ออฟฟิศไกล บริษัทเล็ก ทำอย่างไรให้มีคนสนใจมาร่วมงาน

ทำให้คนสนใจมาร่วมงาน

มีผู้ประกอบการ SME จำนวนมากที่พยายามหาคนรุ่นใหม่มาร่วมงานเพื่อขับเคลื่อน และขยายขนาดองค์กร แต่ต้องพบกับปัญหาเรื่องของการเดินทางมายังออฟฟิศ ที่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองหรือในจุดศูนย์กลาง เดินทางลำบาก และไม่มีรถไฟฟ้าเข้าถึง อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่อาจไม่ได้มีชื่อเสียงที่โดดเด่นนัก ทำให้คนหางานมองข้ามการยื่นใบสมัครงาน หรือไม่อยากมาร่วมงานที่บริษัท หลายบริษัทแก้ปัญหาด้วยวิธีการย้ายออฟฟิศไปในที่ที่ง่ายต่อการเดินทาง แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะติดปัญหาเรื่องค่าเช่าสถานที่ที่มีราคาสูง หรือปัญหาอื่น ๆ

หากผู้ประกอบการที่มีออฟฟิศอยู่ไกล เป็นบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักหรือคุ้นหูนัก แต่ยังต้องการคนคุณภาพมาร่วมงาน วันนี้ jobsDB มีวิธีง่าย ๆ ที่ทำให้คนหางานอยากมาสมัครร่วมงานกับคุณดังต่อไปนี้

1. ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น

ข้อมูลจากผลสำรวจของ jobsDB เรื่อง 10 สุดยอดองค์กรชั้นนำที่พนักงานอยากร่วมงานมากที่สุดประจำปี 2560 ระบุว่า 34 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานในเมืองไทย รู้จักชื่อเสียงของบริษัทต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์หางาน และเว็บไซต์องค์กร นั่นหมายความว่า หากคุณเป็นบริษัทขนาดเล็กที่อาจมีชื่อที่ไม่คุ้นหูมากนัก คุณควรมีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความสะดุดตามากยิ่งขึ้น เช่น เริ่มจากการสร้างเว็บไซต์บริษัท ให้มีความทันสมัย มีความดึงดูดใจ โดยระบุรายละเอียดความเป็นมาของบริษัทข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำ รวมไปถึงรายชื่อลูกค้าที่คุณรับผิดชอบอยู่ พึงระลึกไว้เสมอว่า หากคนหางานสนใจที่จะทำงานร่วมกับบริษัทของคุณ เขาจะค้นหาข้อมูลบริษัทของคุณก่อนว่ามีความน่าสนใจเพียงใด

2. ศึกษารูปแบบการบริหารงานและคนจากองค์กรชั้นนำ

แม้จะเป็นเพียงผู้ประกอบการรายย่อย ที่ไม่ได้มีออฟฟิศขนาดใหญ่ มีจำนวนพนักงานมากมาย แต่หากผู้ประกอบการศึกษารูปแบบการบริหารงาน วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นมืออาชีพจากองค์กรชั้นนำที่คนรุ่นใหม่อยากเข้าร่วมงานด้วย แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับบริษัทของคุณ ซึ่งอาจระบุชัดเจนบนประกาศงาน หรือใส่ลงไปในเว็บไซต์บริษัทของคุณ ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับบริษัทของคุณได้เช่นกัน

3. มีความยืดหยุ่นในการทำงาน

ความยืดหยุ่นนี้สิ่งแรกคือความยืนหยุ่นเรื่องของเวลาเข้า-ออกงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานที่บ้านอยู่ไกลจากที่ตั้งบริษัทคุณ แต่สนใจอยากมาร่วมงาน ยกตัวอย่างเช่นในประเทศเยอรมันมีกฎหมายให้คนทำงาน ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากคุณทำครบตามเวลาแล้ว ก็จะสามารถหยุดพักผ่อนได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันศุกร์ สำหรับในประเทศไทยมีหลาย ๆ องค์กรให้พนักงานสามารถเลือกเวลาเข้า-ออกงานเองได้ อาจจะเป็น 8.00-17.00น.  9.00-18.00น. 10.00-19.00น. หรือหากมาสายเกินเวลาเข้างานที่ระบุไว้กี่นาทีก็ต้องชดเชยเวลาเลิกงานตามเวลาที่สายด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานที่รับผิดชอบด้วย ว่าต้องประสานงานกับหน่วยงานอื่นภายนอกที่ทำงานตามเวลาหรือไม่ อย่างไร

นอกจากนี้การเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานโดยไม่ต้องเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานในบริษัท ยังเป็นเรื่องที่คนหางานยุคใหม่ให้ความสำคัญอีกด้วย ซึ่งอาชีพที่เราเห็นได้ชัดอยู่ในขณะนี้คือพนักงานขาย แต่การเปิดโอกาสให้พนักงาน Work at Home ก็ต้องระบุขอบเขตในการทำงานให้ชัดเจนด้วย ว่าถึงแม้จะไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จตามที่มอบหมายไว้

4. ให้โอกาสในการศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม มีโอกาสเติบโตในอาชีพ

การเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมได้เป็นเรื่องที่คนยุคใหม่ให้ความสำคัญมาก เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดข้อมูลใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย ดังนั้นบริษัทอาจสนับสนุนงบประมาณในการฝึกอบรมนอกสถานที่ หรือเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์และมีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลกับพนักงานที่ออฟฟิศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงาน และเพิ่มศักยภาพพนักงานในบริษัท
นอกจากนี้ เรื่องของโอกาสเติบโตในอาชีพก็ยิ่งมีส่วนสำคัญ ผลสำรวจของ jobsDB ระบุว่าการให้โอกาสเติบโตในอาชีพและก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นปัจจัยสนุบสนุนอันดับแรกที่ทำให้พนักงานอยากร่วมงานกับองค์กร ดังนั้นแม้บริษัทของคุณจะไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่โตมากมาย แต่มีโอกาสเติบโตในอาชีพที่ชัดเจนให้แก่พนักงาน ก็จะชวนดึงคนให้มาร่วมงานได้เช่นกัน

5. เสนอสิทธิประโยชน์ที่จูงใจ

สิทธิประโยชน์ที่จูงใจนั้นรวมไปถึงค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับบริษัทชั้นนำได้ โบนัสการันตีและโบนัสแบบพิจารณาจากผลงานที่โดดเด่นและน่าสนใจ ซึ่งควรระบุไว้ชัดเจนในประกาศงาน ข้อมูลจากผลสำรวจของ jobsDB ระบุว่า ‘โบนัส’ เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้หางานให้พร้อมร่วมงานกับองค์กร นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสวัสดิการพื้นฐานที่มีความสำคัญมากอย่างเช่น สามารถเบิกค่าเดินทางในกรณีออกไปทำงานนอกสถานที่ หรือทำงานเลิกช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ หรืออาจเพิ่มงบค่าเดินทางมาทำงานให้แก่พนักงาน

นอกจากนี้ยังควรมอบสวัสดิการแบบยืดหยุ่น (flexible benefit) ให้แก่พนักงาน ซึ่งพนักงานสามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ยกตัวอย่างเช่นบริษัท A มี Flexible benefit ให้แก่พนักงานทุกคนปีละ 10,000 บาท พนักงานสามารถนำไปใช้ซื้อหนังสือ แว่นตา อุปกรณ์กีฬา ท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ โดยต้องนำใบหัก ณ ที่จ่ายตัวจริงมาเบิก

6. ลงโฆษณาบริษัทบนเว็บไซต์หางาน

การลงโฆษณาบริษัทบนเว็บไซต์หางาน ซึ่งจะช่วยให้ประกาศงานของคุณปรากฎอยู่ในหน้าแสดงผลการค้นหาอันดับต้น ๆ ทำให้ผู้ที่สนใจหางานมองเห็นได้ก่อน รวมไปถึงการเลือกใช้เทมเพลตประกาศงาน และโลโก้ ฟีเจอร์จาก jobsDB ที่ช่วยให้องค์กรของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น และดึงดูดผู้หางานที่ใช่ที่สุด ซึ่งบริษัทที่หันมาใช้ฟีเจอร์นี้ ที่เรียกว่า Branded ad+ แล้ว บริษัทเหล่านั้นได้รับใบสมัครเพิ่มถึงถึง 16%

แม้บริษัทของคุณอาจไม่ใช่บริษัทที่มีขนาดใหญ่ หรือมีชื่อเสียงมากพอที่จะดึงดูดความสนใจให้คนรุ่นใหม่มาสมัครเข้าทำงาน แต่หากบริษัทของคุณมีศักยภาพในการทำงานสูง มีทีมผู้บริหารที่เก่ง และมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ต้องการรับคนรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาช่วยกันพัฒนาบริษัท คุณควรให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์องค์กร และปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมต่อคนหางานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณมากเป็นพิเศษ รู้ให้ได้ว่าคนกลุ่มนั้นอยู่ที่ไหน บริโภคสื่ออะไร และมีความต้องการอะไร เพียงเท่านั้นปัญหาการขาดแคลนพนักงานในบริษัทขนาดเล็กที่อยู่ไกลจาก Centerpoint ก็จะหมดลง