Overqualified ทักษะที่มีอาจกลายเป็นภัยไม่รู้ตัว

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

          เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนที่เก่ง ประสบการณ์แน่น คุณสมบัติเลิศ แต่เวลาไปสมัครงานบางครั้งกลับโดนปฏิเสธไปเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ก็เห็น ๆ อยู่ว่าทำงานได้ดีแน่ ๆ เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทนั้นกันแน่ ทำไมถึงได้ปฏิเสธคนเก่งแบบนี้ แถมยังให้เหตุผลว่า “คุณดีเกินไป” เหตุผลสุดคลาสสิกประหนึ่งตอนเลิกกับแฟน ดึงสติ! แล้วกลับมาทำความรู้จักกับคำว่า Overqualified กันดีกว่า

Overqualified ทักษะที่มีอาจกลายเป็นภัยไม่รู้ตัว

          Overqualified หรือแปลเป็นไทยแบบง่าย ๆ ว่า คุณดีหรือมีความสามารถมากเกินไปสำหรับงานนี้ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสุดคลาสสิกที่ทำให้หลายคนไม่ได้งาน เพราะคนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ คือ ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ใน Job description หรือมากเกินความต้องการของบริษัทนั้นเอง จึงทำให้มีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้สมัครคนนั้นต้องถูกปฏิเสธจาก HR

 

          ยิ่งเก่ง ยิ่งกลัวอยู่ไม่นาน

          บริษัทส่วนใหญ่อยากได้พนักงานที่ทำงานให้บริษัทเป็นระยะเวลานาน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ที่เดียว 20 – 30 ปี แต่ก็อยากให้พนักงานทำงานที่บริษัทอย่างน้อย 1 – 2 ปี เพราะการรับพนักงานเข้าคนหนึ่ง บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัคร และเมื่อรับเข้ามาแล้วก็จะต้องมีการสอนงาน และใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับองค์กรให้ได้ เรียกได้ว่าการจะรับพนักงานใหม่สักคนต้องใช้ทั้งเงิน ทั้งเวลากันเลยทีเดียว

           โดยประสบการณ์ของบริษัทส่วนใหญ่พบว่า ยิ่งคนที่มีคุณสมบัติดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสเปลี่ยนงานสูงเท่านั้น เพราะคนแบบนี้ไปที่ไหนใครก็อยากรับเข้าทำงาน ซึ่งตัวพนักงานเองก็รู้ว่า การหางานใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก และยังต้องระวังบริษัทอื่นมาซื้อตัวไปอีก หรือถ้าเจอบริษัทที่ให้ข้อเสนอดีกว่าก็อาจจะเปลี่ยนงานได้เลยง่าย ๆ เลยเป็นสาเหตุให้หลาย ๆ บริษัทไม่พร้อมจะเสี่ยงรับคนที่เก่งเกินไปเข้าทำงาน

          แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณมีความสามารถมากเกินไปสำหรับงานนี้ และคิดว่าบริษัทอาจจะกลัวว่าความเก่งของคุณจะทำให้คุณอยู่ไม่นาน แต่คุณอยากได้งานนี้จริง ๆ คุณอาจแก้ได้ด้วยการบอกเป้าหมายที่ชัดเจนของการทำงานที่นี่ พูดถึง Career Path ของคุณให้ชัดเจน หรือบอกว่าคุณอยากทำงานที่นี่ในระยะยาว ไม่ชอบเปลี่ยนงานบ่อย เพื่อให้บริษัทมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่ไปไหนในเวลาอันรวดเร็ว

 

          กลัวว่าตำแหน่งนี้จะไม่เป็นอย่างที่ต้องการ

          พนักงานที่เก่ง นอกจากความสามารถที่ล้นเหลือแล้ว บางคนยังมี Passion ในการทำงานที่สูงมาก ๆ อีกด้วย ซึ่งทำให้คนเหล่านี้มีความกระตือรือร้น ทะเยอทะยาน และต้องการงานที่ท้าทายตลอดเวลา ซึ่งหลายบริษัทอาจจะไม่ตอบโจทย์นี้ บริษัทเองมักจะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถให้ Career Growth อย่างที่ผู้สมัครคาดหวังไว้ได้ ทำให้ต้องปฏิเสธผู้สมัครคนเก่งไปอย่างน่าเสียดาย เพราะรู้ดีกว่าถ้ารับเข้ามาทำงาน พนักงานคนนี้ก็อาจจะไม่มีความสุขกับงานเท่าที่ควร ไม่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และอาจจะเปลี่ยนงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็เรียกได้ว่าบริษัทนั้นมีความจริงใจที่จะบอกผู้สมัครตรง ๆ และไม่ทำให้เสียเวลากันทั้ง 2 ฝ่าย

 

          ฐานเงินเดือนสูงเกินไป

          หลายคนประสบกับปัญหาที่ว่า เงินเดือนที่เก่าสูงมาอยู่แล้ว พอมาสมัครงานที่ใหม่ บริษัทนั้นอาจจะเกิดอาการจ้างคุณไม่ไหว เลยเป็นสาเหตุให้คุณจัดอยู่ในประเภทของคนที่มีความสามารถมากเกินไปสำหรับงานนี้ได้เหมือนกัน จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลอย่างมาก ถ้าคุณคิดว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทที่คุณอยากเข้าทำงานจริง ๆ มีงานที่ท้าทายรอคุณอยู่ หรือมีสวัสดิการดีพอที่จะทดแทนกับเงินเดือนที่ลดลงของคุณได้ ก็แนะนำให้คุณลองต่อรองเงินเดือนกับบริษัทอีกครั้ง แต่ถ้าคุณคิดว่าความสามารถและประสบการณ์ของคุณควรได้รับเงินเดือนเท่านี้ มากกว่าที่จะอยากไปต่อรอง ก็เดินหน้าหางานที่อื่นเลยดีกว่า เพราะสาเหตุที่คุณโดนปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะคุณดีไม่พอหรือดีเกินไป แต่แค่คุณมีกับบริษัทมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องเงินเดือนเท่านั้นเอง

 

          อายุและประสบการณ์ยังไม่ใช่

          อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บริษัทไม่รับเราเข้าทำงาน อาจเป็นเพราะว่าคุณอายุไม่ตรงตามคุณสมบัติที่บริษัทระบุไว้ เพราะบางตำแหน่งก็ต้องการคนที่อายุมากหน่อย เพื่อให้ดูภูมิฐาน หรือสามารถคุมคนได้ หรือบางตำแหน่งก็อยากได้คนอายุน้อยเพื่อภาพลักษณ์ หรือต้องการความสดใหม่ ต้องการแนวคิดที่ทันสมัยของคนรุ่นใหม่

          นอกจากเรื่องอายุแล้ว ยังมีเรื่องประสบการณ์ทำงานที่บริษัทมักระบุไว้ใน Job description อยู่แล้ว ว่าอยากได้คนที่มีประสบการณ์ด้านนี้มาแล้วกี่ปี ถ้าคุณมีประสบการณ์ไม่ถึงเกณฑ์ แถมยังไปเจอบริษัทที่เคร่งกับเรื่องนี้มาก ๆ ก็อาจจะทำให้คุณไม่ได้งานเพื่อสาเหตุนี้ก็ได้

 

          ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ถ้าลองคุยกับบริษัทแล้ว ก็ยังไปต่อกันไม่ได้อยู่ดี ทาง JobsDB ก็ขอแนะนำให้คุณเดินหน้าหางานใหม่ต่อไปดีกว่า เพราะไม่ใช่ว่าคุณดีเกินไป เพียงแต่แค่บริษัทที่คุณไปสมัครยังไม่ใช่ the right choice ของคุณเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาทำให้ตัวเองดูเก่งน้อยลง หรือดีน้อยลงกว่านี้ ขอแค่คุณมั่นใจในความสามารถของคุณ เชื่อว่าจะมีบริษัทที่เหมาะสมกับคุณรออยู่แน่นอน JobsDB ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

          ถ้าพร้อมเดินหน้า Move on หางานใหม่แล้ว มาค้นหาตำแหน่งที่ใช่ ในบริษัทที่เห็นคุณค่าและศักยภาพในตัวคุณได้ที่ แอปพลิเคชั่นหางาน JobsDB แอปหางานที่จะทำให้คุณพบกับงานที่ใช่ ในบริษัทที่พร้อมตอบโจทย์ชีวิตคุณ

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

5 ทักษะของคนทำงานมืออาชีพ

หมั่นฝึกฝน 5 ทักษะสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือน

Work from Home ไม่ให้อ้วน วิธีเด็ดๆ ที่คุณนำไปใช้ได้

บทความยอดนิยม
           ในวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นเหมือนวันแรกของการก้าวเข้าสู่ชีวิตจริงอย่างแท้จริง เพราะจะต้องเปลี่ยนจากช...
วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาขณะนี้ ส่งผลต่อคนทำงานและผู้สมัครงานที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและการทำงาน ไม่...
           มันคงจะดีกว่าถ้าพวงหรีดไม่ได้มีค่าแค่เป็นตัวแทนของการลาจากเพียงเท่านั้น แต่พวงหรีดยังทำประโยชน์ต่อสังคมได้ตั้...
           แม้ว่าการทำงานเบื้องหลังจะเป็นงานที่ค่อนข้างหนักและขาด Work-life Balance ที่ดี แต่อาชีพการทำงานเบื้องหลังก็ยั...

คำค้นหายอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
Scroll to Top