออฟฟิศ “นี่คนของฉัน นั่นคนของเธอ” ไหนจะดราม่าระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมทีมจนบางครั้งองค์กรดี ๆ ต้องเสียบุคลากรที่มีคุณภาพไปเพราะเรื่องการเมืองภายในก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว

เจอดราม่าหนักมากรับมืออย่างไรดี

1. พยายามอย่าเลือกข้าง อย่าสังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

          วางตัวเป็นกลางนิ่งเฉยเสียเป็นดีที่สุด พยายามอย่าเลือกข้าง แม้ว่าสุดท้ายแล้วคุณจะถูกกลืนให้ดูเหมือนว่าคุณได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่งไปแล้ว ก็จงทำใจว่ามีขึ้นก็ต้องมีลง วันนี้เสียงส่วนใหญ่อาจจะกุมอำนาจในที่ทำงาน แต่วันหนึ่งเสียงส่วนใหญ่อาจจะหมดอำนาจลง แต่ขอให้คุณพยายามสร้างจุดยืนให้ตัวเอง เช่นปฏิบัติกับทุก ๆ คนอย่างเท่าเทียมกัน ยิ้มให้กับทุก ๆ คนอย่างจริงใจไม่ว่าคนนั้นจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องมีคนเห็นความจริงใจของคุณอย่างแน่นอน

2. กำแพงมีหูประตูมีช่อง เพราะฉะนั้นรูดซิปปากให้สนิท

          ไม่ว่าคุณจะได้ยินได้ฟังอะไรมาก็ให้นิ่งเฉยเสีย เพราะยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งช่วยเติมเชื้อไฟให้แรงขึ้นอีก แถมคุณเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องลวงโลกฉะนั้นการไม่แพร่ข่าวออกไปคือการเซฟตัวเองค่ะ

3. มีสติอยู่เสมอ

          บางครั้ง “เราไม่อยากจะเล่นเกมส์ แต่เกมส์ดันกลับมาเล่นเราเสียเอง” คือสถานการณ์ที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยเจอ กรณีเบา ๆ หน่อยก็อาจจะแค่มีข่าวลือเรื่องของเราในหมู่พนักงานด้วยกัน หนักหน่อยก็กลั่นแกล้งในที่ทำงาน และที่ร้ายแรงคือป้ายความผิดให้เราเสียดื้อ ๆ หากคุณไม่มีสติเชื่อได้เลยว่าคุณโดนเกมส์เล่นงานอ่วมแน่ ๆ ฉะนั้นเมื่อคุณเจอสถานการณ์ที่ตึงเครียดในที่ทำงานให้ตั้งสติให้ได้ก่อน แล้วค่อย ๆ จัดการไปทีละปัญหา โดยเริ่มจากต้นตอของปัญหานั้น ๆ ก่อน ถ้ามีคนเข้าใจคุณผิดก็หาสาเหตุแล้วปรับความเข้าใจกับคู่กรณี หรือเพื่อนร่วมงาน ถ้าปัญหาเกิดจากงานที่ทำ ให้หาสาเหตุว่ามีความผิดพลาดจากตรงไหนแล้วค่อย ๆ ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องแล้วค่อย ๆ แก้ไขจนสำเร็จ แต่ไม่แนะนำให้สติแตกปล่อยโฮหรืออาละวาดในที่ทำงานนะคะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นนั่นหมายถึงคุณยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีพอ แถมอาจจะถูกมองว่าทำตัวเป็นเด็ก เสียอีก

          สำหรับน้องใหม่วัยเฟรชชี่ที่เพิ่งเริ่มทำงานอาจจะวางตัวลำบากที่สุด เพราะเราเป็นน้องใหม่หากจะไม่ทำตามพี่ ๆ ก็จะกลายเป็นว่าเราไม่เชื่อฟัง แต่หากคิดแปลกแยกออกไปก็ไม่รู้จะเป็นผลดีหรือผลร้ายกับตัวเองหรือเปล่า หากเหล่าบรรดาน้องใหม่วัยทำงานเผอิญต้องมาเจอปัญหาการเมืองภายในแบบนี้ การเป็นตัวเองอ่อนน้อมถ่อมตน ยิ้มให้กับทุก ๆ คนอย่างจริงใจไม่ว่าคุณจะได้ยินได้ฟังอะไรมาก็ให้นิ่งเฉยเสีย แล้วโฟกัสไปที่เนื้องานที่คุณต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุดเท่านั้นค่ะ

ลองสู้กับปัญหาสักตั้ง ถ้าไม่ไหวอย่าฝืน

          แม้ว่าการเมืองภายในดูจะเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจ หรือเป็นตัวบั่นทอนสุขภาพจิตของใครหลาย ๆ คน แต่ลองมองกลับมาดูใหม่ ปล่อยใจให้เป็นกลาง คิดเสียว่านี่คือบททดสอบใหม่ที่ท้าทายสุด ๆ แล้วคุณจะมีความสุขกับชีวิตในที่ทำงานมากขึ้น แต่หากว่าคุณได้ลองทุกวิถีทางในการรับมือกับปัญหาการเมืองภายในองค์กรแล้ว แล้วสู้ไม่ไหวอย่าฝืนค่ะ

          แบบไหนที่เรียกว่าไม่ไหว ถ้าคุณเริ่มไม่มีความกระตือรือร้นที่จะไปทำงาน เวลาทำงานก็เฝ้ารอเวลาให้เลิกงานเร็ว ๆ นอนไม่ค่อยหลับ ไม่ค่อยอยากทานข้าว ไม่อยากทำอะไรเลย ทุกสิ่งรอบตัวดูน่าเบื่อหน่าย อันนี้ให้ทำใจได้เลยว่าคุณอาจจะเริ่มเข้าสู่ภาวะเครียดแล้ว หากคุณเจออาการเหล่านี้แนะนำเลยค่ะถอยออกมา เริ่มจากขอย้ายแผนกไปอยู่ฝ่ายอื่น ๆ ดู หรืออาจจะลองหางานใหม่เลยจะดีกว่า เพราะบางครั้งการใช้สติ ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรแล้วมันทำให้คุณไม่มีความสุขก็อย่าทนเพราะสุดท้ายคนที่เสียมากที่สุดคือตัวคุณเองค่ะ

ภาพประกอบ : bplanet เว็บไซต์ freedigitalphotos.net 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คำพูดแบบไหนที่ต้องคิดให้ดีก่อนพูดในออฟฟิศ

บริหารความขัดแย้งอย่างไร…ให้มีเชิงสร้างสรรค์

วิธีรับมือกับการนินทาในออฟฟิศ