หนีให้ห่าง 5 โรคใหม่ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

            มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักคุ้นชินกับโรคอย่าง ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่มักเกิดกับคนวัยทำงานทั่วไป หรือ ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)  แต่ทราบไหมว่า โรคสมัยนี้มีพัฒนาการไปมากแล้วทีเดียว มีโรคใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีในการทำงาน หรือโรคที่เกี่ยวกับเรื่องของจิตเวช มาทำความรู้จักกับ 5 โรคใหม่ ที่จะมาทำร้ายมนุษย์เงินเดือน ที่เราต้องรีบหาทางป้องกันตัวเองกัน 

5 โรคใหม่ทำร้ายมนุษย์เงินเดือน

         จากข้อมูลการสำรวจของ Laws of Attraction จาก JobsDB พบว่าพนักงานประจำทั้งหลายต่างก็มองหาสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลที่ตอบโจทย์ สาเหตุก็เนื่องจากมีโรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอันมีสาเหตุมาจากการทำงานทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น ในวงการเอเจนซีหรือวงการโฆษณานั้นพบว่าพนักงานออฟฟิศต้องการสวัสดิการความคุ้มครองทางการแพทย์สำหรับพนักงานและครอบครัว อยู่ที่ 64.6% ขณะที่งานด้านไอที อยู่ที่ 67.5% ส่วนงานธนาคาร สูงถึง 78.4% นั่นแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เงินเดือนต่างก็ใส่ใจสุขภาพเป็นอย่างมาก  

           โรคยอดฮิตสำหรับคนวัยทำงานทั้ง 5 มีอะไรบ้าง มาดูกันดีกว่าค่ะ

           TOXIC POSITIVITY โรคมองโลกในแง่บวกเกินไป 

           การคิดบวกเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีจนเกินไป อาจกลายเป็นพิษ และนำไปสู่อาการของโรค Toxic Positive Syndrome (โรคมองโลกในแง่บวกเกินไป) ได้ มาเช็คอาการกันสักนิดว่าคุณกำลังเข้าข่ายเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า 

           อาการ : ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ จะรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองโลกในแง่ลบ เก็บกดความรู้สึกลบไว้ในใจ ปลอบประโลมความคิดของตัวเองด้วยคำคม หรือ Quote โดนใจ และคิดแต่ว่ามีคนที่แย่กว่าเรานะ  

          รักษา : สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง พยายามปรับความคิดให้มองทุกเรื่องใน 2 แง่มุม ทั้งด้านลบและด้านบวก เราสามารถมีเรื่องเครียดได้หรือมองโลกในแง่ลบได้ แต่อย่าเก็บกดเอาไว้ในใจคนเดียว ให้พูดหรือระบายความรู้สึกออกมา จะพูดกับเพื่อนสนิท กับครอบครัว หรือกับที่ปรึกษาทางจิตก็ได้  

          PRINCE SYNDROME โรคยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ 

          Prince Syndrome หรือบางครั้งถูกเรียกว่า Princess Syndrome โรคเจ้าชาย เจ้าหญิง คือโรคยึดติดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ โรคนี้เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก สร้างปมให้เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่ 

          อาการ : จะขี้โวยวาย เอาแต่ใจ อิจฉาไม่ลืมหูลืมตา หลงตัวทั้งรูปร่างหน้าตา ไปจนถึงความคิดของตัวเองว่าดีที่สุด เหยียดหยามคนอื่น ไม่สามารถยอมรับความคิดของคนอื่นได้ 

         รักษา : หากไม่หาทางรักษา อาจนำไปสู่อาการทางจิตที่รุนแรงกว่านี้ได้ ต้องแก้ไขที่ครอบครัวโดยการให้ความรักและความใส่ใจตั้งแต่เด็ก การรักษาที่ดีที่สุดคือครอบครัวบำบัด ต้องคอยรับฟัง ให้กำลังใจ และไม่ส่งเสริมอาการหลงตัวเอง หรือเหยียดหยามผู้อื่น 

          MISOPHONIA โรคเกลียดเสียง 

          โรคนี้ สมองส่วน Amygdala จะรับรู้เสียงไวกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเคี้ยว เสียงหาว เสียงผิวปาก เสียงขูดเล็บ สมองจะตีความว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่อันตราย และสมองสั่งให้เกลียดเสียงที่ได้ยิน 

          อาการ : รู้สึกรำคาญ หงุดหงิด โมโหเมื่อได้ยินเสียง แม้แต่เสียงผิวปาก 

         รักษา : ทำจิตให้สงบ ไม่หงุดหงิดกับเรื่องใดง่าย ๆ ให้พยายามคลายความหงุดหงิด โดยไปสนใจเรื่องอื่น หรือโทรหาเพื่อน เดินหนีจากเสียงที่ทำให้หงุดหงิด อย่าไปโฟกัสเสียงที่ได้ยิน และถ้าไม่ดีขึ้น ท้ายที่สุดให้ปรึกษาจิตแพทย์ 

          STUDENT SYNDROME โรครอ Deadline 

           โรคที่มนุษย์เงินเดือนเป็นกันมาก ไม่เห็น Deadline ไม่หลั่งน้ำตา จริง ๆ แล้วโรค Student Syndrome แต่ก่อนมักเกิดกับเด็กนักเรียนที่ถ้าไม่ถึงกำหนดส่งงานหรือการบ้านจะยังไม่ลงมือทำ แต่ปัจจุบันโรคนี้เป็นกันมากในกลุ่มของมนุษย์เงินเดือน จะด้วยความขี้เกียจ หรือจะด้วยงานที่ล้นมือก็ตาม มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จึงมักนั่งปั่นงานก่อนส่งแค่วันเดียว บางคนก็เรียกว่าโรคผลัดวันประกันพรุ่ง 

           อาการ : ขาดความกระตือรือร้นจนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนต้องส่งงานตามกำหนด สรรหาข้ออ้างตลอดเวลาที่จะผลัดวันประกันพรุ่ง 

         รักษา : แทนที่จะผลัดวันประกันพรุ่ง ลองมาให้เวลากับการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อทำให้งานชิ้นนั้นออกมาดีที่สุด ลองลงมือทำเลยดีกว่ารอทำ แม้งานที่ทำส่งก่อนเวลาอาจไม่ดีที่สุด แต่เราก็สามารถทำสำเร็จลงได้ แถมยังมีเวลาเหลือให้แก้ไขได้อีกด้วย 

          TEXT NECK SYNDROME โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ 

           โรคเก่าที่เอามาเล่าใหม่ Text Neck Syndrome หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ อันมีสาเหตุหลักมาจากสังคมก้มหน้า หมกมุ่นกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือนานจนเกินไป ก้มลงทุก ๆ 15 องศา ทำให้คอต้องรับน้ำหนักมากขึ้นถึง 25 กิโลกรัม ทำให้เกิดการปูด แตก และเคลื่อนของหมอนรองกระดูกจนไปกดทับเส้นประสาทส่วนคอ 

           อาการ : ปวดเรื้อรังที่บริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ หรือสะบัก หนักเข้าจะมีอาการชาตามมือ แขนและมืออ่อนแรง 

          รักษา : งดใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินกว่าวันละ 10 ชั่วโมงรวมทั้งการนั่งก้มหน้ากดโทรศัทพ์ ควรหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ หากอาการเป็นมากต้องทำการผ่าตัด 

          หลาย ๆ โรคมนุษย์เงินเดือนสามารถป้องกันได้โดยการใช้ตัวช่วยเพื่อลดอาการเจ็บป่วยลง เช่น เครื่องนวดกดจุด เมื่อมีอาการเมื่อยล้า เก้าอี้ที่ปรับระดับได้ หมอนอิง ที่พักเท้า การขยับร่างกายบ่อยครั้งเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ รวมไปถึงการปรับทัศนคติ แต่หากอยากทราบและค้นหาข้อมูลเชิงลึกถึงสวัสดิการในแต่ละธุรกิจ สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลเชิงลึกได้ที่ Laws of Attraction จาก JobsDB แต่หากอยากค้นหางานที่ตรงใจให้แอปพลิเคชัน JobsDB ช่วยคุณได้ 

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

[COVID-19] แนวทางการดูแลสุขภาพจิตในช่วงไวรัสโควิด

Work from Home ไม่ให้อ้วน วิธีเด็ดๆ ที่คุณนำไปใช้ได้

บทความยอดนิยม
           ในวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นเหมือนวันแรกของการก้าวเข้าสู่ชีวิตจริงอย่างแท้จริง เพราะจะต้องเปลี่ยนจากช...
วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาขณะนี้ ส่งผลต่อคนทำงานและผู้สมัครงานที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและการทำงาน ไม่...
           Project Managers ทำอะไรบ้าง ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับตำแหน่ง Project......
           ในโลกยุคดิจิทัลที่ข้อมูลมีมากมายมหาศาล ความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร คือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าปกป้องไม่ดี อาจโดนโ...
           แม้ปัจจุบันทัศนคติในเรื่องการกีดกันทางเพศหรือ Sexism จะเปลี่ยนไปมาก แต่ก็ยังมีให้พบเห็นได้ในปัจจุบัน ในหลายอง...

คำค้นหายอดนิยม

Scroll to Top