เป็น Sales ขายอะไรได้ค่าคอมมิชชั่นสูง

หากจะพูดถึงงานขายหลายคนอาจจะมองว่าเป็นงานเงินเดือนน้อย และไม่คุ้มค่า เพราะต้องไปตื้อ ง้อ ขอขาย แต่รู้หรือไม่ว่าพนักงานขายเป็นคนที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด เนื่องจากในการทำธุรกิจการไม่ว่าจะธุรกิจผลิตสินค้า หรือธุรกิจให้บริการ ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งฝ่ายขายทั้งนั้น

ในการเป็นพนักงานขายจะต้องใช้ทักษะอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูด ทักษะการวางตัว บุคลิกที่ดี ต้องโน้มน้าวให้คนเห็นข้อดีของสินค้า และบริการได้ ถือว่าเป็นงานที่ต้องรวบรวมความสามารถทุกอย่างออกมาเลยทีเดียว ถึงแม้ว่างานขายจะเป็นงานที่ได้รับเงินเดือนน้อย แต่ถ้าขายของได้ตามเป้าหมายก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติมอีกด้วย แล้วเป็นพนักงานขายสินค้าอะไรจะได้ค่าคอมมิชชั่นสูงบ้าง มาดูกันดีกว่า

งานขาย คอมมิชชั่นสูง

5 งานขายที่ได้ค่าคอมมิชชั่นสูง

1. เครื่องสำอาง

ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งที่บริษัทใหญ่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยล้วนล้มละลาย และหายหน้าจากวงการธุรกิจไทยไปมาก แต่รู้หรือไม่ธุรกิจที่ยังคงอยู่รอดได้ และเกิดขึ้นใหม่ล้วนเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร และผู้หญิงทั้งนั้น แม้จะผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมากว่า 20 ปีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร และผู้หญิงก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่าธุรกิจเครื่องสำอางไม่มีวันตาย

ฉะนั้นการเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางจึงเป็น 1 ในสายงานขายที่ได้ค่าคอมมิชชั่นสูงมากต่อเดือน แม้ว่าปริมาณการขายจะเยอะมากเช่นกัน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้าร้านมักมีสินค้าในใจอยู่แล้ว พนักงานขายจะต้องทำหน้าที่แนะนำสินค้าที่ดี เหมาะกับผิว และการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด โดยหากสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 ได้ก็ยิ่งส่งเสริมให้ขายได้มากยิ่งขึ้น สำหรับปริมาณการขายสินค้าในเวลาละวัน ขึ้นอยู่กับทำเลที่ขายด้วยอย่างเช่นพนักงานขายที่ทำงานในพื้นที่ใจกลางเมืองจะขายเครื่องสำอางได้มากกว่า คนที่ขายอยู่ชานเมือง หรือต่างจังหวัด ตัวอย่างบริษัทเครื่องสำอางที่น่าสนใจ ได้แก่ EVE AND BOY, Sephora, Lush และ Beautrium

2. อสังหาริมทรัพย์

ถึงแม้ว่าทีท่าของอสังหาริมทรัพย์จะดูขายได้น้อย แต่ต้องยอมรับว่ากระแสธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ยังแรงอย่างต่อเนื่องทั้งอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่ง และอสังหาริมทรัพย์มือสอง ก็ล้วนแล้วแต่ได้ค่าคอมมิชชั่นดีทั้งนั้น

การขายอสังหาริมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องขายได้หลายชิ้นต่อเดือน เพราะว่าบ้าน คอนโด และที่ดิน ถือเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ ราคาสูง ต้องดำเนินการหลายขั้นตอน และขายได้ยาก ค่าคอมมิชชั่นก็จะแต่ต่างกันออกไป สำหรับอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่ง ถ้าเป็นพนักงานขายประจำจะได้ค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ 0.3 – 2% ถ้าเป็นพนักงานขายอิสระจะได้ค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ 3% และอสังหาริมทรัพย์มือสอง พนักงานประจำจะได้ค่าคอมมิชชั่นที่ 0.2 – 1.5% ถ้าเป็นพนักงานขายอิสระจะได้ค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ 2% สิ่งสำคัญของการเป็นพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์คือการสร้างคอนเนคชั่นกลุ่มลูกค้าซื้อ-ขาย-เช่า เพราะลุกค้ากลุ่มที่เคยซื้อกับเราจะช่วยแนะนำให้เราได้รู้จักกับลูกค้าคนอื่นๆ ได้ โดยในการให้บริการเราต้องช่วยเหลือลูกค้าทุกเรื่องอย่างเต็มที่เช่นกัน

3. รถยนต์

รถยนต์ถือเป็นสินค้าในกลุ่มเดียวกับอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นสินค้าราคาสูง ต้องดำเนินการหลายเรื่อง และเป็นสินค้าที่ราคาตกได้ง่าย ทำให้ซื้อขายยาก แต่ก็ใช่ว่าจะขายไม่ได้เลย แถมยังเป็นสินค้าที่ขายดีมากทั้งรถยนต์มือหนึ่ง และรถยนต์มือสอง โดยค่าคอมมิชชั่นที่ได้จะแตกต่างกันตามประเภทของรถ และยี่ห้อ หากเป็นพนักงานขายรถยนต์มือหนึ่งแบรนด์ยุโรปก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นประมาณที่มากกว่าพนักงานขายรถยนต์มือหนึ่งแบรนด์ญี่ปุ่น และพนักงานขายรถยนต์มือสอง โดยจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นคัน ก็ขึ้นอยู่กับการตกลง โดยค่าคอมมิชชั่นรถยนต์มือสองจะอยู่ที่คันละ 3,000 – 5,000 บาท

4. เครื่องประดับ และอัญมณี

เครื่องประดับ และอัญมณีถือเป็นสินค้าในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นลูกค้ากลุ่มบนที่มีรายได้มากพอจะซื้อเครื่องประดับราคาแพงเหล่านี้ได้ พนักงานขายเครื่องประดับจึงจะต้องมีความรู้ในด้านอัญมณี ลวดลาย ความพิเศษ การดูแลรักษา และต้องมีภาพลักษณ์ในการให้บริการที่ดี ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้พนักงานขายเครื่องประดับจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีรายได้ดีมาก ได้รับค่าคอมมิชชั่นสูง นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย อาทิ ค่าเป้าหมาย ค่าตำแหน่ง และเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง โดยรวมแล้วพนักงานขายเครื่องประดับมีรายได้เฉลี่ย 30,000 – 70,000 บาทต่อเดือน หรือมากกว่านั้น

5. สินค้าแบรนด์เนม

สินค้าแบรนด์เนมจัดอยู่ในประเภทเดียวกับเครื่องประดับ คือ เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ลูกค้ากลุ่มบนจะมาซื้อเป้นส่วนใหญ่ แบรนด์เนมเองก็มีหลายเกรดเช่นกัน แต่พนักงานขายจะต้องมีมาตรฐานการบริการที่ดีมากเช่นเดียวกันทุกร้าน โดยแต่ละแบรนด์จะมีคาแรกเตอร์ของพนักงานแตกต่างกันไป การสร้างคาแรกเตอร์ให้พนักงานจะสะท้อนความเป็นตัวตนของแบรนด์นั้นได้อย่างชัดเจน ในการให้บริการพนักงานขายสินค้าแบรนด์เนมจะต้องเข้าไปดูแลตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้าร้านมา ลูกค้าเลือกสินค้า ลองชุด และปรับไซส์ ซึ่งต้องพิถีพิถันมากๆ เมื่อพนักงานขายถือเป็นหน้าตาของแบรนด์ฉะนั้นทั้งเงินเดือน และค่าคอมมิชชั่นจึงดีมากๆ ในบางพื้นที่พนักงานขายอาจมีรายได้ต่อเดือนเกือบ 100,000 บาทเลยทีเดียว

เห็นรายได้ดีแบบนี้แล้ว ใช่ว่าจะทำงานแบบสบายๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นพนักงานขายอะไรก็จำเป็นที่จะต้องมีความรู้เฉพาะทางเพื่อสร้างความไว้ใจ เชื่อใจ และพึงพอใจจากลูกค้าได้ การขายถือเป็นการบริการอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันอย่างมาก และการใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณเป็นพนักงานขายอันดับหนึ่งที่ลูกค้าไว้วางใจ

สมัครงานสายการขายที่น่าสนใจได้ที่ jobsDB

#ให้ก้าวแรกของการทำงานกำหนดเส้นทางชีวิตคุณ
#jobsDB

สมัครงานฝ่ายขาย

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้ง iOS และ Android โหลดเลย