เปิด 4 ไอเดียสร้างแรงบันดาลใจ โดย “กระทิง” เรืองโรจน์ พูนผล ปลดล็อกศักยภาพ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ จุดไฟคนทำงานยุคดิจิทัล

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

          เชื่อว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากและท้าทายสำหรับคนวัยทำงานหลาย ๆ คน รวมถึงกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาดงานอย่างเต็มตัว เนื่องจากทุกบริษัทต่างก็ต้องรัดเข็มขัดและปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเหตุให้ทิศทางของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอล ซึ่งล่าสุด จ๊อบส์ ดีบี (JobsDB) แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย เผยรายงานอัตราเงินเดือนของพนักงานไทยประจำปี 2564 (Salary Report 2021) บ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมถึงสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดงาน อย่าง ไอที-ดิจิทัล จึงเป็นสัญญาณว่ากลุ่มคนทำงานเองก็ควรต้องปรับตัวเพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วย

เปิด 4 ไอเดียสร้างแรงบันดาลใจ โดย “กระทิง” เรืองโรจน์ พูนผล ปลดล็อกศักยภาพ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ จุดไฟคนทำงานยุคดิจิทัล

          โดยบทความในวันนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกไอเดียสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ผ่านเรื่องราวความสำเร็จที่เริ่ม “เปลี่ยน จากการ ปรับ และ ปลดล็อกศักยภาพที่มีอยู่ของ คุณกระทิง ‘เรืองโรจน์ พูนผล’ ประธาน KASIKORN Business-Technology Group (KBTG) ผู้บริหารระดับแนวหน้าของไทย ที่ทำให้เด็กวิศวะคนนึงตัดสินใจทุ่มหมดหน้าตักเพื่อไปไล่ตามความฝันของตัวเองไกลถึงซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) บ้านเกิดของ Google สู่การเป็นผู้บริหารที่เปิดสวิตช์ให้แก่วงการสตาร์ทอัพไทย ผ่าน 4 ไอเดียสร้างแรงบันดาลใจของคุณกระทิง

  1. หาแรงผลักและแรงดึงให้กับจิตใจ (Push & Pull)

          ในชีวิตการทำงาน หลายคนคงเคยประสบกับช่วงที่อาจจะมีความรู้สึกที่เรียกกันว่า “อาการหมดไฟซึ่งเป็นช่วงที่เหล่าคนทำงานหมดกำลังใจในการทุ่มเทให้งาน ซึ่งกลยุทธ์การผลักและดึง (Push & Pull) เป็นไอเดียแรกที่คุณกระทิงได้นำมาใช้ในการผลักดันตัวเองให้ก้าวต่อไปในครั้งสมัยทำงานที่แรกที่บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ในฐานะวิศวกรโรงงานประจำต่างจังหวัดสู่สายงานขายและการตลาด นับเป็นการออกตัวจากจุดสตาร์ท และจุดไฟในการทำงานให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง โดยมองหา “แรงกระตุ้น” ทั้งจากภายใน (Push) และภายนอก (Pull) ด้วยการ ‘ผลักดัน’ ตัวเองให้ก้าวกระโดดออกจากสิ่งที่ถนัดและชำนาญ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในสายงานที่ไม่คุ้นเคย พร้อม ‘ดึง’ ศักยภาพและแพชชัน (Passion) จุดประกายไปสู่นักขายและนักการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสมัยนั้น

  1. กล้าทลายระยะปลอดภัยของตนเอง (Out of Comfort Zone)

          ไอเดียสู่ความสำเร็จสูตรที่สองคือแนวคิดการตัดสินใจคว้าโอกาสในความก้าวหน้าครั้งสำคัญของชีวิต (Breakthrough Opportunity) เป็นแนวคิดที่จะมาปลดล็อกให้คุณกระทิงได้เติบโตเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพบเจอกับความท้าทายด้วยการกล้าที่จะออกจากระยะปลอดภัยของตนเอง (Comfort Zone) โดยในครั้งแรกคือการก้าวออกมาจากตำแหน่งวิศวกรสู่ฝ่ายขายและการตลาด ซึ่งถือเป็นการทลายกำแพงของตนเองครั้งสำคัญ และครั้งที่สองคือการตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกา ที่มีปัจจัยภายนอกมาเป็นแรงกระตุ้นคือ อินเทอร์เน็ต ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของโลก ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งเปรียบเสมือนการมาถึงของ สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ในปัจจุบัน จึงเป็นแรงผลักดันให้ตนเองตัดสินใจออกจากงานที่กำลังไปได้ดีและไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสาขาวิชา Entrepreneurial Studies ประเทศสหรัฐอเมริกา จนได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) และกลับมาเติมเต็มความฝันของตัวเองที่จะสร้างระบบนิเวศเกื้อหนุนทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทยในท้ายที่สุด  

  1. “Good day” คือวันที่มีอุปสรรคให้ได้เอาชนะ

          อีกสูตรลับความสำเร็จคือ “Growth Mindset” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คุณกระทิงไม่เคยหยุดอยู่กับที่และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิดการมีความสุขกับการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง และมองความล้มเหลวหรือข้อผิดพลาดเป็นเรื่องที่ดี ผ่านการทำงานในแต่ละวัน โดยแบ่งวันทำงานออกเป็นสองประเภทที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ได้แก่ Bad Day ซึ่งจะเป็นวันที่เราทำงานผ่านไปโดยไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือพบเจอกับความท้าทาย กลับกัน Good Day คือวันที่เราได้เผชิญกับความท้าทายและเรียนรู้ที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ และแนะนำให้มองการทำงานในแต่ละวันเป็นการเรียนรู้ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพื่อพัฒนาตนเองต่อไปอย่างสม่ำเสมอ

          “สำหรับผม ชีวิตของเราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราได้ทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต เพราะหากเรามีความสุขกับงานที่เรากำลังทำ ทุก ๆ วันในชีวิตของเราก็จะมีความสุขและเป็นแรงผลักดันให้เราได้สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับ ตัวเราเอง องค์กร รวมถึงสังคม”

  1. ½ gy3 ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ แต่คือสูตรแห่งการใช้ชีวิตการทำงานให้เป็น

          เป็นสูตรลับความสำเร็จสุดท้ายที่อยากให้ทุกคนยึดถือเพื่อเป็นแรงผลักดันในวันที่เจอกับอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นสูตรที่รวมเอาทุกสูตรความสำเร็จเข้าไว้ด้วยกัน โดยสัญลักษณ์ ½ เปรียบเสมือนการทำตัวเองให้เป็นน้ำครึ่งแก้วพร้อมเปิดรับกับสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา และตัวอักษร g ที่ย่อมาจากคำว่า “Grip” ซึ่งหมายถึงความอดทนที่เหล่าน้อง ๆ นักศึกษา และวัยเริ่มทำงานควรมีเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด  ซึ่งทั้งหมดนั่นคือ “Growth Mindset”  ที่พร้อมจะอดทนเผชิญหน้ากับความท้าทายเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และตัวสุดท้ายคือ y3 หรือ วายยกกำลังสาม y ตัวแรกคือการมีทักษะเปรียบเสมือนรูปตัว y ที่รู้ลึกในหลายด้านเพื่อตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ และ y ตัวที่สอง คือ “Why” การคอยตั้งคำถามกับสิ่งที่ตนเองยังไม่เข้าใจเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้  และ y ตัวสุดท้าย คือ “Wild” ความกล้าที่จะออกนอกกรอบ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ  

          นอกจากสูตรลับความสำเร็จการพัฒนาตนเองทั้ง 4 ข้อที่ได้กล่าวมา กลุ่มคนที่กำลังเข้าสู่ตลาดงาน หรือ พนักงานที่เพิ่งเริ่มงาน หรือแม้แต่คนที่ทำงานมานานแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะที่ตนเองยังขาดความเชี่ยวชาญ รวมถึงทักษะใหม่ ๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้จ้างงาน เพื่อตอบสนองกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งหนึ่งในทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการก็คือ “ทักษะไอทีเนื่องจากหลังจากเกิดกระแสดิสรัปชันต่าง ๆ ขึ้นในไทย ทำให้ภาคธุรกิจส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ว่าจะเป็นสายงานไหน ทักษะด้านไอทีก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลดังกล่าว การหมั่นเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ และในปัจจุบันการเรียนรู้นั้นก็ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในกรอบของห้องเรียนหรือสถานที่ทำงาน แต่ทุกคนสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

เปิด 4 ไอเดียสร้างแรงบันดาลใจ โดย “กระทิง” เรืองโรจน์ พูนผล ปลดล็อกศักยภาพ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ จุดไฟคนทำงานยุคดิจิทัล

          สอดคล้องกับความคิดเห็นของ นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า การพัฒนาตนเองของคนทำงานในปี 2021 ควรมุ่งเน้นทั้งการอัปเดตทักษะความรู้ที่เรามีอยู่แล้วให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Re-skill) และเสริมทักษะความรู้ใหม่ ๆ (Up-skill) ไปพร้อม ๆ กัน ควรมีทัศนคติที่มองทุกวันในการทำงานเป็นการเรียนรู้เพื่อตนเองที่ดีขึ้นในอนาคต ไม่ยึดติดกับเพียงทักษะที่เรามีความชำนาญอยู่แล้ว เพราะโลกของเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จ๊อบส์ ดีบี เองก็ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ และล่าสุดเตรียมเปิดคอร์สการเรียนออนไลน์ ที่รวมเอาหลากหลายหลักสูตรสำคัญในการพัฒนาตนเอง รวมไปถึง ทักษะไอที ให้ผู้ที่ต้องการจะพัฒนาศักยภาพของตนเองเข้าไปเรียนรู้ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนได้ “หางานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่เลือก

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

 

บทความยอดนิยม
           ในวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นเหมือนวันแรกของการก้าวเข้าสู่ชีวิตจริงอย่างแท้จริง เพราะจะต้องเปลี่ยนจากช...
วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาขณะนี้ ส่งผลต่อคนทำงานและผู้สมัครงานที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและการทำงาน ไม่...
           มันคงจะดีกว่าถ้าพวงหรีดไม่ได้มีค่าแค่เป็นตัวแทนของการลาจากเพียงเท่านั้น แต่พวงหรีดยังทำประโยชน์ต่อสังคมได้ตั้...
           แม้ว่าการทำงานเบื้องหลังจะเป็นงานที่ค่อนข้างหนักและขาด Work-life Balance ที่ดี แต่อาชีพการทำงานเบื้องหลังก็ยั...

คำค้นหายอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
No data was found
Scroll to Top