ทฤษฎีของการบริหารคน X Y Z 3

          คำถามคือทำไมคุณต้องเรียนรู้ ทฤษฎีเหล่านี้ คำตอบก็คือทฤษฎีบริหารนี้จะทำให้คุณรู้จักลูกน้องหรือบุคลากรในหน่วยงานที่ คุณต้องรับผิดชอบในแต่ละกลุ่ม ซึ่งช่วยให้คุณเกิดความเข้าใจและรู้จักบริหารคนที่แตกต่างกันไป รวมทั้งการปรับเปลี่ยนทัศนนคติของคนในทีม ผู้บังคับบัญชาจะไม่ควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด แต่จะส่งเสริมให้รู้จักควบคุมตนเองมากขึ้น วิธีการบริหารตามแนวนี้ จะเป็นการรวบรวมบุคคลและเป้าหมายโครงการเข้าไว้ด้วยกัน การจูงใจต้องใช้วิธีการจูงใจในระดับสูง

          1. ทฤษฎี X (The Traditioal View of Direction and Control) ทษฤฎีนี้เกิดข้อสมติฐานที่ว่า

  • คนไม่อยากทำงาน และหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
  • คนไม่ทะเยอทะยาน และไม่คิดริเริ่ม ชอบให้การสั่ง
  • คนเห็นแก่ตนเองมากว่าองค์การ
  • คนมักต่อต้านการเปลึ่ยนแปลง
  • คนมักโง่ และหลอกง่าย

          2. ทฤษฎี Y (The integration of Individual and Organization Goal) ทฤษฎีข้อนี้เกิดจากข้อสมติฐานที่ว่า

  • คนจะไม่ให้ความร่วมมือ สนับสนุน รับผิดชอบ ขยัน
  • คนไม่เกียจคร้านและไว้วางใจได้
  • คนมีความคิดริเริ่มทำงานถ้าได้รับการจูงใจอย่างถูกต้อง
  • คนมักจะพัฒนาวิธีการทำงาน และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

          3. ทฤษฎี Z (Z Theory) (William G. Ouchl) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย UXLA (Iof California t Los Angeles) ทฤษฎีนี้รวมเอาหลักการของทฤษฎี X และ Y เข้าด้วยกัน แนวความคิดก็คือ องค์การต้องมีหลักเกณฑ์ที่ควบคุมมนุษย์ แต่มนุษย์ก็รักความเป็นอิสระ และมีความต้องการหน้าที่ของผู้บริหารจึงต้องปรับเป้าหมายขององค์การให้สอด คล้องกับเป้าหมายของบุคคลในองค์การ ทฤษฎีมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการคือ

  • ทฤษฎีการบริหารคนการทำให้ปรัชญาที่กำหนดไว้บรรลุ
  • การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การให้ความไว้วางใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
  • การให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

          ทฤษฎีนี้ใช้หลักการ 3 ประการ คือ

  1. คนในองค์กรต้องซื่อสัตย์ต่อกัน
  2. คนในองค์การต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  3. คนในองค์การต้องมีความใกล้ชิดเป็นกันเอง

          หลักการบริหารที่มีประสิทธิภาพ (Edgar L Morphet )

  1. การบริหารที่มีผู้บริหารเพียงคนเดียวในองค์การ (Division Of Labor)
  2. มีการกำหนดมาตรฐานทำงานที่ชัดเจน (Standardization)
  3. มีเอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of command)
  4. มีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้แก่ผู้ร่วมงาน (Delegation of Authority and Responsibility)
  5. มีการแบ่งฝ่ายงานและบุคลากรผู้รับผิดชอบให้แก่ผู้ร่วมงานให้เฉพาะเจาะจงขึ้น (Division of Labor)
  6. มีการกำหนดมาตรฐานการทำงาน ที่ชัดเจน (Span of control)
  7. มีการมอบหมายการควบคุมดูแลที่เหมาะสม (Stability)
  8. เปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ในองค์การได้ (Flexibility)
  9. สามารถทำให้คนในองค์การเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย (Security)
  10. มีการยอมรับนโยบายส่วนบุคคลที่มีความสามารถ (Personnel Policy)
  11. มีการประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งส่วนบุคคลและองค์การ (Evaluation)